|

บันทึก สาเหตุที่ฝรั่งมาบวชในพระพุทธศาสนา (ตอนจบ) พระภิกษุเจฟฟรีย์ เดอกราฟ วัดธรรมสถิต อ.เมือง จ.ระยอง ******************** พอกลับถึงบ้านที่อเมริกา คล้ายกลับไปมีตาใหม่ ไปสังเกตบ้านใหม่ เพราะว่ามีข้อเปรียบเทียบไว้ คือว่าเปรียบเทียบพวกญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงและคนทั่วไป กับอาจารย์กรรมฐานองค์นั้น ได้สังเกตว่า พวกนี้สู้ท่านไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ว่าท่านมีการศึกษาทางโรงเรียนน้อย เป็นอยู่แบบง่าย ๆ ไม่ค่อยมีอะไร แต่จิตใจของท่านมีหลักมั่นคงดี มีความสุขที่มั่นคงแท้ อีกอย่างหนึ่ง คนที่อเมริกา ชีวิตของเขาเป็นชีวิตบริโภค ไม่ใช่ชีวิต สร้างอะไร ฟังเขาพูดกัน อาหารร้านนั้นมันถูกดี อร่อยด้วย ใส่เสื้อผ้า ประเภทนี้มันทนดี ไปดูหนังเรื่องนั้นเพลิดเพลินดี ไปเที่ยวที่นั่น ที่นี่มันสนุกดี ซึ่งเป็นเรื่องบริโภคทั้งนั้น แต่ปัญหาก็คือว่า การบริโภคนั้นมันไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ ไม่ใช่ว่า วันนี้เรากิน ต่อไปไม่ต้องกินอีกแล้ว วันนี้เรากินแล้ว พรุ่งนี้จะต้อง กินอีก พรุ่งนี้กินแล้ว มะรืนนี้ต้องกินอีก มันไม่รู้จักอิ่ม รู้จักพอ ชีวิตประเภทนี้ไม่มีจุดมุ่งหมาย อยู่ไป ๆ ไม่มีความหมายอะไร สังเกตดูคนที่อเมริกาแม้เขาจะรวย เขามีอะไรต่ออะไรหลายอย่าง มีรถ มีแอร์ มีโทรทัศน์ หลายอย่างพูดไม่ถูก แต่ว่าเขาไม่ค่อยจะมี ความสุขจริง ๆ หลายคนต้องไปหาจิตแพทย์ ไปปรึกษาว่าทำไม ไม่มีความสุข เรื่องศาสนา บางคนไม่พอใจในศาสนาของตน ทั้ง ศาสนาคริสต์ ศาสนายิว ถึงสนใจศาสนาอื่นก็อาจจะอ่านหนังสือ แต่ก็ขาดอาจารย์ที่จะสอนเขา อาตมามาพิจารณาตอนกลับไปอเมริกาว่า อาจารย์สอนหนังสือที่นี่ มีเหลือเฟืออยู่แล้ว แต่ขาดคนอย่างอาจารย์กรรมฐานองค์นั้น จึงได้ มามองที่ตัวเอง ว่าอาตมาจะเป็นครูได้อย่างไร ในเมื่อการศึกษาของ ตัวเองยังไม่สมบูรณ์ คือว่า การศึกษาข้างในยังอยู่แค่ประถมหนึ่ง เห็นว่าการที่จะเป็นครูนั้นสำคัญที่ว่า หลักภายในเป็นอย่างไร ที่ เราสอนเด็ก ๆ เขาไม่ได้ยินคำที่เราพูด เขาสังเกตดูตัวเราว่า คนนี้ เป็นอย่างไร คนนี้มีหลักจริง ๆ หรือเปล่า สังเกตว่าถ้าครูมีหลักทาง ใจ นักเรียนนักศึกษาจะเชื่อฟังครูคนนั้น และจะได้ความรู้ที่แท้จริง แต่ถ้าหากว่าครูไม่มีหลักทางใจ พวกนักเรียนนักศึกษาก็จะพากัน พูดว่า ครูคนนี้ไม่มีอะไร หลับดีกว่า ฉะนั้นจึงเห็นว่า การศึกษาของตัวเองยังไม่สมบูรณ์จึงต้องกลับมา เมืองไทย และตัดสินใจละทิ้งการงานมาบวช ขอฝากคำเตือนไว้กับท่านทั้งหลายว่า เมืองไทยนี้นับว่ามีโชคดีจริง ๆ ที่มีคนสอนกรรมฐาน (สมาธิ) ประเทศอื่นเขาไม่มีอย่างนี้ ถึงมีก็น้อย เหลือเกิน ประการที่สอง กรรมฐานนี้ดีอย่างไร ดีที่ว่า ถ้าสอนวิธีตั้งรับทางจิตใจ ถ้าสอนให้ตัวเองเป็นที่พึ่งของตัวเองได้ เมื่อจิตใจของเรามันหัดดีแล้ว มันจะมั่นคง อะไรเกิดขึ้นมันก็อยู่คงที่ มันอยู่เฉย ๆ อย่างนั้น และการอยู่เฉย ๆ นี้มันหมายความว่า ใจของเราเป็นสิ่งที่ไว้ใจได้ ตลอดกาล ถ้าหากว่าเรามีโอกาสได้ศึกษากรรมฐาน (สมาธิ) กับ อาจารย์กรรมฐานอย่างถูกต้อง นับว่าเป็นลาภอันประเสริฐอย่าทิ้งเสีย อย่าปล่อยตัวเป็นคนครึ่งคน ศึกษาแค่ครึ่งทาง ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ ข้างนอก แต่เป็นเด็กไร้เดียงสาข้างใน. (เรียบเรียงจาก ธรรมจักษุ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๓๙)
|