วันอังคาร ที่ 25 กันยายน 2550
การปะปนและพบปะผู้หญิงในระหว่างการทำงาน
Posted by
sobree2005
,
ผู้อ่าน : 113
, 06:30:44 น.
พิมพ์หน้านี้

:.การปะปนและพบปะผู้หญิงในระหว่างการทำงาน.
ถาม การปะปนและการพบปะระหว่างชายหญิง ในระหว่างทำงาน
ตอบ แท้จริงการพบปะและการปะปนระหว่างชาย
หญิง และปมของปัญหา ซึ่งมีการพูดคุยในกลุ่มนักวิชาการ
เริ่มตั้งแต่ประตูเสรีภาพในการทำงาน นอกบ้านของผู้หญิง ได้ถูกเปิดขึ้น มีนักนิติศาสตร์อิสลามบางส่วน
ได้อ้างถึงการห้ามในการปะปนระหว่างชายหญิงในระหว่างทำงานโดยยึดกฎที่ว่า "ปิดกันเส้นทางที่จะนำไปสู่สิ่งไม่ดี"
(سد
الذرائع)และในเรื่องนี้มีการขัดแย้งกัน สองทัศนะที่สำคัญ
ทัศนะแรก ซึ่งเป็นทัศนะของมัซฮับ
ชาฟีอี และมัซฮับ ฮัมบาลี มีความเห็นว่า ฮารอม พบปะหรือปะปนกันทุกรูปแบบ
ไม่ว่าจะมีความจำเป็นหรือไม่ก็ตาม เหตุผลก็คือว่า การมองระหว่างชายหญิง
ตามทัศนะนี้นั้น จะก่อให้เกิดฟิตนะห์ นั่นก็คือการมองนั้น
เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ ดังนั้นจึงสมควรตามหลักศาสนา ที่จะต้องปิดประตูอันนี้
และทัศนะนี้ได้อ้างหลักฐานจากอัลกุรอาน และอัลฮาดิษ
และหลักป้องกันที่จะนำไปสู่สิ่งไม่ดี (سد الذرائع) ส่วนหนึ่งก็คือโองการอัลกุรอ่านที่ว่า
يَانِسَاءَ النَّبِيِّ لَسْتُنَّ كَأَحَدٍ مِنَ النِّسَاءِ إِنِ اتَّقَيْتُنَّ فَلاَ تَخْضَعْنَ بِالْقَوْلِ فَيَطْمَعَ الَّذِيْ فِيْ قَلْبِهِ مَرَضٌ وَقُلْنَ قَوْلاً مَعْرُوْفًا وَقَرْنَ فِيْ بُيُوْتِكُنَّ وَلاَ تَبَرَجْنَ تَبَرُّجَ الْجَاهِلِيَّةِ اْلأُوْلَى {الأحزاب : 32-33}
ความว่า " โอ้ผู้เป็นชายาของศาสดา
พวกเธอหาได้มีฐานะเหมือนเช่นบรรดาสตรีทั้งหลายไม่ หากพวกเธอมีความยำเกรง
พวกเธอก็อย่าได้ใช้วาจาอันอ่อนหวาน (กับชายอื่น) อันจะเป็นเหตุให้ชายที่มีความป่วยไข้ในหัวใจ พากันมุ่งหวัง (ในตัวเธอ) และพวกเธอจงใช้วาจาที่ดี ( สุภาพ ตามแบบธรรมดาทั่วไป) " และพวกเธอจงประจำอยู่ในบ้านของพวกเธอเอง
พวกเธออย่าปรากฎตัวอย่างเปิดเผยตามแบบของยุคโฉดสมัยเดิม"
และยังได้อ้างหลักฐานจากฮาดิษของท่าน นบีที่ว่า
لاَيَخْلُوَنَّ رَجُلٌ بِامْرَءَةٍ فَإِنَّ الشَّيْطَانَ ثَالِثُهُمَا رَوَاهُ ابْنُ حِبَّانَ فِيْ صَحِيْحِهِ
ความว่า "ผู้ชายอย่าได้อยู่ร่วมกับผู้หญิงอื่น
(ที่แต่งงานกันได้) ซึ่งแน่นอนชัยตอนจะร่วมเป็นคนที่สาม"
รายงานโดย อิบนุฮิบบาน
مَنْ كَانَ يُؤْمِنُ بِاللهِ وَالْيَوْمِ الآخِرِ فَلاَ يَخْلُوَنَّ بِامْرَءَةٍ لَيْسَ مَعَهَا ذُوْ مَحْرَمٍ مِنْهَا فَإِنَّ الشَّيْطَانَ ثَالِثُهُمَا رَوَاهُ اْلإِمَامُ أَحْمَدُ فِيْ مُسْنَدِهِ
ความว่า "ใครที่ศรัทธาต่ออัลเลาะห์และวันปรโลก
เขาก็อย่าได้อยู่ร่วมกับผู้หญิง (ตามลำพัง) โดยที่นางไม่มีมะฮ์รอม (ผู้ที่ห้ามสมรสกับนาง)
ร่วมอยู่ด้วย ซึ่งแน่นอนที่สุด ชัยตอนจะร่วมเป็นคนที่สาม"
(รายงานโดย อิหม่ามอะห์หมัด)
ซึ่งจากตัวบทข้างต้น ชี้ให้เห็นถึงการห้าม (ฮารอม)
อยู่ร่วมกับผู้หญิง (อัจนะบียะห์ คือ
