|

บันทึก สาเหตุที่ฝรั่งมาบวชในพระพุทธศาสนา (๑) พระภิกษุเจฟฟรีย์ เดอกราฟ วัดธรรมสถิต อ.เมือง จ.ระยอง ******************** วันนี้จะขอพูดเรื่องพระฝรั่งในเมืองไทย คนไทยส่วนมากเห็นพระ ฝรั่งเป็นเรื่องแปลกจริง ถ้าเห็นพระฝรั่งเดินตามถนนก็จะเรียกกัน ว่า พระฝรั่ง แล้วก็เรียกลูกหลานมาดูพระฝรั่งเป็นอย่างไร จะไป ไหนมาไหน พระฝรั่งต้องเป็นเป้าสายตาของประชาชนทั่วไป นี่ก็ เพราะสาเหตุสองอย่าง
อย่างหนึ่งก็ธรรมดา เพราะพระฝรั่งมีน้อยเหลือเกิน ทั่วประเทศมี อยู่แค่ ๕๐ กว่าองค์เท่านั้น และส่วนมากจะอยู่สัก ๔-๕ แห่ง จึงเป็น เรื่องแปลกตา แต่เหตุอีกอย่างหนึ่งที่คนไทยเห็นว่าพระฝรั่งเป็นเรื่องแปลกก็คือ ว่า เขาไม่เข้าใจทำไมฝรั่งจึงมาบวชในพระศาสนา เขาอาจจะเห็น เอ๊ะ คนนี้ทิ้งบ้านทิ้งเมืองมาบวชในพระพุทธศาสนา คือมีคนไทย มาคิด ๆ ว่า ที่พวกนี้มาบวชในพระพุทธศาสนา ทั้ง ๆ ที่มีการ ศึกษาสูง และทั้ง ๆ ที่มาจากประเทศที่เจริญ อาตมาขอเล่าประวัติส่วนตัวสักหน่อย เพื่อจะช่วยให้เข้าใจว่า ทำไมมีการศึกษาสูงและการมาจากประเทศที่เจริญจึงเป็นเหตุ ให้คนมาบวชในพระพุทธศาสนา อาตมาเป็นคนอเมริกัน ที่อเมริกาคนส่วนมากได้เรียนที่มหาวิทยา ลัย และถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา มหาวิทยาลัยที่อาตมาเรียนอยู่นั้น มันพิเศษสักหน่อย เพราะว่าสอนให้นักศึกษามีอุดมคติสูง เพราะถือว่า คนไม่มีอุดมคติไม่มีการศึกษา เขาก็เลยสอนให้ถือ อุดมคติบางอย่าง คือว่า ถือความยุติธรรมเป็นสำคัญ ถือความ ซื่อสัตย์เป็นสำคัญ ถือเมตตาเป็นสิ่งสำคัญ ให้ช่วยส่วนรวม ให้ใช้ ชีวิตในทางที่จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ช่วยคนจนให้ตั้งตัวได้ ช่วยคนเสียเปรียบให้ได้รับความยุติธรรม ช่วยคนมีการศึกษาน้อย ให้มีความรู้ขึ้น แต่ก็มีปัญหา พอจะจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอุดมคติตอนนั้น อาตมาเห็น ว่าเป็นของดี แต่สงสัยว่า เอ จะเอาอุดมคติอย่างนี้ไปใช้ในชีวิต ประจำวันได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประกอบอาชีพ เพราะว่าบางทีจะทำงานจะต้องทิ้งอุดมคติอาจเป็นไปได้ เช่น จะ ทำงานบริษัท บางทีอาจจะต้องทุจริตกับเขา จะรับราชการบางที จะต้องโกงกินกับเขา บางคนตอนจบจากมหาวิทยาลัยมีอุดมคติสูง แต่ว่าจะต้องรับทำงานอย่างนี้ แต่บอกว่า ข้าพเจ้าจะขอให้เป็นคน สุจริตตลอดกาล แต่สังเกตดู อยู่ ๆ ไปได้ไม่นานเดี๋ยวก็เป็นคน ทั่วไป อุดมคติของเขา เวลาอยู่กันส่วนตัวก็เป็นคนดีมีเมตตา เป็น คนยุติธรรม แต่พอเข้าที่ทำงานก็เปลี่ยนเป็นคนละคน กรุณาอ่านต่อพรุ่งนี้ (เรียบเรียงจาก ธรรมจักษุ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๓๙)
|