พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อสองสามวันก่อนดูทีวีรายการอ่านข่าว คุยข่าวเรื่องโหรดังคมช อาจารย์วารินทร์ แห่งสำนักสุขิโต เรื่องคำทำนายต่างๆ เกี่ยวกับดวงเมือง วันรุ่งขี้นท่านนายกของเราก็วิพากย์วิจารณ์ คำทำนายนั้นทันที่ อาจารย์วิรินทร์ บัววิรัตน์เลิศ นั้น ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้พบท่านมาเมื่อสักเมื่อสี่ปีที่แล้ว ตอนนั้นตัวข้าพเจ้าเองก็ไม่ค่อยจะสบายใจ ในปัญหาต่างๆ ค่อนข้างมาก แต่อาจจะฟ้าลิขิตก็คงเป็นได้ เพื่อนสนิทของข้าพเจ้าเอง ที่มาอาศัยกับข้าพเจ้าในบ้าน เกิดนึกอย่างไรก็ไม่ทราบ ถึงพูดถึงท่านขี้นมา และ จะไปปรึกษาท่านเรื่อง คดีความของพ่อเพื่อนข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเลยได้มีโอกาสไปส่ง เราไปถึงหมู่บ้านสุขิโต ( สำนักสุขิโต ความจริงเป็นชื่อหมู่บ้านจัดสรร ที่อาจารย์อยู่ครับ ) เวลาประมาณ 9 โมงเช้า อาจารย์ไม่อยู่ออกไปธุระข้างนอก คนเฝ้าบ้านบอกกับเรา แต่เราก็ได้เข้าไปในบริเวณ บ้านของท่าน ซึ่งน่าจะบอกว่าเป็น วิหารหลวงปู่มากกว่า ด้านซ้ายมือ จะเป็น รูปหล่อ พญาครุตปิดทอง ยืนสง่า สวยงามมาก ขนาดบริเวณ ก็ประมาณ 1 งานได้ สักพักก็มีรถสามล้อเครื่อง มาจอดพร้อมกับ หญิงสาวหน้าตาดี แต่งตัวภูมิฐาน ลงรถเข้ามารอเราอีกคน สักประมาณ สิบโมงกว่าก็ได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้าน เราก็ได้พบกับ ชายหนุ่มอายุราว สี่สิบกว่า ผอม สวมเสื้อขาวลง จากรถฟอร์ด สีขาว รุ่นเก่า ท่านพบหน้าพวกเรา ก็เอ่ยถามว่า นัดไว้หรือเปล่า เราก็บอกว่าไม่ได้นัด ท่านก็เชิญเราเข้าไปนั่งในวิหาร ข้างในวิหารหลวงปู่ มีขนาดกว้างขวาง มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เรียงอยู่เป็นแท่น เป็นสิบ องค์ แต่จะมี รูปหล่อฤษี (ที่ทราบในภายหลังว่า ชื่อ พ่อปู่ฤษีเกวาลัน ) อาจารย์เรียกเราเข้าไปถามว่า มีเรื่องอะไรให้ช่วย ตัวเพื่อน ของข้าพเจ้าก็เข้าไปสอบถาม อาจารย์ท่านนั่ง บนพรมที่วางบนพื้นระดับเดียวกับแล้วหลับตา โดยไม่ได้แสดง ถึงความเก่งกาจสามารถ หรือว่า พิเศษอะไรให้เห็นเลย แล้วก็ตอบคำถามของเพื่อนข้าพเจ้าไป เมื่อเพื่อนข้าพเจ้าสอบถามเสร็จ ก็ถึงตาข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็เข้าไปสอบถาม ถึงเรื่องธุรกิจ ปัญหาต่าง ได้คำตอบที่ไม่ค่อยพอใจมากนัก ( ไม่ค่อยเชื่อว่างันเถอะ ) แล้วก็แฟนของข้าพเจ้า อาจารย์บอกให้ข้าพเจ้ากับเพื่อนออกไปก่อน