พิมพ์หน้านี้
|
วันสุดท้ายแล้วครับ สำหรับเซียะเหมินทริปนี้ ใจหายเหมือนกัน แป๊บเดียวจริงๆ รู้สึกว่ายังเที่ยวไม่ทั่ว ยังไม่เต็มอิ่มเลย ทั้งที่เมืองนี้เป็นเมืองธรรมดาๆ ไม่ค่อยมีอะไร แต่คงด้วยความที่ธรรมมา ง่ายๆ สะดวกนี่มั๊ง ทำให้เรารู้สึกคุ้นเคยภายในเวลาแค่สามสี่วัน ในเมื่อมาถึงวันสุดท้ายแล้ว ยังไงซะ ก็ต้องเก็บรายละเอียดให้คุ้มที่สุด เช้านี้ก็เหมือนเดิม ตื่นเช้า อาบน้ำ ลงมากินข้าวที่ร้านอาหารของโรงแรม จากนั้นที่แรกที่เราจะไปคือสวนอะไรจำชื่อไม่ได้(ที่จริงไม่ใช่จำไม่ได้แต่อ่านไม่ออก) สวนนี้อยู่ใกล้ๆ โรงแรม แค่เดินไปถึง ทางที่เราผ่านไปผ่านมาผ่านมาผ่านไปตอนที่จะไปมหาลัยเซียะเหมิน จนวันสุดท้ายถึงจะมีโอกาสแวะชม สวนนี้เป็นสวนสาธารณะกึ่งวัด ข้างล่างเป็นสวน ทำเป็นน้ำตกสวยงามติดถนน ด้านบนเป็นวัดอยู่บนเนินเขา ที่จริงเป็นเข้าชันๆ ไม่แน่ใจเรียกเนินรึเปล่า ตามลาดเขาก็ทำเป็นน้ำตก เป็นแอ่งน้ำไปทั่ว ดูร่มรื่นดีครับ อีกแล้ว วัดไหนๆ ก็มีพระหยกขาวพม่าทุกวัดเลย ไม่รู้ว่าไปเหมามาหรือพม่านำมาให้กันแน่ . . . . . ในวัดมีอาคารหลายหลัง สงสัยจะเป็นวัดจริงๆ ไม่ใช่แค่ศาลเจ้า มองลงมาด้านล่าง ซ้ายมือจะไปมหาลัยเซียะเหมิน ขึ้นมาไม่เท่าไหร่ก็เห็นได้ถึงวิวทะเล . ทางเดินร่มรื่นดีครับ ไม่มีเด็กมามั่วสุม ไม่มีคนจรจัด ไม่มีขี้เมามาหลบนอน อัพยา . . . กะระดับความสูงก็คงเท่าตึกยี่สิบสามสิบชั้นได้มั๊ง เหนื่อยไม่ใช่เล่น แต่ก็เพลินดีครับ ฟากโน้นเป็นเกาะเปียโนครับ มุมนี้ถ่ายลอดช่องตึกไปหัวเกาะเปียโน ตรงที่รูปปั้นท่านเจิ้งเฉิงกง ตรงที่เราทำกล้องแตก ส่วนอีกด้านโน้นเป็นแผ่นดินใหญ่อีกฟากหนึ่งของอ่าว . . มาโครไม่ได้เรื่อง กล้องไม่อำนวยครับ เดินลงอีกด้านหนึ่ง แต่เป็นชุมชนชาวบ้านซะนี่
จากนั้นไปต่ออีกสวนหนึ่งครับ จำชื่อไม่ได้เหมือนกัน แต่มีรูปด้านหน้าให้ดู : ) รูปปั้นในสวนครับ ดงปาล์มงามๆ ในสวน ปฏิมากรรมเยอะจริงๆ ครับเมืองนี้ ตรงนี้เป็นประตูทางเข้า พอดีเข้าด้านข้างเลยไม่ได้ถ่ายจากด้านหน้าประตู . . วิถีชาวเมือง อาแป๊ะ อาโกจั่วไพ่กันเต็มสวน ผู้หญิงก็ฝึกสมาธิโดยเลี้ยงลูกเทนนิสบนไม้ ใครก็ไม่รู้ อยู่ในสวน ไม่รู้ใครมาขอหวยรึเปล่า มันแผลบเลยครับ เสาอโศกแห่งเมืองจีนรึเปล่า : ) มีสวนสัตว์ด้วย แต่ไม่ได้เข้าดู ออกมาแล้ว จะไปต่อ เดินสบ๊ายยย สบาย ฟุตบาตกว้าง มีจักรยานไม่กี่คนสวนกับเรา นี่สงสัยจะทำรถไฟฟ้า แวะวัดนี้หน่อย ตรงนี้มีปฏิมากรรมอีกแล้ว ดูเหมือนจะเป็นวัดใหม่ . ดอกชาสวยๆ ในวัด แดงสดจริงๆ .
