|

นางนันทาเปรต ********* ปุจฉา - นันทเสนอุบาสกถามว่า ท่านมีผิวพรรณดำ มีรูปร่างน่าเกลียด ตัวขรุขระดูน่ากลัว มีตา เหลือง เขี้ยวงอกออกเหมือนหมู เราไม่เข้าใจว่าท่านเป็นมนุษย์? วิสัชนา - นางเปรตตอบว่า ข้าแต่ท่านนันทเสน เมื่อก่อน ฉันชื่อนันทา เป็นภรรยาของ ท่าน ได้ทำกรรมอันลามกไว้จึงจากโลกนี้ไปสู่เปตโลก. ปุจฉา - นันทเสนถามว่า ท่านทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ เพราะวิบากแห่ง กรรมอะไร ท่านจึงไปจากโลกนี้สู่เปตโลก? วิสัชนา - นางเปรตนั้นตอบว่า เมื่อก่อนฉันเป็นหญิงดุร้าย หยาบคาย ไม่เคารพท่าน พูด คำชั่วหยาบกะท่าน จึงไปจากโลกนี้สู่เปตโลก. ปุจฉา - นันทเสนถามว่า เอาละ เราจะให้ผ้านุ่งแก่ท่าน ขอท่านจงนุ่งผ้านี้แล้วจงมา เรา จักนำท่านไปสู่เรือน ท่านไปเรือนแล้วจักได้ผ้า ข้าวและน้ำ ทั้ง จักได้ชมบุตรและลูกสะใภ้ของท่าน. วิสัชนา - นางเปรตนั้นตอบว่า ผ้านั้นถึงท่านจะให้ที่มือของฉัน ด้วยมือของท่าน ก็ย่อมไม่ สำเร็จประโยชน์แก่ฉัน ขอท่านจงเลี้ยงดูภิกษุทั้งหลายผู้สมบูรณ์ ด้วยศีลปราศจากราคะ เป็นพหูสูต ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ แล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้ฉัน เมื่อท่านทำอย่างนั้น ฉันจักมี ความสุข สำเร็จความปรารถนาทั้งปวง. เมื่อนันทเสนอุบาสกรับคำแล้ว ได้ให้ทานเป็นอันมาก คือ ข้าว น้ำ ของกิน ของเคี้ยว ผ้า เสนาสนะ ร่ม ของหอม ดอกไม้ และ รองเท้าต่างๆ และเลี้ยงดูภิกษุทั้งหลายผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ปราศจาก ราคะ เป็นพหูสูตให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ แล้วอุทิศส่วนกุศลไป ให้นางนันทา ข้าว น้ำ และเครื่องนุ่งห่มอันเป็นวิบาก ย่อมบังเกิด ในทันตานั้นนั่นเอง นี้เป็นผลแห่งทักษิณา ในขณะนั้นนั่นเอง นางเปรตนั้นมีร่างกายบริสุทธิ์สะอาด นุ่งห่มผ้าอันดีมีค่ายิ่งกว่า ผ้าแคว้นกาสี ประดับด้วยวัตถาภรณ์อันวิจิตร เข้าไปหาสามี. ปุจฉา - นันทเสนอุบาสกจึงถามว่า ดูกรนางเทพธิดา ท่านมีวรรณะงามยิ่งนักส่องสว่างไสวไปทั่วทุก ทิศ สถิตอยู่ดุจดาวประกายพฤกษ์ ท่านมีวรรณะงามเช่นนี้ อิฐ ผลย่อมสำเร็จแก่ท่านในวิมานนี้ และโภคะทุกสิ่งทุกอย่างอันเป็น ที่รักแห่งใจ ย่อมเกิดแก่ท่านเพราะกรรมอะไร ดูกรนางเทพธิดา ผู้มีอานุภาพมาก ฉันขอถามท่าน เมื่อท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ ทำบุญอะไร อนึ่ง ท่านมีอานุภาพรุ่งเรืองและมีรัศมีสว่างไสวไป ทั่วทุกทิศอย่างนี้ เพราะกรรมอะไร? วิสัชนา - นางนันทาเทพธิดาตอบว่า ข้าแต่ท่านนันทเสน เมื่อก่อน ฉันชื่อนันทาเป็นภรรยาของท่าน ได้ทำกรรมชั่วช้าจึงไปจากมนุษยโลกนี้สู่เปตโลก ฉันอนุโมทนา ทานที่ท่านให้แล้วจึงเป็นผู้ไม่มีภัยแต่ที่ไหนๆ ดูกรคฤหบดี ขอท่านพร้อมด้วยญาติทั้งปวง จงมีอายุยืนนานเถิด ดูกรคฤหบดี ท่านประพฤติธรรมและให้ทานในโลกนี้แล้ว จะเข้าถึงถิ่นฐาน อันไม่เศร้าโศก ปราศจากธุลี อันเป็นที่อยู่ของท้าววสวัสดี ท่าน กำจัดมลทิน คือ ความตระหนี่พร้อมด้วยรากแล้ว อันใครๆ ไม่ ติเตียนได้ จักเข้าถึงโลกสวรรค์. (นันทาเปต) จาก พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 18.
|