คงเหลือแต่แฟนข้าพเจ้ากับผู้หญิงที่มารออยู่ด้วย แต่นั่งอยู่ห่างๆ ข้าพเจ้าก็ออกมารอข้างนอก สักพักแฟนข้าพเจ้าก็ออกมาตามให้เข้าไปพบ แล้วอาจารย์ได้พูด ถึง กรรมบางอย่างที่ทำให้ เกิดปัญหา และอุปสรรค์ ต่างที่เกิดขึ้น ข้าพเจ้าและครอบครัว จึงทึ่งจนพูดไม่ออก อาจารย์ท่านแนะนำให้ไปทำบุญ ท่านไม่ได้พูดมาก ท่านเป็นคนพูดน้อย แต่ตรงประเด็น จนข้าพเจ้าเข้าใจ ในคำว่า " ไม่มีใครใหญ่เกินกรรม " ในบ้างครั้งเมื่อชีวิตเราใช้บุญเก่า จนหมด หรือน้อยลง กรรมที่เราได้กระทำมาในอดีตชาติ ปัจจุบันชาติ ก็มีกลับมาให้เราได้ ชดใช้ การแก้กรรม ทำไม่ได้ แต่ บุญจะช่วยนำทางให้เราผ่านพ้นปัญหาต่างๆ ได้ จากวันนั้น มากข้าพเจ้าก็ได้แนะนำ มิตรสหาย ที่พอรู้จักและมีความทุกข์ เข้าไปหาท่าน แต่ก็แล้วแต่ บุญที่ทำมาของแต่ละ บุคคล เพราะบางท่านพาไปแล้วไม่ได้พบ ไม่ได้เจอ บางท่าน ไปหาแล้ว ท่านมีธุระด่วนแท้ๆ ก็ยังมีน้ำใจ ช่วยเหลือ ข้าพเจ้าเคยสอบถามท่าน ถึงความสามารถของท่าน โดยท่านกล่าวว่า ท่านไม่ใช่หมอดู ไม่ใช่โหราจารย์ แต่ท่านเป็นเพียงแค่เสมือนเครื่องรับคลื่น ที่คอยรับคลื่นจากแดนไกล มาขานไขปริศนาทางชีวิต เพื่อนำพาศิษยานุศิษย์ บำรุงสานา รักษาแผ่นดิน มาบอกให้แก่ผู้ที่เข้ามา ท่านไม่ได้เรียกร้องเงินทอง (ไม่เรียกร้องคือ ไม่เอาเงินเลยนะ ไม่ใช่แล้วแต่จะให้ ใส่กล่อง ) ข้าพเจ้าเคยจะนำเงินใส่ซองให้ท่านเผื่อท่านจะนำไปทำบุญ ท่านก็ไม่รับแต่บอกว่า ท่านทำบุญทุกปี ตอนนั้น ปีละสองครั้ง ช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี ให้มาร่วมพิธี ข้าพเจ้าเลยได้มีโอกาสร่วมทำบุญใหญ่ในปีนั้น ข้าพเจ้าได้เห็นลูกศิษย์ อาจารย์ จากหลายวงการ ไฮโซ ข้าราชการ ทหาร นักแสดงคนดังๆ คนรวย คนจน ก็มาร่วมพิธีกันมาก ก็ประมาณ สี่ ห้า ร้อยคนได้ในปีนั้น แต่ถ้ามีโอกาสก็ข้าพเจ้าก็เข้าร่วมทุกปี ตามกำลังทรัพย์ ถ้าทราบวันเวลาที่แน่ชัด และทุกๆปี ก็จะพบว่า มีคนเข้าร่วมมากขึ้นทุกปี พักหลังๆ พอได้ทราบข่าวว่า ท่านดังมาก การเป็นโหร คมช ก็เลยไม่ค่อยได้ไปพบท่าน เพราะเกรงว่าท่านจะมี ภาระกิจมาก และอีกอย่าง เราก็ยังยึดมั่นในคำสอนของท่านตลอด และ นึกถึงคำพูดของท่านที่ทำให้เรา ได้มีปัญญา และ รู้จักปาบ บุญ คุณ โทษ เสมอ กลัวคนเยอะว่างันเถอะ อีกอย่างปัญหาต่างเราก็หมดไปแล้ว
