พิมพ์หน้านี้
|
ต่อจาก เซียะเหมินแสนงาม ตอน ๓ ซอกแซกเกาะเปียโน ๒ ครับ http://www.oknation.net/blog/siampatriot/2008/01/24/entry-2 หลังจากใช้ภาษาบ้าจนแทบใบ้เอ๊ยภาษาใบ้จนแทบบ้า ผมก็ได้กล้องดิจิตอลซัมซุงมาตัวนึง ตกประมาณ 7 พันบาทไทย ก็เลยฟอร์มถามคนขายว่าจะไปเซี๊ยะเหมิน ยูฯ ไปยังไง คนขายไม่รู้จักเซี๊ยะเหมิน ยูฯ ครับ เลยชี้แผนที่ให้ดู น้องหมวยเลยอ๋อ "เซี๊ยะเหมินต้าสือ" แถมยังใจดีตะโกนถามเพื่อนพนักงานขายด้วยกันจนก้องฟลอร์ว่า(เดาเอา)"ไป ม. เซี๊ยะเหมินนั่งรถสายอะไรว่ะ" จากนั้น ก็เป็นมหรรมตอบคำถามชิงรางวัลหนุ่มไทยกันยกใหญ่ สุดท้ายได้หมวยสาวมารายนึง พูดอังกฤษได้กระท่อนกระแทน(พอกับผม) ว่าเธอเป็นนักศึกษาที่นั่น กำลังจะไป แล้วเธอก็รอแล้วลองกล้องจนจบ และเธอก็นำเราออกมาถนนตรงข้ามท่าเรือพร้อมกับพาเราขึ้นรถ เราเลยมีน้ำใจ(มากๆ)จ่ายคารถให้เธอด้วย ๑ หยวน รถเมล์เมืองจีนสบายมากครับ หน้าร้อนเปิดแอร์ ๒ หยวน แต่นี่หน้าหนาว รถแอร์ไม่เปิดแอร์ก็เย็นฉ่ำถึงใจ แต่ราคาแค่หยวนเดียวเอง คิดเป็นเงินไทยไม่ถึง ๕ บาท เพราะผมแลกเงินไปตกหยวนละ 4.61 บาทเท่านั้นเอง คิดถึงรถเมล์ไทยรถร้อนธรรมาดาปาเข้าไป ๗ - ๘ บาทแล้ว รถแอร์เหยียบ ๓๐ จะไปไหนกันหลายคนเรียกแท๊กซี่คุ้มกว่า รถเมล์มาจอดที่หน้า ม.เซี๊ยะเหมินพอดี ติดกับวัดหนานผู่ถัว หน้ามหา'ลัยมีร้านรวงเพียบ อดใจไม่ไหว เดินซะหน่อย เหลือเวลาอีกเยอะแยะ ได้เสื้อกันหนาวมาคนละตัว จากร้านอะไรไม่จำไม่ได้ โลโก้เป็นกากะบาดเหมือนของสวิซ ดูแล้วเป็นร้านที่ออกวัยรุ่นที่สุดแถวหน้า ม.ฯ เหมาะกับวัยผมยิ่งนัก จากนั้นชวนเพื่อนว่า ถึงเวลาแล้วล่ะที่เราจะได้ลิ้มลองอาหารพื้นบ้านมื้อแรกของที่นี่ สำรวจโลกกว้างกันได้แล้ว... แถวหน้า ม.เซี๊ยะเหมินไม่ค่อยมีอะไรน่ากินมากนัก ไม่ค่อยจะแปลกด้วย เจอร้านที่เป็นพวกลูกชิ้นโอเด้งต้มร้อนๆ เลยซื้อมาแบ่งกันกิน ก็พอกินได้ แต่พอจะกินอาหารเที่ยง ผมชวนกินข้าวแกงร้านนึง เพื่อนบอกว่า ร้านนี้เนี่ยนะ ผัดอะไรเละๆ เฟะๆ เนี่ยะนะ เป็นอันว่ามื้อกลางวันที่ผมรอมานานกลายเป็นเคเอฟซีเซี๊ยะเหมิน จานชามช้อนส้อมก็ไม่มี กินมือครับ ซอสก็ให้น้อย พอกินเสร็จถึงเห็นว่าทำไมคนอื่นได้ถุงมือพลาสติกมาใส่กินอ่ะ แล้วไงเราไม่มี กินเสร็จแล้วก็เดินเข้าวัดครับ ถึงเวลาแล้วที่เราจะได้เข้าวัดเข้าวาบ้าง วัดหนานผู่ถัว อยู่ติดกับเชิงเขาผู่ถัวซาน อีกด้านเป็น ม.