. . . . . มีสวดอะไรกันด้วย ชาวบ้านมาร่วมเยอะเหมือนกัน มีเดินวนสามรอบด้วย ปิดขบวนด้วยหลวงจีนเสื้อแดง แอบถ่ายในวัดซะหน่อย
ชีก็มีครับ . . . โคมสวยๆ เจ้าแม่กวนอิมมีทุกวัด ป้ายอย่างนี้ไม่รู้หมายความว่าอะไร ทำให้ใคร ผู้ร่วมทริป ให้แหลมหน้าออกบล๊อกซะหน่อย ทริปนี้ไม่ต้องทำกับข้าว สบายมั๊ยล่ะ ไม่รู้วัดนี้รับรักษาริดสีดวงรึเปล่า มีปลามังกรด้วย : ) เทพองค์นี้ดูหล่อทีเดียวครับ . . . จากวัดเราเดินต่อไปสวนพฤษศาสตร์ แต่ไม่มีอะไรเลยครับ สงสัยเพิ่งจะทำ . . มีแต่ต้นยูคาลิปตัส มาผิดรึเปล่าไม่รู้ . กลับดีกว่า จะเที่ยงแล้ว ทำไงดี แวะไปเช็คเอาท์ที่โรงแรมก่อนพร้อมก็ฝากกระเป๋าไว้ จากนั้นหาอะไรกินดีกว่า ด้วยว่าเห็นบนเกาะเปียโนมีขายอาหารทะเลสดๆ (มากๆ) แต่ไม่มีติดราคาอะไร ไม่รู้ถูกหรือแพงเท่าไหร่ วันที่เราไปก็ไม่มีคนไทยให้ถามซักคน วันนี้จะกลับอยู่แล้ว เช็คเงินในกระเป๋า เหลือไม่น้อย (เพราะไม่ได้กินได้ซื้ออะไรเท่าไหร่ จ่ายหนักๆ ก็แค่ซื้อกล้องมาตัวนึงเกือบแปดพัน) เลยชวนกันไปลองกินอาหารทะเลบนเกาะเปียโนดีกว่า ว่าแล้วก็เดินจากโรงแรมไปท่าเรือ ฝั่งเกาะเปียโนหรือกู่ล่างหยู ถัดจากท่าเรือเข้าไปหน่อยก็เป็นตลาดสด หลังตลาดสดก็จะเต็มไปด้วยร้านอาหารทะเลสดๆ ที่ยังแช่อ๊อกซิเจนไว้ให้เราทำบาปกัน เลือกเอาร้านแบบชาวบ้านๆ หน่อย ไม่เอาภัตาคารมากนัก เพราะไม่รู้ราคา ที่นี่ไม่ติดราคาอะไรเลย ที่จริงก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าร้านแบบไหนจะฟันเรากว่ากันกันแน่ นี่คือสิ่งแรกที่เราสั่ง กุ้งหวาน ตัวเล็กกว่ากุ้งขาวแถวบางแพ ราชบุรีที่ขายโลละร้อยกว่าบาทตามโลตัสบิ๊กซีบ้านเราซะอีก แต่นี่เป็นกุ้งทะครับ จากกุ้งก็มาเป็นปูครับ คล้ายปูม้า แต่ดูกระดองแข็งเหมือนปูหิน แต่ตัวใหญ่มากๆ เกินครึ่งโลได้ ปลาครับ คล้ายปลาเก๋า สดๆ หวานๆ ครู่เดียวก็ได้กุ้งนึ่งมาก่อน สั่งอะไรไม่เป็นซักอย่าง ปิ้ง นึ่ง ทอด ย่าง เผา ก็สั่งไม่ได้ ตามใจเจ๊ละกัน ยิ้มครับ อาหารมาแล้ว กุ้งหวานมากครับ ตาใหญ่ หัวไม่ขม มีจิ๊กโฉ่วมาให้ถ้วย แกะกันเพลินเลยครับ อันนี้ไม่ได้สั่งครับ เหมือนจะเป็นดอกไม้ทะเล สงสายเจ้านีโม่จะไม่มีบ้านอยู่ ไม่กินดีกว่า