พิมพ์หน้านี้
|
๕๘. คนขนเกลือและพวกสามคนเดินทางมาที่หมู่บ้าน แต่ครั้งนี้พวกเขามิได้มาทางแม่น้ำ เกวียนเทียมวัวสองตัวผ่านมาทางช่องเขาด้านเหนือ คนขนเกลือบังคับเกวียนหาทางไป ยังบ้านของจะปุ๊ การเดินทางทางบกทำให้เขาดูสับสนกว่าการมาทางแม่น้ำ คนขนเกลือมอง ดูท้องนาที่มีน้ำขังเจิงนอง นกขายาวสีขาวกำลังจิกกินหอยในท้องนา มันโผบินเมื่อเห็น เขาเข้ามาใกล้ ๆ จะปุ๊มองเห็นคนขนเกลือแต่ไกล เขาจำได้แม้ว่าคนเหล่านั้นจะไม่ได้มาทางแม่น้ำ จะปุ๊เดิน เข้าไปหาคนขนเกลือ หมาของพวกเราวิ่งนำหน้าจะปุ๊ไปเหมือนจำได้ น้ำแรงขนาด พวกข้าไม่สามารถผ่านแม่น้ำตรงผาหินได้ คนขนเกลือบอกกับ จะปุ๊เมื่อเห็นเขามองที่เกวียนเทียมวัวสองตัวที่เดินตามเขามา พวกเจ้าจะไปเมืองลุ่มกันหรือ จะปุ๊ถามคนขนเกลือกับพวกสามคน ไม่ พวกข้าเอาเกลือมาขอแลกกับข้าว เราออกเรือไม่ได้นานวันกลัวพวกคนเล็กจะลำบาก คนขนเกลือพูดกับจะปุ๊และคนอื่นที่ตอนนี้ออกมาที่ลานดิน ทางนี้ก็โดนน้ำหลากไม่ใช่น้อย คนขนเกลือพูดพลันสายตามองไปที่ท้องนา พวกเรามีเหลือมากพอสำหรับมิตร อย่ากังวลไปเลย จะปุ๊บอกกับคนขนเกลือและพวก อีกสามคนที่ยังคงมองดูต้นพันธุ์ข้าวที่อยู่ในน้ำ ก่อนที่จะพูดต่อ มันจะต้องไม่ตาย มันจะรอดเหมือนต้นพันธุ์ข้าวในป่าบน พวกเราเชื่ออย่างนั้น ๕๙. ซาติวากำลังเตรียมที่หลับนอนให้คนขนเกลือกับพวกอีกสามคน บิดาของเธอบอกว่าพวก เขาจะพักอยู่กับเราสองสามคืน วาซีแวะมาช่วยซาติวาทำอาหาร คนขนเกลือกับพวกสามคนกำลังตักแบ่งเกลือให้กับจะปุ๊เพื่อแลกกับข้าว แต่จะปุ๊ บอกห้ามเอาไว้ สำหรับเราไม่ต้องแลก เอาไว้ให้คนอื่นที่จำเป็นเถิด ใช่...เอาไว้ให้คนที่จำเป็น ปันข้าวไปให้พอเลี้ยงคนเล็กกับคนเฒ่าเถิด มะนูบอก กับคนขนเกลือเช่นเดียวกับจะปุ๊ คนขนเกลือกับพวกสามคนมองที่จะปุ๊กับมะนูด้วยความรู้สึกของมิตร พวกเรานำเกลือมาไม่เต็มสองลำเกวียน ตอนนี้ก็เหลือเพียงน้อยนิด หนึ่งในสามคนเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะบอกต่อด้วยใบหน้ากรุ่มกริ่ม ถ้าเจ้าไม่ให้เราขนเกลือลง แล้วจะเอาที่ใดขนข้าวที่เจ้าจะปันให้กับข้าล่ะ ท่านชาวนา จะให้เราขนเกลือทั้งหมดลงไว้ที่ใด คนขนเกลือถามจะปุ๊ มะนู ตรงนี้แหละ พวกเราจะเก็บไว้เป็นกองกลางของหมู่บ้านก็แล้วกัน จะปุ๊บอกคนขนเกลือ หลังมองมะนูเหมือนจะถามความเห็น มะนูพยักหน้าเห็นดีด้วย จะปุ๊ มะนูบอกให้คนขนเกลือกับพวกสามคนพักอยู่ที่นี้ก่อน ๖๐. แสงจากตะเกียงส่องสว่างในคืนเดือนแรม เสียงร้องของกบ เขียดและแมลงกลางคืน เหมือนจะเอาชนะกันและกัน นกเค้าตีปีกบินผ่านไปไม่ห่างจากบ้านเท่าใดนัก อย่าเพิ่งตกลงมาเลยพ่อฝนแม่ฝน ทิ้งช่วงหน่อยก็ยังดี ใครคนหนึ่งในพวกของคน ขนเกลือเอ่ยขึ้นเบา ๆ เมื่อตอนที่ข้าผ่านมาทางหุบหลังเขาโน้น ข้าเจอเข้ากับงูมากอยู่ พวกเจ้าต้องระวังระไวให้ดี พวกมันอาจตามน้ำมา คนขนเกลือบอกจะปุ๊ด้วยความเป็นห่วง พวกเจ้าคิดว่าจะออกเรือกันได้เมื่อไหร จะปุ๊ถามคนขนเกลือ ข้าเกรงกันแค่ตรงช่องผาเท่านั้น น้ำมันเชี่ยว ถ้าผ่านแก่งมาแล้วน้ำก็เหมือนที่ไหลผ่าน ท้ายหมู่บ้านนี้แหละ คนขนเกลือตอบจะปุ๊ จะปุ๊เข้าใจในทันที เพราะครั้งที่เขาผ่านมากับคนขนเกลือที่ว่าเป็นช่วงน้ำน้อยแล้ว กว่าจะ ผ่านแก่งน้ำตรงช่องผามาได้ก็สุดกำลังเหมือนกัน เมื่อคราก่อนที่พวกข้าลงไปเมืองลุ่มห่างจากนี่หนึ่งวันล่องเรือ พวกนายเงินจากในเมือง สร้างโรงเรือนใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำ คนขนเกลือบอกจะปุ๊ เขาว่าเป็นที่รับซื้อข้าว สีข้าว คนหนึ่งในพวกคนขนเกลือพูดขึ้น ซื้อข้าว...