|

คิดทำไม..ถ้าไม่รู้จริง ? *************** ผมมีปัญหาธรรมะจากการอ่าน ทำให้ความคิดสับสนแต่ก็อดคิดไม่ได้ ชีวิตคือ อะไร ? เกิดมาทำไม ? ตายแล้วไปไหน ? คำว่าชีวิต มันกว้าง จึงคิดเฉพาะชีวิตคน ซึ่งมีองค์ประกอบ ๕ ส่วน รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เรียกว่าเบญจขํนธ์ หรือ ขันธ์ ๕ สรุปสุดท้ายเหลือเพียง รูป และ นาม (เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) มีรูปแต่ไม่มีนาม ไม่ใช่ชีวิต(ศพ) มีนามแต่ไม่มีรูป ก็ไม่ใช่ชีวิต(ผี) มีหนังสือเล่มเล็กชื่อ เกิดมาทำไม ของ ท่านพุทธทาสภิกขุ สั้น น่าอ่าน ท่านบอกว่า เกิดมาเพื่อเดินทางไปให้ถึงพระนิพพานให้ได้ ไม่ใช่เกิดมาเพื่อ กิน กาม เกียรติ ตามที่หลายคนปฏิบัติกันทุกวันนี้ ดังนั้นใครทำไม่ได้เพราะยังมีกิเลสและกรรม ก็ต้องเวียนว่ายตายเกิดต่อ และตายแล้วไปไหน กล่าวโดยสรุปตามหนังสือไตรภูมิพระร่วงมี ๔ ทาง ๑.เกิดในมดลูกเช่นมนุษย์และสัตว์ ๒.ไปเกิดในลักษณะเป็นไข่ เช่นนก ๓.เกิดโดยอาศัยใบไม้ เน่า หญ้าเน่า เหงื่อไคล ของโสโครก หรือที่ชุ่มชื้น ๔.เกิดผุดขึ้นเป็นตัวตนเติบโตทันที เช่น เปรต อสุรกาย เทวดา พรหม คิดมาแค่นี้ นึกถึงผู้รู้บางท่านพูดไว้ บางคนมีความคิดฟุ้งซ่านไร้เหตุผล บางคนมีจิตใจชั่ว ก็คิดแต่เรื่องชั่ว บางคนมีจิตใจดีงาม ก็คิดแต่เรื่องดี เรื่องงาม ความคิดเหล่านี้จะเป็นตัวนำให้เกิดสรรพสิ่งทั้งหลายในวิถีชีวิตของเรา บางคนมีเมตตา อยากเห็นคนอื่นมีความสุข อยากให้เขาได้ดี บางคนมีกรุณา คิดสงสารอยากช่วยเหลือให้เขาพ้นจากความทุกข์ บางคนวางใจเป็นกลางโดยคิดดีต่อผู้อื่นตลอดเวลา เขาเหล่านั้นมีจิตใจเหมือนกระจกใส ไม่มัวหมอง รู้ในใจว่า ถ้ามีความคิดดีงามทำให้ใจเราสงบเยือกเย็น ผู้รู้จริงส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยพูด ผู้ที่พูดมากส่วนใหญ่เป็นคนไม่รู้จริง แต่ผมก็คิดว่า เรายังต้องอาศัยความคิด จึงจะรู้และเกิดปัญญาได้ เมื่อรู้เองและเห็นเองแล้ว จิตจึงหยุดคิดเพราะเห็นธรรมที่แท้จริง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิตเรา มันมาจากความคิดของเราก่อน ไม่ใช่เกิดจากสิ่งภายนอก มันไม่ใช่ตัวการที่แท้จริง อะไร ๆ ก็เกิดขึ้นที่ใจ ใจต้องคิดก่อน แล้วจึงพูด แล้วจึงกระทำ ดังนั้น ความสุขความทุกข์จึงอยู่ที่ตัวเรา อยู่ที่การกระทำของเรา
|