พิมพ์หน้านี้
|
เผยหมอกควันเชียงใหม่-ลำพูน พุ่งเกินค่ามาตรฐาน
รายงานจากกรมควบคุมมลพิษในรอบอาทิตย์ที่ผ่านมาพบว่า สภาพอากาศทางภาคเหนือโดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ มีค่าฝุ่นละอองสูงขึ้นมาเป็นลำดับ จนกระทั่งเมื่อวานนี้ (6 มี.ค.) จนถึงวันนี้ พบว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10) สูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางเดินหายใจ นายอิศเรศ สิทธิโรจนกุล หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่า จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ประกอบด้วยพื้นที่ อ.เมือง อ.แม่ริม และ อ.หางดง ยังไม่มีการเกิดไฟป่าเลย อย่างไรก็ตาม ปัญหาหมอกควันเกิดจากฝุ่นละออง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นควันไฟอย่างเดียว แต่รวมถึงไอเขม่ารถยนต์ โรงงานต่างๆ แต่ไม่ทราบว่ามีสถิติการเผาในที่โล่ง เช่น การเผาตอซังข้าว ข้าวโพด ด้วยหรือไม่ อีกประการหนึ่งคือ ช่วงนี้มีความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่มาปกคลุม เมื่ออากาศหนักถึงแม้ว่าจะมีควันนิดหน่อยก็ทำให้เกิดฟ้าหลัวได้ เพราะเชียงใหม่-ลำพูน เป็นบริเวณแอ่งกระทะ นายภุชงค์ อินสมพันธุ์ หัวหน้าสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.เชียงใหม่ (ทสจ.เชียงใหม่) กล่าวว่า ในการลดปัญหาฝุ่นควันในช่วงนี้ ทางจังหวัดได้สั่งการให้นำรถมาล้างถนนบริเวณถนน และแขวงการทางต่างๆ นอกจากนี้ เทศบาลที่มีเทศบาลที่มีรถน้ำก็ให้ช่วยนำรถมาล้างถนน เพิ่มความชุ่มชื้น ให้วิทยุแจ้งไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้งดกิจกรรมที่มีการเผาทุกชนิด นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าการล้างถนนได้ผลแน่นอน เพราะมีฝุ่นที่เกิดจากถนนเยอะมาก มีลักษณะเป็นแป้งฝุ่น ซึ่งลอยฟุ้งในอากาศ กว่าจะตกลงมาก็ใช้เวลา ซึ่งฝุ่นตรงนี้เป็นฝุ่นที่เรามองไม่เห็น ส่วนบริเวณถนนที่ก่อสร้างก็ต้องย้ำให้รดน้ำถี่ขึ้นเพื่อไม่ให้มีฝุ่นกรายขึ้นมา ในการล้างถนนเทศบาลในท้องที่ก็จะรับผิดชอบดูแลล้างถนนทุกวัน เพราะถนนมันเยอะ ถ้าล้างวันละหลายๆ ครั้งก็คงไม่ไหวเพราะมีถนนเยอะ ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องประกาศภาวะวิกฤติ เราจะมีมาตรการเพิ่มความชุ่มชื้นโดยการล้างถนนสายต่างๆ ย้ำกำชับไปยัง อบต. หน่วยงานต่างๆ ให้เข้มงวดกับปัญหาหมอกควันมลพิษ นายภุชงค์ กล่าว นายปัน พิทักษ์ราษฎร์ อายุ 75 ปี ชาวบ้านร่ำเปิง หมู่ 5 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า การเผาใบไม้กิ่งไม้ของชาวบ้านทำมานานแล้ว สมัยก่อนทุกบ้านเผาเศษใบไม้แห้งกันเป็นปกติ ไม่เคยมีปัญหาอะไร