|

ตัดสินใจไม่อยากเป็นคนแล้ว... ******************* ผมเป็นคนสนใจเรื่องจิตและอำนาจจิต จึงรู้น้อยทางวิชาการด้านศาสนา แต่ที่กระแดะเขียนเรื่องธรรมะแค่บวชมาเพียงสามเดือน ภูมิรู้นักธรรมตรี ด้วยเพราะมีนัยสำคัญบางประการ สถานหนึ่งเพราะเห็นด้วยกับข้อความ การให้ธรรมะ ชนะการให้ทั้งปวง
พจนานุกรมให้ความหมายคำว่า คน แปลว่า มนุษย์ แต่พอไปดูคำว่า มนุษย์ แปลว่า สัตว์ที่รู้จักใช้เหตุผล, สัตว์ที่มีจิตใจสูง ดังนั้น มนุษย์จึงมีฐานะและศักดิ์ศรีดีกว่า คน ซึ่งอาจไปแปลว่า ยุ่ง ได้ ปัญหาก็เลยเกิดขึ้น ไม่อยากเป็นคนแล้ว คิดเป็นมนุษย์จะต้องทำยังไง ? ผมนึกถึงข้อความของท่านปัญญานันทะภิกขุ "ยิ่งให้ ยิ่งได้" ฝึกใจเราให้เป็นมนุษย์ มีนิสัยเอื้ออาทรต่อเพื่อนบ้าน เพื่อนฝูง เครือญาติ เราจะเป็นที่รักของคนเหล่านั้น และ "ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้" ตรงข้ามถ้าเราทำตัวเป็นคน "ยิ่งเอา" เชื่อขนมกินได้ "ยิ่งอด" คงไม่ต้องยกตัวอย่าง ขอให้ท่านลองนึกถึงประสบการณ์ของตัวเองดู มันน่ารำคาญไหม ? ที่บางคนคิดจะเอาโน่นเอานี่กับเราตลอดเวลา กับบางคนที่คิดให้เราเหมือนกัน แต่หวังผลตอบแทนสูงกว่าเขาเคยให้มา ท่านคงได้ยินคำกล่าวที่ว่า "ขุดบ่อล่อปลา" มาบ้าง ยกให้เป็นทานละกัน คนทุกวันนี้ส่วนใหญ่เห็นแก่ตัว ตระหนี่ คิดจะ"เอา" ท่าเดียวมากกว่าให้ บางครั้งบางเรื่องผมก็เป็นกับเขาด้วยเหมือนกัน แบบว่า "กินตามน้ำ" แต่พยายามเปลี่ยนความคิดใหม่ ฝึกใจใส่บาตรทุกวัน ยกเว้นวันฝนตก เพื่อทำตนให้สอดคล้องพุทธภาษิตที่ว่า "พึงชนะคนตระหนี่ ด้วยการให้" แล้ว "การให้" มันดียังไงกับเราล่ะ ผมนึกไปในเรื่องของจิตใจ หลักของ กฎแรงสะท้อน ถ้าเรามีน้ำใจดีต่อเขา เขาย่อมมีน้ำใจดีต่อเรา ขณะเดียวกัน เราได้พาคนอื่นเดินมาถูกทางคือ ช่วยลดความทุกข์ให้เขา ซึ่งอามิสทาน และอภัยทานทำไม่ได้ ส่วนธรรมทานดับทุกข์ได้สิ้นเชิง เมื่อเรามีเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์แก้ปัญหาชีวิต จิตใจเราย่อมสูงขึ้น และสอนตนเองให้มั่นใจว่า ธรรมะเท่านั้นที่แก้ปัญหาทุกอย่างได้ ท่านพุทธทาสภิกขุได้เคยกล่าว "คนมีธรรมะแล้ว ไม่เสียทีที่ได้เกิดมา ได้มีความเป็นมนุษย์เต็มตามความหมายของคำว่ามนุษย์". และเพื่อให้ความเป็นมนุษย์เสื่อมยาก มีให้ทานแล้วต้องมี ศีล คอยกำกับ ท้ายสุดคือ ภาวนา เพื่อทำให้จิตใจสะอาด สงบ สว่าง ฝึกฝนขูดเกลาจิต ผมใช้สองอย่างพร้อมกันคือ เล่นกสิณก่อน เมื่อใจนิ่งแล้ว ผมเริ่มพิจารณา มองสิ่งนั้นให้เป็นธรรมะ แล้วเข้าจับ "อ้อ ไม่เที่ยง อ้อ เป็นทุกข์ ทุกวัน"
|