เซี๊ยะเหมิน หน้าวัดมองเห็นตึกอธิการ (เรียกตามหนังสือท่องเที่ยวเรียก) คนเที่ยววัดนี้เยอะมาก ทั้งเด็กทั้งวัยรุ่น มาจากไหนกันก็ไม่รู้ คงเหมือนบ้านเรามั๊ง ไปเชียงไหม่ต้องไปไหวัพระธาตุดอยสุเทพ ไปภูเก็ตต้องไปวัดฉลอง จนจีนถึงแห่งมาวัดนี้กันถล่มทลาย นี่ขนาดไม่ใช่เทศกาลนะเนี่ย นั่งพักเหนื่อยพร้อมกับลองกล้องตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อมา ดูไม่เพอร์เฟค แสงสีมันแปลกๆ โทษกล้องละกัน เพราะคนถ่ายมีประสบการณ์(ทำกล้องพัง)มาไม่น้อย หน้าวัดมีเจดีย์จีนสีขาวอยู่ ๒ องค์ครับ ไม่รู้ประวัติใดๆ ทั้งสิ้น (ไม่ได้ทำการบ้านมาก่อน) เลยซื้อบัตร์ที่ห้องขายบัตรด้านขวามือ จากนั้นก็เข้าประตูวัดได้แล้ว (จำราคาไม่ได้ครับ ไม่ได้จดอะไรเลย ไม่มีเวลาจด ไปไหนก็เดินกันจนขาแทบพัง ไม่มีเวลาหยุดจด) จริงๆ แล้ววัดนี้มีประตูฟรีนะครับ ด้านซ้ายมือ (ถ้าเราหันหน้าเข้าวัด) ผมคิดอยู่แล้วล่ะ แต่ด้วยความที่(พยายาม)เป็นนักท่องเที่ยวที่ดีเลยยอมซื้อตั๋วเข้าไป แต่ขากลับออกมาลองออกประตูนี้ก็ฟรีจริงๆ ไม่มีใครเฝ้า มีแต่ช่างขนข้าวของเข้าไปซ่อมแซมวัด บรรยากาศหน้าวัดครับ ซื้อตั๋วแล้วเข้าไปได้ มีเจ้าหน้าที่ฉีกตัวอยู่หลายคน ทวารบาลหน้าประตูครับ บรรยากาศภายใน คนครับ คนทั้งนั้น องค์พระและเทพต่างๆ ส่วนใหญ่จะใส่ตู้กระจกันไว้อ่ะครับ ถ่ายภาพไม่ค่อยได้ แสงสะท้อน คนจีนไหว้พระใช้ธูปดอกเดียวครับ จุดแล้วเดินไหว้ทุกองค์ แล้วค่อยออกมาเสียบไว้ที่กระถางธูปตรงกลาง ผิดกับคนจีนบ้านเราที่ตามศาลเจ้าจะต้องเตรียมธูปไว้ให้พอดีกับจำนวนองค์พระองค์เทพและฟ้าดินที่จะต้องไหว้ จากนั้นก็อยู่ที่เราว่าจะไหว้ครบหรือเปล่า อย่างผมไหว้เจ้าที่ไร ธูปเหลือทุกที ปักไม่หมด สงสัยเข้าไม่ถึงเทพ มีหลายจุดปิดไม่ให้เข้าครับ เหมือนข้างในเค้ากำลังเช็ดล้างทำความสะอาดคล้ายจะมีงานอะไรกันซักอย่าง อารามจะเป็นห้องๆ หลังๆ ต่อๆ กันไปครับ โดยสายตาผมว่าวัดนี้ไม่ค่อยเก่าเท่าไหร่ เหมือนชาวจีนเพิ่งจะมีการบูรณะวัดกันไม่นานนี่เอง อีกอย่างรู้สึกว่าจะเป็นเงินจากรัฐบาลให้มาก่อสร้างเพื่อรับนักท่องเที่ยวรึเปล่าไม่รู้ ผมไม่ได้ซื้อธูปเทียนมาบูชาพระเลยครับ ได้แค่หยอดตู้บริจาคไป ๒๐ หยวน จากนั้นก็เข้าไปด้านในต่อไป . . . . . . วัดอยู่เชิงเขาครับ ด้านหลังวัดจะสูงขึ้นเชิงเขาไปเรื่อยๆ ต้องเดินบันใดขึ้นไป ชาวบ้านมาโยนเหรียญกันตรงนี้ รู้สึกว่าจะอธิษฐานแล้วค่อยโยน ให้เหรียญค้างที่ตัวหนังสือ แต่ผมโยนเท่าไหร่ก็ไม่ค้าง พอไม่ค้างเหรียญก็กลับมาที่เรา ไม่ได้สูญหรือหล่นไปไหน ทำให้ไม่ตื่นเต้นที่จะพยายามโยน เดินไปเรื่อยๆ ดีกว่า . ตรงนี้เจ๋งว่า โยนเหรียญเข้าไปในเก๋งจีน ซึ่งมีพระอยู่ ลองโยนไปหลายเหรียญไม่โดนเก๋งซักเหรียญ ลงน้ำจนเหรียญมันแผลบ ถือว่าวัดนี้จัดการความสะอาดได้ดีครับ หรือว่าในวัดชาวจีนอดขากกกกกถุยยยยยยกันได้ก็ไม่รู้ ไม่รู้สึกว่าเจอใครทำอ่ะ ขึ้นไปบนๆ หน่อย คนเริ่มน้อย คนแก่ไม่ค่อยขึ้นกัน . . โน่นแน่ะ ตัวหนังสือใหญ่ๆ ที่แปลว่าพระพุทธเจ้าที่ไหนหนังสือแนะนำ คนไหว้กันเยอะทีเดียว หินสลักรูปสิงโตล่อแก้ว เจดีย์พวกนี้รู้สึกว่าจะเป็นที่บรรจะอัฐิเจ้าอาวาสองค์ก่อน ส่วนนี่รู้สึกว่าจะเป็นขุนนางจีนที่เข้ามาได้ดิบได้ดีในไทยกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดแล้วสลักไว้ที่นี่ ไม่รู้ใครขายใครซื้อ แอบถ่ายอ่ะ ห้องพระคลังรึเปล่า ไม่ใช่ครับ เป็นที่เก็บพระพุทธรูปเก่าๆ องค์เทพฯ องค์เจ้าแม่ต่างๆ ที่แตกๆ หักๆ ที่นี่เค้าเก็บดี ไม่เหมือนบ้านเราทิ้งตามต้นโพธิ์ตามกำแพงวัด . ตรงนี้เป็นถ้ำครับ มีพระข้างในด้วย แต่ทำเป็นเก๋งจีนปิดปากถ้ำไว้ ภายในถ้ำครับ ขึ้นมาได้ระยะหนึ่ง เหงื่อเริ่มออก มีลานหินหยุดพักรับลมเย็นๆ มองเห็น ม.เซียะเหินได้หมด ตรงนี้เป็นสุสานพระเก่าอีกที่ครับ มุมโน้นเป็นเกาะกู่ล่างหยูที่เราไปมาเมื่อเข้าครับ บ่ายๆ หมอกลงครับ ถ่ายภาพไม่สวยเลย กล้องก็ใหม่ ช่างภาพก็ไม่เก่ง เลยออกมาอย่างงี้ ตึกอธิการชัดๆ มุมโน้นตรงท่าเรือที่เราข้ามไปเกาะ . . . สุดท้ายก็ขึ้นมาถึงยอดเขาจนได้ครับ เหนื่อยน่ะไม่เท่าไหร่เพราะอากาศเย็น ข้างบนนี่ยิ่งลมแรงจัดรู้สึกได้ว่าอากาศเย็นบาดหน้า มุมโน้นมีเพิงเล็กๆ ที่ใครไม่รู้มาขายน้ำขายขนมขบเคี้ยว บนสันเขาสามารถเดินยาวไปได้ แต่ขยะเพียบไม่น่าเดิน มีบางมุมที่กั้นลวดหนามไว้ ไม่รู้ว่าไม่อยากให้นักท่องเที่ยวแอบไปจู่จี๋กันหรือกลัวนักท่องเที่ยวจะตกหน้าผาตายกันแน่ แต่ที่แน่ๆ คือตามมุมตามซอกบนยอดเขาก็จะมีบ่าวสาวจับคู่กระหนุงกระหนิงให้เราอิจฉาเล่นๆ ในเมื่ออิ่มเอิบกับทัศนยภาพที่เต็มไปด้วยหมอกหม่นๆ จนพอเพียงแล้ว ก็กลับลงมาแวะดูชาวบ้านเอาใบลานหรือใบมะพร้าวมาจากไหนไม่รู้มาสานเป็นรูปสัตว์รูปดอกไม้สวยเชียว เห็นคนถือหลายตัวแต่ไม่รู้ว่าเค้าขายหรือแจกฟรี ดอกไม้ที่หลวงพ่อปลูกไว้ครับ ขากลับเดินซอกแซกออกอีกด้านหนึ่ง เห็นตึกนี้สวยดี แต่ปิด เลยไม่รู้ว่าด้านบนมีอะไร นี่ไง ประตูที่ผมบอกว่าเข้าฟรี-ออกฟรี เหนือยแทบแย่ ขาระบมไปหมด ลงมานั่งพักที่สระบัวหน้าวัด หน้าหนาวเช่นนี้ยังมีบัวออกดอกอยู่อีก แปลกแฮ่ะ บัวสายอยู่ได้ แต่บัวหลวงตายหมด สงสัยบัวหลวงจะไม่ชอบอากาศหนาวเลยพักตัวอยู่ใต้โคลน . ภาพสุดท้ายอำลาวัดครับ กลับโรงแรมครับ กินยาแก้ปวด เหยียดขาซัหน่อย แล้วค่อยลุยต่อ |
| ทองฟ้า | ||
กำลังจะเอารูปทองฟ้าพวกนี้มาเปลี่ยนเป็นแบ็คกราวด์ สงสัยจะมั่วแหงๆ |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||