วันพุธ ที่ 21 พฤษภาคม 2551
หายไปทำโท
Posted by
กระถิน
,
ผู้อ่าน : 131
, 15:35:08 น.
| หมวดหมู่ :
ห้องนั่งเล่น
พิมพ์หน้านี้
|
กระถินกลับมาแล้วจ้าพี่น้อง กลับมาตามเสียงเรียกร้อง ฮิ้ววว เปล่าเล้ย เสียงก่นด่า ของผองเพื่อนซะมากกว่า ว่าทำไมถึงได้ทอดทิ้งบล็อคให้ร้าง หยากใย่ขึ้นซะขนาดเนี้ย ครั้นเสร็จสิ้นภารกิจบางประการ กระถินก็ได้เข้ามาที่ห้องน้อยๆ ห้องนี้อีกครั้ง เออว่ะ ถึงคราวต้องปัดฝุ่นกันอีกครั้ง เอาเป็นว่า จะขอเริ่มด้วยการเล่าว่าหายศีรษะไปไหน ก่อนละกัน เพื่อนพี่หลายท่านคงพอจะทราบว่า ที่กระถินหายไป เนื่องจากกระถินขอตัวไปทำโท ทำโทจริงๆ ค่ะ ทั้งปริญญาโท และโท ต๊อง ไอ้เรื่องปริญญาโทน่ะไม่เท่าไหร่ ยังพอ ถูไถเอาตัวรอดมาได้ แต่โทต๊องนี่สิ เหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนแรก จะว่าไป กระถินนับเป็นหนึ่งในคุณแม่ผู้โชคดี ที่เวลาท้องไม่แพ้มากเหมือนคุณแม่ หลายๆ คน แอบนึกในใจ นี่ขนาดชั้นแพ้ไม่มากยังขนาดนี้ แล้วคนที่เขาแพ้มากๆ จะขนาดไหนหนอ เคยได้ยินมาว่า บางคนแม้แต่น้ำลายตัวเองก็ยังกลืนไม่ได้ แถมยัง แพ้ท้องตั้งแต่วันแรกยันวันคลอด โอ้แม่เจ้า ขืนเป็นอย่างนั้น คงจะเข็ดไปอีกนาน ใครที่กำลังจะเตรียมตัวเป็นคุณแม่ลองฟังเอาไว้นะคะ แต่อย่าเพิ่งตกใจ คนที่ไม่มี อาการแพ้เลยก็มีมากมาย คุณอาจเป็นหนึ่งในผู้โชคดีก็ได้ค่ะ
สำหรับกระถินท้องนี้ถือว่า มีอาการแพ้รุนแรงกว่าท้องแรก ตอนท้องอะตอมจะเรียกว่า แพ้พอเป็นพิธีก็ได้ จะมีอาการคลื่นไส้ เฉพาะเวลาแปรงฟัน กับเวลาได้ยินเสียงคนอื่น แปรงฟัน อ่ะ อันนี่เรื่องจริงนะ ไม่ได้พิมพ์ผิด เวลากระถินได้ยินเสียงคุณซะมี หรือเพื่อน ร่วมงานแปรงฟันตอนพักกลางวันแล้วรู้สึกแพ้ท้องขึ้นมาจริงๆ ค่ะ พ้นช่วง 3 เดือนไปแล้ว สบายโลด อาการวิงเวียนค่อนข้างน้อย กลางวันไม่มีง่วง ทำงานได้สบายๆ กินได้ นอนหลับ น้ำหนักก่อนคลอด ขึ้นไปถึง 23 กิโล แม่หมีดีๆนี่เอง หุหุ
แต่พอท้องสองนี่สิ ได้ลิ้มรสชาติการแพ้ท้องโอ้กอ้ากเหมือนในละครทีวี พ้นช่วง สามเดือนแรกอาการนี้ก็หายเป็นปลิดทิ้งเหมือนกัน แต่มีอยู่อย่างนึงที่มิหายเสียทีก็คือ อาการง่วงนอน เจอหมอน เจอที่นอน เป็นต้องเลื้อยหลับไปได้ทุกที่ ขี้เกี๊ยจขี้เกียจ ยิ่งไปกว่านั้น เคราะห์ซ้ำกรรมซัดให้พี่เลี้ยงน้องอะตอมมาชิงลาออกไปในช่วงที่ อะตอมกำลังซน งานบ้านก็ต้องทำ ลูกก็กำลังอ้อน ถึงเวลาก็ต้องแอบหนีลูกไปเรียน แพ้ท้องด้วย โฮะ โฮะ เครียด สิ เครียด
จนมีอยู่วันนึง เหนื่อยสุดๆ เรียกให้คุณซะมีช่วย ดันทำเฉยซะนี่ ปรี๊ดสิจ๊ะ เผลอหลุด ปากพูด ออกไปว่า ไม่น่ามีลูกคนนี้เลย เชื่อมั๊ยว่า อีก 2-3 วันหลังจากนั้น มีเลือดออก ไหลจ๊อกๆเลย รีบไปหาหมอ ระหว่างที่นั่งรอ น้ำตาไหลพรากๆ กลัวเค้าไม่อยู่กับเราแล้ว พอคุณหมออัลตราซาวน์แล้วบอกว่า หัวใจของเด็กยังเต้นดี ค่อยยิ้มออก แต่หมอบอกว่า คุณแม่ต้องพักผ่อนมากๆ หลังจากวันนั้นงานบ้านก็ลดลงไปนี๊ดส์นึง ส่วนอาการเลือดออก ก็ยังมีซึมๆ อยู่เกือบเดือน มาถึงวันนี้ยังรู้สึกผิดไม่หายที่พูดออกไปอย่างนั้น เค้าคง เสียใจประท้วงซะจนแม่เข็ดไปเลย เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่านึกนะว่าเด็กในท้องไม่มีหัวใจ ส่วนว่าที่คุณพ่อ ก็ต้องหมั่นเอาใจ คุณแม่ให้มากๆ นะจ๊ะ พอคลอดแล้วก็ต้องตบรางวัลให้อย่างงามด้วย อย่าลืมล่ะ
รักเหมือนเดิมนะ จุ๊บจุ๊บ
|