พิมพ์หน้านี้
เมื่อ ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งครั้งแรกออกมาแฉกันเอง ว่า มี ส.ว.กลุ่มหนึ่งรับเงินเดือนจากผู้กุมอำนาจรัฐในขณะนั้น เพื่อให้สนองตอบในสิ่งที่ฝ่ายกุมอำนาจรัฐต้องการ และพฤติกรรมหลายครั้งหลายหนของ ส.ว.ก็ส่อให้เชื่อว่า ข้อกล่าวหานั้นมีมูลความจริงอยู่ไม่น้อย กลายเป็นว่า ระบอบทักษิณได้ครอบงำฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเด็ดขาดและเบ็ดเสร็จ ทั้งด้วยเสียงข้างมากในสภาล่างและสภาสูง กลายเป็นประชาธิปไตยจอมปลอมที่เป็นเงื่อนไขหนึ่งให้ประชาชนลุกขึ้นมาขับไล่ระบอบทักษิณ ผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2549 ที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำความเน่าเฟะของระบอบประชาธิปไตยแบบจอมปลอมให้ฉายชัดมากขึ้น เพราะผลการเลือกตั้งได้ทำให้เกิดสภาพของสภาผัวเมียขึ้น ระหว่างวุฒิสภากับสภาผู้แทนราษฎร เพราะวงวานว่านเครือของบรรดานักการเมืองและพรรคการเมืองได้พาเหรดเข้ายึดสภาสูงไปเกือบหมด กลายเป็นรอยด่างดำทางประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศไทย บทบัญญัติที่ห้าม ส.ส.หรือ ส.ส.ที่พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่เกิน 5 ปี ลงสมัครเป็น ส.ว. ของรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 จึงมีเจตนารมณ์เพื่อแยก 2 สภาออกจากกัน และเพื่อแยกการเมืองของพรรคการเมืองออกจากวุฒิสภา (เหมือนเช่นบทบัญญัติอื่น เป็นต้นว่า ต้องไม่สังกัดพรรคการเมือง หรือพ้นมาแล้วไม่เกิน 5 ปี, ต้องไม่มีญาติเป็นส.ส.หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง) เช่นเดียวกับที่ห้าม ส.ว.ที่พ้นจากตำแหน่งมาไม่เกิน 2 ปีลงสมัคร ส.ส. โดยมีบทบัญญัติยกเว้นไว้ชัดเจนสำหรับสมาชิกสภานิติบัญญัติ หรือ สนช.ชุดนี้ แต่วันนี้มีความพยายามที่จะตัดตอนข้อกฎหมายที่ต้องการแยก ส.ว.ออกจาก ส.ส.ดังกล่าว เพื่อสกัดกั้นมิให้ สนช.ที่ได้รับการเลือกตั้งจาก คมช.กลับเข้ามาดำรงตำแหน่ง ส.ว.ได้อีก ทั้งๆ ที่ถ้าอ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญให้ครบ จะเห็นว่า ไม่มีบทบัญญัติใดของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ห้ามมิให้ สนช. สมัครเป็น ส.ว. (ทั้งประเภทเลือกตั้ง และประเภทสรรหา) โดยมีผู้พยายามตีความว่า สนช. สมัครเป็น ส.ว. ไม่ได้ ใน 2 ประเด็น คือ 1. นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา ได้เขียนบทความเรื่อง “สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติเป็น ส.ว.ได้หรือ?” ปรากฏในเว็บไซต์ของกลุ่ม 111 คนอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ที่ถูกตัดสิทธิเลือกตั้งว่า สนช.มีคุณสมบัติต้องห้ามในการลงสมัครเป็น ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 115 (9) ที่บัญญัติไว้ว่า.... “ไม่เป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือเคยเป็นแต่พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วยังไม่เกินห้าปี” 2. นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ให้สัมภาษณ์ว่า สนช. เคยทำหน้าที่ ส.ส.จึงต้องห้ามตามมาตรา 115 (7) ที่บัญญัติไว้ว่า...ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพ้นจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วไม่เกินห้าปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งหรือวันที่ได้รับการเสนอชื่อ ซึ่งไม่มีเหตุผลรับฟังได้ทั้ง 2 ประเด็น ในประเด็นที่ 1 ของนายพงษ์เทพ เห็นได้ชัดว่าผู้ให้ความเห็นอ่านรัฐธรรมนูญไม่ครบ หรือจงใจให้ข้อมูลที่ผิดเพื่อหวังผลบางประการ เพราะมาตรา 115 (9) ที่บัญญัติไว้ว่า ไม่เป็นรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือเคยเป็นแต่พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วยังไม่เคยห้าปี แต่มีบทเฉพาะกาลมาตรา 305 (2) บัญญัติยกเว้นไว้ชัดเจน มาตรา 305 (2) บัญญัติไว้ว่า..