แต่ปีนี้ก็อดไม่ได้เพราะ รู้จากข่าวว่า วันที่ 6 - 7 มีงานบุญ ก็เลยไปร่วม ไม่ได้มาหลายปี แต่ ปีนี้ ความยิ่งใหญ่ ในงานบุญของท่าน ยิ่งใหญ่มาก มีผู้หลัก ผู้ใหญ่ในบ้านในเมือง(ส่วนมากจะเป็นคนละซีกกับ ฝังรัฐบาล ) มากันมาก ถ้าอยากรู้มีใครก็ ลองตามข่าวดู ไม่อยากพูดถึง เพราะคิดว่า ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ก็มีการทำบุญไถ่ชีวิตโคกระบือ ถวายมหาสังฆทาน เป็นจำนวนเงินหลายล้านบาท ถวายเงินให้วันพระธาตุดอยสุเทพ กว่า สามล้านบาท และอื่นอีก แต่มีพิเศษมีการจัดสร้าง พระพุทธรูปปางชนะมาร ขนาดหน้าตัก 99 นิ้ว แต่ได้ธรรมะ ติดตัวมา ถือว่า เป็นประโยชน์ อยู่มิใช่น้อย ธรรมะที่ได้จากการสร้าง พระพุทธรูปองค์นี้ 1 หัวแหลม ( เกศแหลม ) ให้ผู้ที่เห็นมีปัญญา แก้ไขปัญหาต่างโดย สติ ปัญญา 2 หูยาน อย่าหูเบา เชื่อคนง่าย ให้เป็นผู้มีความหนักแน่น ในการฟัง วิเคราะห์ ต่างๆ ด้วยใจอันเที่ยงตรง 3 มองตน ให้เป็นผู้มีการมองการกระทำของตน ว่า ถูก ดี ชั่ว แค่ไหน แล้วปรับปรุงฝึกตนได้ 4 นั่งนาน ให้เป็นผู้มีความหนักแน่น ในการกระทำที่ถูกต้อง อดทนต่อคำวิพากษ์วิจารย์ เลยย้อนถึงคำวิพากษ์วิจารย์ ต่างๆที่ท่านนายกสมัครพูดถึง อาจารย์นั้น ก็คงจะเหมาะกับการสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ พอดิบพอดี ท่านนายกไม่ผิด เพราะท่านนายกไม่รู้ ไม่ทราบ และที่สำคัญ ท่านไม่ได้สัมผัส กับธรรมะที่อาจได้จากการพบ อาจารย์วิรินทร์เลย แต่มีอีกหลาย ท่านที่ สัมผัสแล้ว รู้ซึ้ง ถึง ธรรมะ ถึงได้มาทำบุญด้วยกัน ทุกๆ ปี และ มากขี้น ทุกปี ด้วย ผลบุญที่ทำ ด้วยความ มุ่งหวัง เพื่อ สืบทอดพระศาสนา และ ความสามัคคีภายในชาติ ท่านกล่าวไว้ ว่า ท่านรับทุกคนเข้ามา ไม่ว่า ฝ่ายไหน เพราะทุกคน คือคนไทย ถ้า คนชื่อ วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ไม่ดีจริง คงจะนำพาคนทุก วงการ ทั่วประเทศมาทำบุญในวันนี้ไม่ได้แน่ครับ ทำไมต้องทำบุญครับ การทำบุญเป็นการสร้างกุศลขี้นให้กับจิตใจ ในบางครั้งจิตมษุยย์นั้นเศร้าหมอง การร่วมบุญในแต่ละครั้ง ทำให้จิตใจได้กุศลจากการทำบุญ มีกำลังใจ เมื่อจิตใจดีแล้ว ก็สบายใจ แล้ว ปัญญาก็จะเกิดขี้นเอง ไม่มีปัญหา ปัญญาไม่เกิดครับ การทำบุญต้องทำให้ถูกวิธี ทำดีให้ถูกจังหวะ จากใจ เต็มใจ แล้วเราก็จะ สุขใจครับ เป็นการรักษาบุญเก่า แล้ว เพิ่มบุญใหม่ เสริมสร้าง ทานบารมี ศีล และ ภาวนาครับ ขอทุกท่านให้พบกับความสุข พบธรรมะเป็นแนวทางชีวิตครับ (คำทำนายทั้งหลาย ไม่ได้ทำให้เราได้พ้นทุกข์แต่ ธรรมะของพุทธองค์ต่างหากที่จะนำพาเราให้พ้นทุกข์ ) |
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||