ข้าวเปลือกรึ จะปุ๊ถามด้วยสงสัย อือ...เหมือนคราก่อนที่คนเหล่านั้นมาแลกเอาข้าวของเจ้ากับเงินพวกนั้น คนขน เกลือพูดถึงเมื่อครั้งที่จะปุ๊เดินทางไปหาเขาเพื่อถามเรื่องเงิน ทำไมถึงต้องการข้าวมาก คนเหล่านั้นกินเยอะกว่าพวกเราหรือ จะปุ๊เอ่ยขึ้นเบา ๆ จะปุ๊.... คนขนเกลือเรียกชื่อของมิตรเป็นครั้งแรกก่อนที่พูดต่อ ตะวันขึ้นพวกข้าคงต้องไปแล้ว ข้าเป็นห่วงพวกคนเล็ก เขาหยุดเหมือนคิดอะไร บางอย่างก่อนพูดขึ้น หมู่บ้านข้าที่เจ้าเคยเห็น คนออกไปโขอยู่ พวกนั้นว่าจะไปอยู่เมืองลุ่ม นกกลางคืนโฉบตัวผ่านต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน กบ เขียดเงียบเสียงร้องเหมือนนัดกันไว้ คนขนเกลือกับพวกสามคนนั่งนิ่งและเงียบ ก่อนที่คนหนึ่งในสามจะเอ่ยขึ้น เราขายเกลือไม่ค่อยได้เหมือนเมื่อก่อน คนเมืองลุ่มซื้อเกลือจาก พวกที่มาทางตะวันตกมากกว่า พวกนั้นไปพร้อมกับเงิน เงินที่เจ้าเคยเห็นกองอยู่ในเรือน คนขนเกลือเล่าให้จะปุ๊ฟัง เขานึกเห็นภาพของเงินที่วางกองอยู่บนเรือนเหมือนผัก ปลา แต่กินไม่ได้ จะปุ๊และทุกคนปล่อยให้เสียงของกลางคืนดังกว่าคำพูด แลกในสิ่งที่เจ้าจำเป็นต้องแลก คำพูดของคนขนเกลือกลับมาดังก้องในหัวของเขา ๖๑. เกวียนเทียมวัวเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านตั้งแต่ฟ้ายังเป็นสีเทา เมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือก เบียดแน่นอยู่ภายในนั้น...ในเล่มเกวียน ซาติวาจัดเตรียมปลาแห้งที่ถูกทำให้สุก ไปเป็น เสบียงระหว่างการเดินทางอยู่ในสะพายย่ามของคนขนเกลือ พ่อหมอตุ๊ จะปุ๊ มะนู ซาติวาและชาวบ้านยืนมองดูขบวนเกวียนของคนขนเกลือที่ เคลื่อนไปจนลับตา กองเกลือในล้อมไม้ไผ่สานอย่างหยาบ ๆ ตรงลานหน้าบ้านจะปุ๊ดูเด่นชัด เกลือเหล่านี้เป็นของทุกคน จะปุ๊บอกกับพ่อหมอตุ๊และทุกคน พ่อหมอตุ๊พยักหน้า เหมือนเป็นการรับรู้ ๖๒. ท้องฟ้าสีเข้ม เมฆขาวลอยเกาะกลุ่มที่ปลายขอบฟ้า บดบังแสงอาทิตย์อย่างจงใจ เงาทึบพาดผ่านมาและไป กดทับอึดอัดและดูหม่น ๆ น้ำในท้องนาแห้งขังเป็นวงกว้างกระจัดกระจาย ต้นข้าวตั้งท้องออกรวงพัดไหวตามแรง ลมที่ไหลมาจากด้านเหนือ นกขายาวสีขาวใช้ปากแหลมจับกินหอยตัวเล็ก ๆ ใต้น้ำ หมาของพวกเราสองตัวนั่งย่อตัวรับลมเย็นอยู่ไม่ไกลจากต้นไม้ใหญ่หัวนา จะปุ๊นำเคียวออกมาลับ ลูบดูคม ซาติวารู้ว่าอีกไม่นานท้องนาจะเป็นสีเหลืองทอง รอการเกี่ยวเก็บกลับกลายมาเป็น เมล็ดพันธ์ข้าวเปลือกอีกครั้ง เสียงเครื่องทอผ้าดังมาจากบ้านของวาซี กึก...กัก ถี่ห่างตามจังหวะของมัน
|
| ทางผ่านของสายตา | ||
โลก...มีพื้นที่มากพอสำหรับทุกชีวิต |
||
|
View All |
||