พิมพ์หน้านี้
|
๕๖. ฝนซาเม็ดลงแล้ว ท้องฟ้ายังขาวเทาทึมไร้แสงดูอึดอัด น้ำที่ไหลมาจากชายป่าถูกเปลี่ยน ทางไหลลงสู่แม่น้ำตรงท้ายหมู่บ้าน ท้องนาเจิงนองไปด้วยน้ำ เห็นเพียงยอดปลายของต้นพันธุ์ข้าวโผล่พ้นน้ำสีขุ่นข้นหนึ่ง ฝามือของคนโต พ่อหมอตุ๊ จะปุ๊ มะนู และชาวบ้านทุกคนเปียกปอน ยืนเฝ้ามองดูต้น พันธุ์ข้าวที่ตอนนี้อยู่ในน้ำสีขุ่นข้น ด้วยใจหวัง และความหวัง อย่าให้มากเกินไป พ่อหมอตุ๊รำพึงเบา ๆ เหมือนพูดกับสายลมรอบ ๆ ตัว
๕๗. แสงสุดท้ายของวันกระทบพื้นน้ำในท้องนา สีอัมพันของมันทำให้เห็นใครหลายคนที่ เดินอยู่ในท้องนาเป็นเพียงเงาดำ ชาวบ้านและผู้มาใหม่เดินดูต้นพันธุ์ข้าวที่จมอยู่ในน้ำ เหมือนปลูกข้าวในแม่น้ำ ซาติวาบอกกับบิดาของเธอ คงอีกหลายวันกว่าน้ำจะแห้ง จะปุ๊บอกกับลูกสาวของเขาที่มองนิ่งอยู่ที่ท้องนาก่อนที่ จะมองไปที่เงา ทมึนของป่าบน ข้าวต้องรอดเหมือนข้าวที่ขึ้นในป่าบน ซาติวาบอกกับจะปุ๊ด้วยเสียงน้ำแห่งความหวัง ๕๘. คนขนเกลือและพวกสามคนเดินทางมาที่หมู่บ้าน แต่ครั้งนี้พวกเขามิได้มาทางแม่น้ำ เกวียนเทียมวัวสองตัวผ่านมาทางช่องเขาด้านเหนือ คนขนเกลือบังคับเกวียนหาทางไป ยังบ้านของจะปุ๊ การเดินทางทางบกทำให้เขาดูสับสนกว่าการมาทางแม่น้ำ คนขนเกลือมองดู ท้องนาที่มีน้ำขังเจิงนอง นกขายาวสีขาวกำลังจิกกินหอยในท้องนา มันโผบินเมื่อเห็น เขาเข้ามาใกล้ ๆ จะปุ๊มองเห็นคนขนเกลือแต่ไกล เขาจำได้แม้ว่าคนเหล่านั้นจะไม่ได้มาทางแม่น้ำ จะปุ๊เดิน เขาไปหาคนขนเกลือ หมาของพวกเราวิ่งนำหน้าจะปุ๊ไปเหมือนจำได้ น้ำแรงขนาด พวก |
| ทางผ่านของสายตา | ||
โลก...มีพื้นที่มากพอสำหรับทุกชีวิต |
||
|
View All |
||