“ภายใต้บังคับมาตรา 296 วรรคสาม มิให้นำบทบัญญัติมาตรา 102 (10) เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 115 (9) และมาตรา 116 วรรคสอง มาใช้บังคับกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้” ส่วนในประเด็นที่ 2 ซึ่งเป็นความเห็นของนายสมคิดก็ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน เพราะสนช. ไม่ใช่ ส.ส.แต่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2549 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549 เพื่อทำหน้าที่ทางนิติบัญญัติ คุณสมบัติของ สนช. จึงแตกต่างกับ ส.ส. โดยสิ้นเชิง แม้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 293 จะบัญญัติให้ สนช.ทำหน้าที่ ส.ส. (และ ส.ว.) ก็เพื่อแก้ปัญหารอยต่อของระบอบ เพื่อให้การเมืองเดินหน้าไปได้ในระยะเปลี่ยนผ่าน เพราะถ้า สนช.ไม่อยู่ทำหน้าที่ บ้านเมืองก็จะไร้ฝ่ายนิติบัญญัติ และจะเปิดรัฐสภามิได้ ทำให้ไม่อาจมีรัฐบาลใหม่ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ สนช. ที่ไปทำหน้าที่ ส.ส. ไม่ได้มีคุณสมบัติและที่มาเหมือน ส.ส. จึงไม่อยู่ในเจตนารมณ์ห้ามของรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 115 (7) อย่างไรก็ตามด้วยเหตุที่มีบทบัญญัติยกเว้นไว้สำหรับการสมัคร ส.ส. ครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ ยังเป็นเหตุให้ สนช.หลายคนที่ทำหน้าที่ ส.ว.ด้วย (ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 293) สามารถสมัคร ส.ส.ได้ดังที่ทราบกันอยู่ และบางคนก็ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็น ส.ส. (อาทิ นายแวมาหะดี แวดาโอะ) ถ้ารัฐธรรมนูญจงใจจะห้าม สนช.ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต่อเนื่อง ทำไมเปิดโอกาสให้ลงสมัคร ส.ส.ได้ คิดโดยจิตสำนึกปกติ -- ส.ส.ซึ่งเป็นการเมืองโดยตรง ยังเปิดโอกาสให้เป็นได้ ทำไม ส.ว.ซึ่งแยกออกมาจากการเมืองโดยตรง จะเป็นไม่ได้ แม้แต่ ส.ส.ร.ซึ่งเป็นองค์กรจัดทำร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง รัฐธรรมนูญก็เปิดโอกาสให้สมัคร ส.ส. และ ส.ว.ได้ คงห้ามแต่เฉพาะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น จึงไม่เห็นเหตุผลที่จะมาห้าม สนช.ที่ไม่ใช่องค์กรจัดทำรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญ การห้ามมิให้บุคคลกลุ่มใดเสียสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้ง หรือรับการสรรหา เป็นบทจำกัดสิทธิพื้นฐาน จะต้องเขียนให้ชัดเจน และจะต้องตีความอย่างแคบ มีข่าวหนาหูว่า หลังจากยึดสภาล่างสำเร็จแล้ว เกมต่อไปเพื่อแผ้วทางการกลับมาสู่อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จของพลพรรคแม้วก็คือ ต้องยึดสภาสูงให้ได้ กระทั่งส่งนายพงษ์เทพ ออกมาเปิดประเด็นแบบอ่านกฎหมายครึ่งๆ กลางๆ ว่า สนช.มีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นหาก สนช.ที่เข้ารับการสรรหาทั้งหมดไม่ได้รับเลือกเข้ามาแม้แต่คนเดียว คณะกรรมการสรรหาต้องให้คำตอบได้ว่าเป็นเพราะอะไร คณะกรรมการสรรหาต้องชี้ออกมาให้ชัดว่า สนช.มีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรมต่อ สนช.ที่ได้รับการเสนอชื่อ และแสดงถึงความเป็นธรรมและศักดิ์ศรีในการทำหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาเอง เพื่อลบข้อครหา ว่า มีความพยายามของกลุ่มอำนาจแม้วที่จะสกัดกั้น สนช. ไม่ให้กลับเข้ามาในสภาสูง เพื่อยึดกุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ |
| Pattaya light | ||
I love it |
||
|
View All |
||
| เมื่ออาหารเช้าบุกโลก breakfasttransformer | ||
เด็กๆจะกินจานนี้ |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||