และปัจจุบันก็ยังเผาอยู่เพราะหากไม่เผามันก็จะสะสมเยอะขึ้น ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร แต่ถ้าบอกว่าห้ามเผาเด็ดขาด เทศบาลก็น่าจะมาช่วยเก็บเอาไปทำปุ๋ยได้ สมัยก่อนชาวบ้านเผากันตามปกติ ไม่เคยมีปัญหาหมอกควันเกิดขึ้น และใบไม้เป็นของธรรมชาติใช้เวลานิดเดียวก็มอดแล้ว ไม่น่าจะมีอันตรายอะไร ส่วนปัญหาหมอกควันคิดว่าน่าจะมาจากอย่างอื่นด้วย เพราะเดี๋ยวนี้ความเจริญทำให้มีรถเยอะด้วย นายปัน กล่าว ดร.ดวงจันทร์ อาภาวัชรุตม์ นักวิจัยสถาบันวิจัยสังคม ม.เชียงใหม่ กล่าวว่า ความตระหนักของคนมีมากขึ้นแต่ยังแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ยังไม่ได้มองปัญหาอย่างเชื่อมโยง เพราะแนวทางในการแก้ไขปัญหาเรื่องหมอกควัน ทุกคนต้องมีความตระหนักในปัญหามลพิษ แม้ว่าตอนนี้การเผยแพร่ความรู้เป็นที่รับรู้กันทั่วเมืองแล้วจากที่เมื่อก่อนคนไม่ค่อยสนใจก็เริ่มสนใจมากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เพราะบางคนยังคิดว่าเราทำแค่นิดเดียว ทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่ว่าสร้างมลพิษ หรือคิดว่าการเผาเป็นเรื่องปกติ เพราะทำกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ แต่ปัจจุบันเรามีความเป็นอยู่อย่างเมือง เรากลับยังมีพฤติกรรมเป็นชนบทอยู่เหมือนเดิม ดร.ดวงจันทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับบางคนก็ไม่ได้รับรู้ข้อมูลเลย เช่น ประชาชนที่สุมไฟเพื่อไล่ยุงให้กับวัว ควาย ยังไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนั้น จึงเป็นผลทำให้เกิดโรคปอด วัณโรค ชี้ชัดมากว่าการเผาสุมควันแบบนี้ส่งผลกระทบโดยตรง แต่หลายคนอาจยังไม่ได้เชื่อมความเจ็บป่วยกับพฤติกรรมของตน อย่างไรก็ตาม ต้องให้ทางออกกับการห้ามชาวบ้านเผาด้วย เพราะการห้ามอย่างเดียวไม่ได้แก้ปัญหา เช่น ถนนสายเชียงใหม่สายเชียงใหม่-สารภี เมื่อห้ามชาวบ้านเผาใบต้นยาง จะมีทางออกให้ชาวบ้านอย่างไร เพราะชาวบ้านมีที่ดินแคบ ทุกคนไม่สามารถที่จะทำปุ๋ยหมักได้ เป็นต้น การแก้ปัญหาต้องใช้วิธีปัจเจกผสมกับนโยบาย เพราะใช้นโยบายอย่างเดียวไม่มีประโยชน์ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของนักสิ่งแวดล้อมฝ่ายเดียว แต่ทุกคนต้องมีความตระหนัก มีสำนึกและความเข้าใจที่ถูกต้อง ทุกภาคส่วนต้องมาดูแล ยกตัวอย่างเช่น โรงแรมและธุรกิจสปา ก็ล้วนมีส่วนทำให้เกิดปัญหามลพิษทางอากาศด้วย เพราะมีรถทัวร์ของบริษัทพานักท่องเที่ยวเข้ามา สร้างควันมลพิษ ฉะนั้นทุกคนต้องแก้ของตัวเองด้วย ไม่ใช่มาบอกว่าชาวบ้านผิด แต่ตอนนี้ชาวบ้านกำลังเป็นแพะ ดร.ดวงจันทร์ กล่าว นอกจากนี้ ดร.