พิมพ์หน้านี้
|
โลกร้อนตอนไหน..........กับหนังทดลอง บทที่ 1
ภาพของเรือขนาดแปดศอกวิ่งฝ่ากระแสคลื่นทะเลจากแรงลม เสียงเครื่องยนตร์ก้องคำราม จากการเร่งน้ำมันต้านแรงหนืดของแผ่นน้ำ หัวเรือเชิดลอยสูงเมื่อปะทะเข้ากับลูกคลื่นหัวเดิ่ง เรือเอียงหวูบใหญ่เมื่อนายท้ายเรือโยกเบนเรือเลี้ยวรอรับกับเกลียวคลื่นลูกต่อมา และต่อมา..... ลืมบอกไปว่าท้องฟ้าต้องมืดครึ้ม มากมายไปด้วยเมฆฝน......ที่คล้อยต่ำเกือบเบียดแผ่นน้ำ......... เสียงเพลง No war ของ Job ดังแว่วมาแต่ฝั่งไกลๆ ไม่ต้องหาที่มาของเสียง แต่คน บนเรือมิอาจได้ยิน เป็นเพราะเสียงของเครื่องยนต์ขนาดหนึ่งร้อยห้าสิบห้าแรงม้านั้นคำรามจน กึกก้อง ยิ่งเมื่อพุ่งผ่านเวิ้งผาข้างแนวเขา เสียงนั้นแทบกลายเป็นก้อนหินหนัก ทึบ กดทับลงมา บนร่างกายของผู้คนที่นั่งนิ่งจนเกือบเกร็งบนพื้นเรือ ภาพของเรือขนาดแปดศอกยังวิ่งอยู่อย่างนั้นแหละ..........แต่.... นายท้ายเรือหายไป......ใช่แล้ว นายท้ายเรือหายไปจากคันบังคับหางเสือเรือ เป็นภาพ แทนสายตาจากใครคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านหลังสุดของเรือหันกับมามอง...มองนายท้ายเรือที่หายไป เขาเงียบและมิได้พูดอะไร.....อาจเป็นเพราะเขาคิดว่าพูดไปก็มิอาจดังสู้เสียงจากเครื่อง ยนตร์ขนาดหนึ่งร้อยห้าสิบห้าแรงม้าได้.......มือที่เปื้อนเหงื่อปนน้ำทะเลกำแน่นที่ขอบเรือด้านใน เขาจำคำที่เคยได้ยินจากคนเรือที่เคยกล่าวแก่เขาว่า อยู่บนเรืออย่าเอามือวางจับที่กาบเรือด้านนอก อาจโดนเบียดบดจากเรืออีกลำได้...แต่ตอนนี้ทะเลกว้างมีแต่เรือของเขาลำเดียว แต่เขาก็ยังคง ปฏิบัติตามนั้นอย่างเคร่งคัด...... เสียงเพลง No war ของ Job ถึงท่อน Solo ดนตรีบาดหูแต่นุ่นนวลกว่าเครื่องยนต์ เขาคนเดิมอีกเช่นกัน สีหน้าของเขาดูกังวล และลังเลที่จะหันกับไปมองที่ด้านท้ายเรือ เขาคิดอยู่จนเวลาผ่านไปนาน...................การตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ที่จะหันกลับไปมองหานายท้ายเรือ แล้วเขาก็พบว่า แท้จริงนายท้ายเรืออยู่ตรงนั้น อยู่ที่เดิมเพียงแต่เขานั่งลงต่ำเพื่อวิดน้ำออกจากเรือ และลดแรงปะทะของเม็ดฝนกับใบหน้าดำเกรียมของเขา เขายิ้ม....เขาคิดว่าเขาต้องยิ้ม และอยากจะเอามือขึ้นมาตบอกตนเองด้วยความโล่งใจ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเขาต้องจับกำแน่นไว้ที่กาบแคมเรือด้านใน เขาเลยทำได้แค่คิด.....คิดว่าจะตบอกตนเอง เสียงเพลง No war ของ Job จบไปนานแล้ว เปลี่ยนเป็นเพลง Get up stand up ใน version R&B ของ Bob แต่เขาและคนบนเรือมิได้ยิน โชคดีเป็นของเขาที่ไม่ได้ยินเสียงเพลงเพลงนี้ แดดแรกของวันโผล่รอดรอยหยักของเมฆฝนลงสู่ผืนน้ำในเวลาเที่ยงกว่าๆ ลำแสงส่อง ตรงจากฟากฟ้าลงสู่ลำเรือน้อยกลางทะเลกว้าง คลื่นลมเบาบางลงบ้างแล้ว เป็นภาพที่งดงาม เมื่อลำแสงจากดวงอาทิตย์ส่องเคลื่อนตามเรือที่วิ่งฝ่าฟันไปข้างหน้า..... คลื่นหัวแตกพรายฟองขาวอยู่ไกลๆ แต่มันไม่น่ากลัวเท่าใดนัก และเริ่มร้อนความร้อนเหมือนจะ โฟกัสลงมาที่เรือลงมาที่เขาโดยเฉพาะ จนไม่นานเสื้อผ้าที่เปียกปอนก็แห้งลง แต่เราและคนดูมองไม่เห็นเพราะอยู่ระยะไกล..................ไกลจนเราได้ยินเสียงเพลงของ Bob ชัดเจน เขามองเห็นฝั่งแผ่นดิน และมุ่งหน้าเบนหัวเรือไปสู่....สู่แผ่นดินที่เขาจากมานาน แสง อาทิตย์ยังคงส่องรอดช่องเมฆลงมา แต่ขยายวงกว้างกว่าเดิม กว้างจนเห็นว่าบนแผ่นดินไม่มีสิ่งใด อยู่เลย ชายหาดยังยาวเหมือนเดิมแต่ดูจะเพิ่มความลึก ความลึกที่ทอดตัวเข้าไปด้านในแผ่นดินจน สุดสายตา ต้นกระทิงที่ใหญ่ที่สุดในโลกทอดเอนตัวต้นแทบขนานผืนทราย มันปลิดใบทิ้งเพื่อ ความอยู่รอด เขาปล่อยมือที่สั่นเทาหยิบยกกล้องขึ้นบันทึกภาพก่อนจะดับเครื่องยนต์ขนาดหนึ่งร้อยห้าสิบห้าแรงม้า ความเงียบอื้ออึงเข้ามาแทนที่.............เพราะเสียงเพลงของ Bob ก็จบลงไปนานแล้ว เขาเดินไปมองดูต้นกระทิงยักษ์ ก่อนจะเดินลึกเข้าไปในแผ่นดิน พร้อมกับเสียงเพลง No woman no cry ของ Bob ดังไล่หลังมา............. เขานึกขึ้นได้ว่าเขาลืมผูกเรือ เขาได้แต่นึกเท่านั้น........................เพราะเรือได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของต้นกระทิงยักษ์ไปเสียแล้ว... .................................................................. |
| ทางผ่านของสายตา | ||
โลก...มีพื้นที่มากพอสำหรับทุกชีวิต |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||