อีกอย่างไม่เห็นเจ๊จะเชียร์เลย สงสัยจะไม่อร่อยจริงๆ เจ๊ถามครับ ว่าจะเอาผักอะไรมั๊ย เราก็ไม่รู้เรื่อง ทีแรกคิดว่าจะเอานึ่งใส่ปลา ที่ไหนได้ ผัดมาให้จานหนึ่ง แต่ก็อร่อยดีครับ กวางตุ้งไต้หวัน และได้ปลานึ่งเนื้อหวานๆ มาตัว ปูเค้าเอาไปทอดซะกระดองกรอบเลยครับ ผัดแบบเครื่องเบาๆ อร่อยดี เสียดายไม่มีน้ำจิ้มซีฟู้ดเหมือนบ้านเรา มีแค่ซีอิ๊วขาว หอยลายครับ ตัวเล็กกระดองหนากว่าของบ้านเรา แต่เนื้อเยอะกว่า เต็มเปลือกกว่าครับ อิ่มครับ สไปรท์คนละกระป๋อง น้ำแข็งไม่ต้อง แค่นี้ก็หนาวจะแย่ จ่ายไปแค่ประมาณ ๓๕๐ หยวน คูณ ๔.๖ ที่เราแลกเงินไป ตกประมาณ ๑,๖๐๐.๐๐ ถือว่าไม่แพงครับ เทียบกับบ้านเรา เทียบกับเป็นแหล่งท่องเที่ยว อร่อยอีกต่างหาก เสียดายไม่ได้ถ่ายป้ายร้านมาไว้ จากนั้นก็อำลาครับเกาะกู่ล่างหยู . . . . . . . . . . . อ้อ... ตามหนังสือท่องเที่ยวตรงหน้าท่าเรือจะเป็นรูปโลกโลโก้บริษัทโทรคมนาคม ตอนนี้เปลี่ยนเป็นหลอดไฟแล้วนะครับ : ) เดินถนนคนเดินตอนกลางวันซะหน่อย . จากบ่ายจัดแล้วครับ กลับโรงแรม หิ้วข้าวของเสื้อผ้าที่ติดไม้ติดมือรอบสุดท้ายรับกระเป๋า ยัดของลงแพ็คอีกรอบ จากนั้นให้พนักงานโรงแรมเรียกแท๊กซี่ให้ พนักงานที่นี่ใช้ได้ถามด้วยว่าจะไปเส้นในเมืองหรือเลียบทะเล ถ้าเลียทะเลประมาณ ๘๐ หยวน ขามามาทางลัดในเมืองแค่สี่สิบกว่าหยวน แต่เราอยากไปเส้นเลียบทะเล เพราะเราไม่ได้ไปที่นั่น ด้านนั้นจะเป็นด้านที่หาดทรายสวยที่สุด แถมมีจุดชมเกาะไต้หวันด้วย (ถ้าอากาศดี) . เส้นเลียบทะเลจะเป็นทางยกระดับผ่านเข้าไปในทะเลส่วนหนึ่ง ถนนกว้างขวางสะดวกสบายเหมือนเคย . มหาลัยเซียะเหมินภาพสุดท้าย หาดสะอาดดีครับ เรียบร้อยมากๆ . ถนนยังกับทางด่วน แต่ไม่เสียตังค์ . ป้ายที่หนังสือแนะนำว่าเค้าทำไว้ให้คนไต้หวันอ่าน รูปปั้นคนวิ่งริมหาด ลมแรงครับ ถูกแล้วที่เราไม่ได้มาเที่ยวตรงนี้ แค่ครึ่งชั่วโมงก็มาถึงสนามบิน เพิ่งสี่โมงเศษ กว่าเครื่องจะขึ้นก็สองทุ่มครึ่งดีเลย์นิดหน่อย จบทริปครับ สนุก สบาย ง่าย มัน อร่อย เซียะเหมินแสนงาม แล้วเจอกันใหม่.... ปล.ขออภัยสำหรับปริมาณรูปเยอะไปหน่อย อยากเก็บบรรยากาศมาไว้เยอะๆ เพื่อเป็นข้อมูลอ่ะครับ : ) |