| Narathiwat Story | ||
ภาพเมืองนราธิวาส |
||
|
View All |
||
| เมื่ออาหารเช้าบุกโลก breakfasttransformer | ||
เด็กๆจะกินจานนี้ |
||
|
View All |
||
พิมพ์หน้านี้
|
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ “แบล็คแคนยอน” ร้านกาแฟแบรนด์ไทย ณ วันนี้ ได้สยายปีกโกอินเตอร์ดังกระหึ่ม ชนิดที่ว่าในบางประเทศสามารถล้มยักษ์ร้านกาแฟบิ๊กบึ้มระดับโลกอย่าง “สตาร์บัคส์” จากสหรัฐฯได้ขาดลอย ล่าสุด เพื่อเป็นการยืนยันศักยภาพที่คับปั๊งของแบล็คแคนยอน คณะผู้บริหารของบริษัทแบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) จำกัด นำโดยนายประวิทย์ จิตนราพงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้พาคณะสื่อมวลชนไทยเดินทางไปประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเบิ่งชมความรุดหน้าของร้านแบล็คแคนยอน เพราะเพียงแค่ 2 ปี ที่เข้ามาทำธุรกิจ ได้มีสาขาครอบคลุมทั่วอินโดนีเซียถึง 12 สาขา และเตรียมแผนเปิดเพิ่มอีก 12 สาขา ในอีก 1 ปีข้างหน้า
นาย ประวิทย์เปิดเผยว่า นอกจากประสบความสำเร็จในไทยแล้ว แบล็คแคนยอนยังมีแผนจะรุกสยายปีกในต่างประเทศ โดยจะเน้นทำตลาดในรูปของการขายแฟรนไชส์ร้านกาแฟแบล็คแคนยอน ที่ปัจจุบันมีสาขาเปิดกระจายอยู่ 27 สาขาในประเทศต่างๆ นั่นคือ สิงคโปร์ 1 สาขา, มาเลเซีย 7 สาขา, พม่า 1 สาขา, กัมพูชา 1 สาขา, อินโดนีเซีย 12 สาขา, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 5 สาขา “เฉพาะที่อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่เป็นแหล่งผลิตกาแฟที่ใหญ่ที่สุดประเทศหนึ่งในโลก สามารถโค่นแชมป์กาแฟสัญชาติอเมริกันอย่างสตาร์บัคส์เสียราบคาบ เราเป็นที่หนึ่งในตลาดร้านกาแฟอินโดนีเซีย ทั้งในเรื่องจำนวนสาขาและยอดขาย เนื่องจากผู้บริโภคชาวอินโด�นีเซียชื่นชอบในรสชาติกาแฟไทย และมองว่าสินค้าไทยเป็นสินค้าคุณภาพ” นายประวิทย์กล่าวว่า ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการมีมาสเตอร์ แฟรนไชส์ที่ดี ใจถึง มือถึง ตาถึง และเงินถึง นอก จากนี้ ยังมีอีกปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จในอินโดนีเซียและประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศ ไทย คือ 6 P ได้แก่ 1. Product (สินค้า) 2. Price (ราคา) 3. Place (ช่องทางจำหน่าย) 4. Promotion (ส่งเสริมการขาย) 5. Partner (พันธมิตรทางธุรกิจ) และ 6. People (พนักงาน หรือบุคลากร) การทำธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจแฟรนไชส์นั้น Partner หรือพันธมิตรทางธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในตลาดต่างประเทศที่ บริษัทเน้นการขยายสาขาในรูปของมาสเตอร์ แฟรนไชส์ (Master Franchise) เพราะเชื่อว่าสามารถขยายตลาดได้เร็วกว่าการลงทุนเปิดสาขาเอง นโยบายของบริษัทต้องการเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟและอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในเอเชีย ขณะเดียวกันยังตั้งใจจะนำอาหารไทยไปบุกตลาดโลก เราไม่ได้มุ่งที่จะยิ่งใหญ่ในอินโดนีเซียประเทศเดียว แต่วันนี้ ถือว่าตลาดอินโดนีเซีย เป็นตลาดที่ประสบความสำเร็จที่สุด มีสาขามากสุด เพียงแค่ 2 ปี ที่รุกตลาดสามารถขยายสาขาได้มากถึง 12 สาขา ที่กรุงจาการ์ตา 1 สาขา บันดุง 1 สาขา เซอมารัง 1 สาขา ย็อกยาการ์ตา 1 สาขา สุราบายา 1 สาขา บาหลี 3 สาขา มักกะซาร์ 2 สาขา และมานาโด 1 สาขา ทั้งนี้ ในอีก 12 เดือนข้างหน้า คาดว่าจะเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นอีก 12 สาขา รวมเป็น 24 สาขา ใช้เงินลงทุนสาขาละ 6 ล้านบาท สำหรับจุดคืนทุนต่อสาขาถึงประมาณ 1-2 ปี ซึ่งถือว่าเร็วมาก ขณะที่ประเทศอื่นๆ เช่น มาเลเซีย ในอีก 12 เดือนข้างหน้าจะเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นอีก 3 สาขา สิงคโปร์อีก 1 สาขา ดูไบ 2 สาขา ส่วนตลาดใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโต และคาดว่าจะขยายเพิ่ม คือ อินเดีย จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ นายประวิทย์กล่าวอีกว่า สำหรับการทำธุรกิจในไทย แบล็คแคนยอนยังคงขยายธุรกิจ ต่อไปเต็มสูบ แม้ภาวะเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ รวมถึงเศรษฐกิจโลกจะยังไม่นิ่ง แต่ เชื่อว่าธุรกิจร้านกาแฟยังมีโอกาสเติบโตสูง และไม่ได้อยู่ในช่วงขาลง ดูได้จากการลุยขยายสาขาธุรกิจร้านกาแฟทั้งรายใหญ่รายเล็ก รวมถึงร้านข้างถนนในไทยยังมีต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีจำนวนรวมกันมากกว่า 4,000-5,000 แห่ง ขณะที่ในตลาดต่างประเทศก็เปิดประตูรับการขยายสาขาของร้านกาแฟจากทั่วโลก รวมถึงร้านกาแฟแบรนด์ไทย “อย่างไรก็ตาม ในภาวะเศรษฐกิจที่มีปัญหาในเรื่องของเงินเฟ้อ ผู้ประกอบการที่มีความแข็ง แกร่งแข็งแรงเท่านั้นถึงจะอยู่รอด ในส่วนของบริษัทในฐานะที่เป็นแบรนด์ไทย ณ วันนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาด แม้ตลาดในประเทศที่ปัจจุบันมีสาขาเปิดให้บริการกระจายอยู่ทั่วประเทศ 180 สาขา และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 190 สาขา ในสิ้นปีนี้ เป็นสาขาแฟรนไชส์ 45% บริษัทลงทุนเอง 55% แต่เรายังไม่สามารถโค่นแชมป์อย่างสตาร์บัคส์ได้ ทั้งที่คุณภาพ ราคา และการบริการแข่งขันได้สบายๆ”
Source: ไทยรัฐ |