พิมพ์หน้านี้
|
กลางเมืองพระนครหลวงเราได้แค่สำรวจฐานพระบรมมหาราชวัง เนื่องจากเวลาน้อย จึงได้แค่เก็บภาพมาแบบเร่งรีบ เหนือฐานครุฑจะมีสิงห์เฝ้าพร้อมสะพานนาคทั้งสองด้าน นาคของที่นี่ไม่ทราบข้อมูลว่าสร้างตั้งแต่สมัยใด จะมีมาก่อนหน้าพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ หรือจะมาปรับปรุงกันที่หลังไม่ทราบ ที่ยาวไปด้านโน้นไม่ใช่กำแพงนะครับ เป็นฐานของพระราชวังเช่นกัน แต่ตรงปีกฐานกว้างออกไปจะเป็นฐานรูปช้างครับ ไม่ใช่ฐานครุฑเหมือนตรงกลาง และแล้วเราก็มาถึงแล้วครับ ปราสาทบายน หรือ ชื่อจริงว่า................ ความยิ่งใหญ่แห่งศิลปขอมยุคสุดท้ายของพระเจ้าชัยวมันที่ ๗ ในจินตนาการก่อนไปของผม อาจจะเพราะจำมาจากในภาพยนต์หรือหนังสือสำรวจเขมรยุคก่อนๆ รวมทั้งโฆษณาเป็ปซี่เรื่องล่าสุด เลยติดมาว่าปราสาทบายนต้องเป็นปราสาทที่มีต้นไม้ปกคลุม มีเถาวัลย์รกครึ้ม แต่พอเจอของจริง ที่นี่เป็นปราสาททกลางลานโล่งที่ตัดต้นไม้รอบๆ เตียนไปหมดแล้ว แนวต้นไม้สูงใหญ่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร พอเราก้าวขึ้นไปบนตัวปราสาทจะเห็นเสาอาคารแกะสลักทุกมุม ทั้งเทพธิดา อัปสรา สาวไทยทั้งหลายครับ ลองยืนท่านี้กันดูทีซิครับ ยินได้รึเปล่า ใบหน้าที่ตระหง่านอยู่นี้ ไม่รู้ผมเข้าใจถูกรึเปล่า น่าจะเป็นใบหน้าของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ที่พระองค์ต้องการแทนพระองค์เองเป็นพระโพธิสัตว์โลเกศวรผู้อยู่เหนือโลกทั้งหมด มันอลังการณ์มากๆ ครับ คิดได้ไงถึงเอาใบหน้าคนมาเป็นยอดปราสาท แสงแดดสายจัดๆ อย่างนี้ ร้อนสุดๆ ครับ ผมไม่เข้าใจกระบวนการการเกิดตะใคร่น้ำเท่าไหร่ หินที่นี่กับที่บันทายศรีต่างกัน เหมือนว่าหินทรายสีเทา-เขียวที่นี่จะเกิดตะใคร่น้ำได้มากว่า ทำให้ถ่ายภาพออกมาดำๆ ทึมๆ มองไม่ชัด ภาพนี้ถ่ายจากชั้นบนของปราสาทแล้วครับ เอ๊....แปลก.... กอดกันทำไม.... หนุ่มๆ มีหลายคนใยไม่กอด เราก็ว่าง ทำไม่ไม่เรียก.. : ) ยัยสองคนนั่น ไม่เห็นรึไง ป้ายห้ามนั่งบนตัวนาค ใหญ่โตจริงๆ มุมนี้ไม่ได้ขึ้นไปอ่ะ เสียดาย... ใบหน้าที่ปรางค์ตรงกลางนี้ ไม่เหลือแล้ว อาจเพราะเป็นจุดสูงสุด ทนฟ้าทนฝนไม่ไหว หลุดหายไปไหนตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบได้ แต่ละใบหน้า ยอดปรางค์ และแล้วก็เจอ.. คนงามของผม สลักรูปเธอลอยตัวนูนออกมาซะยังกับจะจูงมือเธอกลับบ้านด้วยได้ ดูมือขวาเธอสิครับ เหมือนเธอยื่นออกมานอกกรอบหินแล้วเลย /// แล้วเธอจะยอมไปมั๊ยเนี่ย.... มุมไหนเนี่ย??? ดำไปเยอะเลย คนนี้เอวบางร่างน้อย ไม่รู้ว่ากำไรขาเธอทำไมต้องใหญ่โตขนาดนั้น หินที่นี่ไม่ดีต่อผิวเธอเลยจริงๆ ว้า....เธอมอมแมมไปหน่อยอ่ะ มุมหลังคาชั้น ๒ สัปราฝรั่งไม่กล้วร้อน ปราสาทใหญ่ๆ อย่างนี้ไม่ได้สลักเฉพาะด้านนอกนะครับ ภายในก็เต็มไปด้วยลวดลายทั้งนั้น ส่วนนี่ เป็นบ่อน้ำที่ชาวฝรั่งเศษพบรูปสลักพระพุทธเจ้าองค์ประธานของปราสาทที่เชื่อว่าถูกทำลายจากกษัตย์องค์ต่อมา แล้วนำมาทิ้งลงบ่อนี้ ตอนนี้ไม่มีน้ำแล้วครับ ช่องทางเดินระหว่างห้องหนึ่งสู่ห้องหนึ่ง ภาพนี้ใครสู้กับงู...??? พระ...