ดวงจันทร์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยตั้งค่ามาตรฐานคุณภาพทางอากาศ ห่างจากค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศของประเทศทางยุโรปกว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้คนรู้สึกว่ามันยังไม่อันตราย แต่ในระดับที่ไม่อันตรายของระเทศเราตอนนี้ มันอยู่ในขั้นที่อันตรายสำหรับประเทศอื่นแล้ว ดร.ดวงจันทร์ กล่าวย้ำ อนึ่ง สภาพภูมิประเทศโดยเฉพาะในทวีปยุโรปมีลักษณะเป็นที่ราบหุบเขาสูง อากาศหนาวเย็นกว่าประเทศไทยมาก ซึ่งอากาศเย็นมีมวลหนัก ประกอบกับบริเวณที่เป็นแอ่งเขายังเอื้อต่อการเกิดสภาพอากาศกดทับ หากมีการเผาและปลดปล่อยสารมลพิษสู่ชั้นบรรยากาศจะส่งผลให้เกิดการสะสมมลพิษได้มาก ภาพบนเป็นภาพ ตอน วันที่ 20 มีนาคม ปี 2550 แต่นี้เป็นภาพ บอลลูน ตอนเช้าวันที่ 8 มีนาคม 2551 เวลา 8.00 น วิกฤติหมอกควัน กลับมาอีกแล้ว และผมแน่ใจว่า เป็นหนักกว่าเก่าแน่นอน เพราะช่วงนี้ขนาดไม่มีไฟป่า เนื่องจากสองสามอาทิตย์ก่อน ฝนตก ทำให้อากาศไม่ค่อยแห้งแล้งเท่ากับปีที่แล้ว ปีที่แล้วก็โทษ ไฟป่า เผ่าขยะ หรือแม้ แต่ขนาดโทษไปถึงการเปิดร้าน หมูกระทะจำนวนมาก จะให้ปิด กัน ว่ากันเข้าไปใหญ่ พอหมอกหายเรื่องการแก้ไขก็เงียบไป ซึ่งความจริงแล้ว ปัญหานี้ ปีนี้มีน้อยมาก แต่ก็ยังโทษอยู่ แต่ว่าเป็นการเผ่าป่าทาง จังหวัด ลำปาง เอาเข้าไปนั้น ถ้าไปทาง จังหวัดลำพูนในตอนเช้าๆ บรรยากาศก็ไม่ต่างกันเลย หมอกกับควันค่อนข้างมาก อันมาจากโรงงานอุตสาหกรรม ก็มีส่วนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ควันจากท่อไอเสีย รถยนต์ในเชียงใหม่ มีมากขี้นกว่าแต่ก่อนมากอย่างเห็นได้ชัด ในตอนเช้าและตอนเย็น ร่วมถึงการก่อสร้าง โรงแรมขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง ขนาดเล็กอีก แล้วคุณภาพชีวิต ของเราคนเชียงใหม่ จะอยู่ได้อย่างไร ใครก็บอกว่าเชียงใหม่ สวย อากาศดี ผมอยู่นี้มาหลายปี บอกคำเดียวว่า แย่ลง และ จะแย่ลงกว่านี้ อย่างแน่นอน ถ้ายังไม่มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง สามภาพบน ถ่ายหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ความสูงจากพื้นราบ ประมาณ 300 เมตร เวลา 6.00 น เห็นสภาพควันปกคลุมเหนือเมืองเชียงใหม่ ถ้าเป็นในช่วงหลายปีก่อน จะเห็นทัศนวิสัย ได้สวยงามมาก ผมอยากได้ภาพเก่า สิ่งแวดล้อมเก่า กลับคืนมากครับ ถ้าเราอยู่ในถนน ที่สองข้างเป็นตึกสองข้างแล้ว คุณจะเหมือนคุณอยู่ในหมอกควันจากท่อไอเสีย ล้อมรถหรือตัวคุณ ในระยะ 1 กิโลเมตร ภาพก็จะมัว ๆ อย่างนี้ อากาศเสีย สุขภาพเสีย แล้ว จะให้ติดอันดับเมืองน่าท่องเที่ยวได้อย่างไหร่ละครับ ใครจะช่วยเราชาวเชียงใหม่ นอกจาก ชาวเชียงใหม่ด้วยกัน |
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||