ผู้หญิงที่แต่งงานกับเราได้)
ทัศนะที่สอง ซึ่งเป็นทัศนะของมัซฮับ
ฮานาฟี มาลิกี และส่วนใหญ่ของมัซฮับชาฟีอี มีความเห็นว่า อนุญาติให้ปะปนได้
หากมีความจำเป็น แต่มีกฏเกณฑ์ว่าทั้งผู้ชายและผู้หญิง
ต้องตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานแห่งจริยธรรมของศาสนา ดังนั้น การมองใบหน้าของผู้หญิงอัจนะบียะห์
ไม่ถือว่าต้องห้าม (ฮารอม) หากปราศจากฟิตนะห์
ซึ่งทัศนะที่สองนี้ได้อ้างหลักฐานที่เป็นมูลรวม (عُمُوْمِيَّاتُ اْلأَدِلَّةِ ) จากอัลกุรอาน อัลฮาดิษ
وَتَعَاوَنُوْا عَلَى اْلِبرِّ وَالتَّقْوَى وَلاَ تَعَاوَنُوْا عَلىَ اْلإِثْمِ وَالْعُدْوَانِ وَاتَّقُوا اللهَ إِنَّ اللهَ شَدِيْدُ الْعِقَابِ {المائدة : 3 }
ความว่า "และพวกเจ้าจงช่วยเหลือกันในเรื่องคุณธรรมและความยำเกรง
แต่พวกเจ้าอย่าได้ช่วยเหลือกันในเรื่องบาป และความเป็นศัตรูต่อกัน
และเจ้าทั้งหลายจงยำเกรงอัลเลาะห์ แท้จริงอัลเลาะห์ทรงลงโทษร้ายแรงยิ่ง"
ซึ่งการสนับสนุนช่วยเหลือกันในเรื่องของคุณธรรมและยำเกรงนั้น
จะสมบูรณ์แบบขึ้นไม่ได้นอกเสียจากจะต้องพบปะซึ่งกันและกัน
قُلْ لِلْمُؤْمِنِيْنَ يَغُضُّوْامِنْ أَبْصَارِهِمْ وَيَحْفَظُوْا فُرُوْجَهُمْ ذلِكَ أَزْكىَ لَهُمْ إِنَّ اللهَ خَبِيْرٌ بِمَا يَصْنَعُوْنَ * وَقُلْ لِلْمُؤْمِنَاتِ يَغْضُضْنَ مِنْ أَبْصَارِهِنَّ وَيَحْفَظْنَ فُرُوْجَهُنَّ وَلاَ يُبْدِيْنَ زِيْنَتَهُنَّ إِلاَّ مَا ظَهَرَمِنْهَا وَلْيَضْرِبْنَ بِخُمُرِهِنَّ عَلىَ جُيُوْبِهِنَّ وَلاَيُبْدِيْنَ زِيْنَتَهُنَّ إِلاَّ لِبُعُوْلَتِهِنَّ أَوْ آبَائِهِنَّ {النور :
30-31}
ความว่า "จงประกาศเถิดแก่มวลผู้มีศรัทธาทั้งหลายให้พวกเขายับยั้งสายตาของพวกเขา
(อย่ามองสิ่งต้องห้าม) และให้พวกเขารักษาอวัยวะเพศของพวกเขาไว้
นั่นเป็นความบริสุทธิ์ที่สุดสำหรับพวกเขา
แท้จริงอัลเลาะห์ทรงตระหนักในสิ่งที่พวกเขากระทำ และจงประกาศเถิดแก่มวลสตรีที่มีความศรัทธาทั้งหลาย
่ให้พวกนางยับยั้งสายตาของพวกนาง (อย่ามองสิ่งต้องห้าม)
และให้พวกนางรักษาอวัยวะเพศของพวกนางไว้ และพวกนางจะต้องไม่เปิดเผย (ร่างกายส่วนที่สวมใส่) สิ่งประดับของพวกนาง (ให้ปรากฏแก่สายตาเพื่อนต่างเพศ) ยกเว้นส่วนที่เปิดเผยจากมัน
(คือบางส่วนของร่างกายที่อนุญาติให้เปิดเผย) และพวกนางจงดึงผ้าคลุมศรีษะ ของพวกนางมาปิดไว้บนคอเสื้อของนาง
และพวกนางอย่าเปิดเผย (ร่างกายส่วนที่สวมใส่) เครื่องประดับของพวกนาง ยกเว้นต่อคู่ครองของพวกนาง หรือบิดาของพวกนาง "
ในอายะห์ข้างต้นอัลเลาะห์สั่งให้ผู้ชายและผู้หญิงลดสายตา
และยังได้ห้ามต่อผู้หญิงอีกว่าอย่าได้อวดเครื่องประดับและการแต่งกายเว้นแต่
ต่อผู้ที่ศาสนาอนุญาติเท่านั้น (เช่นสามี และบิดา) ซึ่งดังกล่าวนี้
ชี้ให้เห็นถึงการอนุญาติการพบปะระหว่างชายหญิง
แต่ต้องอยู่ในกรอบและกฎเกณฑ์ที่ได้กล่าวมาแล้ว และอนุญาติสำหรับหญิงมีเฮดและผู้มียุนุบกล่าวซิเกรด้วยถ้อยคำที่ว่า
ซุบฮานั้ลลอฮฺ อัลฮัมดุลิ้ลละฮฺ และอื่นๆ
|