ปราบนาคกาลียะ.??? รึเปล่า??? เหมือนจะเป็นกษัตริย์ ออกมาสู่ระเบียงด้านล่าง มาดูภาพสลักต่างๆ กันครับ ขบวนทัพย์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ตรงนี้ตะใคร่น้ำเยอะไปหน่อย ภาพการเดินทัพ ทหารช่วยรบชาวจีน สังเกตุหมวกที่ใส่ครับ จีนชัดๆ แสดงให้เห็นว่าชาวจีนเข้ามาในแถบอินโดจีนนี้เมื่อประมาณพันปีที่แล้ว นี่น่าจะเป็นพระเจ้าชัยฯ ครับ สังเกตุจากธงกระบี่ครุฑที่อยู่หลังพระองค์ แม่ทัพ หรือเจ้าชาย กลองรบ คนใหญ่คนโต แม่ทัพ ผู้ติดตามทัพ หอบลูก จูงหลาน ต้นแพะ ทัพเขมร ก่อไฟหุงข้าว หม้อเล็กๆ อาจจะเป็นการต้มยา ยายคนนี้จับเต่ามา เต่าดันกัดตูดชาวบ้านซะนี่ วิถีชีวิตชาวบ้าน ตรงนี้เป็นภาพพระโกศพระศพในพระเมรุ ไหว้กันใหญ่ น่าจะเป็นพระธิดาหรือเป็นเหล่านางในหนีไปเที่ยวโตนเลสาบ ภาพสงครามในโตนเลสาบ ส่วนนี่.. ชาวบ้านกำลังปิ้งเนื้อปิ้งปลา หาเหาให้กันหรือครับเนี่ย??? เรือนริมน้ำของคุณท่าน โอ๊ย....จะคลอดแล้ว... ทำคลอดครับ ยิงหมูป่า ไม่รู้หาเหาหรือเป่ากระหม่อมให้พร ตีไก่ครับ ที่นี่คงจะเป็นสยามพารากอนหรือสยามดิสคัพเวอรี่ ไฮโซมาทำเล็บกัน ชนหมู มวยปล้ำ ฟันดาบ ย่างปลา ฆ่าหมู กำลังลวกหมูหุงข้าว เสริฟอาหาร น่าจะเป็นห่อหมกหรืองบ หรือจะเป็นซาละเปา ทำกันเป็นล่ำเป็นสัน พวกนี้ตัดไม้ตัดฟันกัน เดินไม่รอบครับ เวลาไม่พอ ต้องไปแล้วครับ เหล่านางรำร่ายรำอำลาพวกเรากันใหญ่ ออกมาโน่นแล้ว แก๊งหมวกฟ้า แจ่มกว่าฟ้าเขมรเยอะ ภาพสุดท้ายอำลาปราสาท รถบัสมารอเราที่มุมด้านทิศใต้ของตัวปราสาท แล้วพาเราออกมาสู่ประตูเมืองพระนครหลวงด้านทิศใต้ เราได้เห็นความอลังการณ์ที่สุดในโลกของพระตูหินก็น่าจะไม่เวอร์เกินไป ภาพนี้ถ่ายจากด้านในออกด้านนอกกำแพงครับ มุมของซุ้มประตูเป็นรูปช้างสามเศียร ตรงปลายงวงสลักเป็นกลุ่มดอกบัวออกมารองรับ ใบหน้าที่อยู่มาหลายร้อยปี ประตูด้านนอกครับ และแล้วเราก็ออกมาสู่สะพานสายรุ้งทางเข้าประตูเมืองทางด้านทิศใต้ สะพานสายรุ้งนี้สองด้านเป็นรูปยักษ์กับเทวดาฉุดนาคเหมือนการกวนเกษียรสมุทร อ้าว... เป็นฝ่ายักษ์ไปซะแล้วอาจารย์เรา... เหล่าบรรดายักษ์ ด้านขวามือเป็นยักษ์ ด้านซ้ายมือเป็นเทวดา แต่ที่เคยบอกในเรื่องปราสาทบันทายฉมาร์ คงวางผิดเอายักไว้ซ้าย เทวดาไว้ขวา นาคครับ ดูความยาวของสะพานและซุ้มประตูตรงโน้นซิครับ ใครมากันน้อย ถ้าไม่อยากเดินไกล หรือปั่นจักยานให้เมื่อยก้น ก็เช่ารถนี้นั่งกันสบายๆ ได้ครับ ด้านซ้ายมือนอกสะพานด้านทิศใต้มีปราสาทใหญ่สูงชันอีกหนึ่งปราสาทคือปราสาทปักษีจำกรงครับ มีเวลาน้อย อาจารย์ กับ เจ๊สุยเข้าไปใกล้ๆ แต่ผมเหนือย หิวข้าวกลางวันด้วย เลยได้แค่ยืนใกลๆ ใต้ร่มไม้ เช้านี้เราจบทริปกันแค่จุดนี้ครับ จากนี้เรากลับเข้าเมืองไปกินอาหารกลางวันแสนอร่อยที่ร้านอาหารไทย ก่อนที่จะมาลุยนครวัดกันต่อ แล้วมาชมภาพนครวัดกันนะครับ |