• sodaaban
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 77
  • จำนวนผู้ชม : 17144
  • จำนวนผู้โหวต : 67
  • ส่ง msg :
ธรรมะประยุกต์
มองธรรมะกับชีวิตประจำวันในรูปแบบ สุ.จิ.ปุ.ลิ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/sodaaban
วันพฤหัสบดี ที่ 31 กรกฎาคม 2551
บทที่ 4 เสด็จออกบรรพชา
Posted by sodaaban , ผู้อ่าน : 122 , 16:00:27 น.   | หมวดหมู่ : พุทธประวัติ ฉบับย่อ  
พิมพ์หน้านี้



 
หนึ่ง - อายุที่ทรงผนวช
พระองค์เสด็จออกทรงผนวชในปีที่มีพระชนมายุ 29 ปีนั้นเอง

สอง - ใคร่ครวญถึงธรรม(ความจริง)
มูลเหตุที่พระองค์ออกผนวช ในอรรถกถามหาปทานสูตร
กล่าวว่าได้ทอดพระเนตรเห็นเทวทูต 4 คือ คนแก่  คนเจ็บ 
คนตาย และสมณะ อันเทวดาแสร้งนิมิตไว้ในระหว่างทาง
เมื่อคราวเสด็จประพาสพระราชอุทยานถึง 4 วาระโดยลำดับ
เมื่อทอดพระเนตรเห็นเทวทูต คนแก่ คนเจ็บ คนต
ายก็ทรงสังเวชพระทัยเพราะเป็นสิ่งที่พระองค์ไม่เคยเห็น
มาก่อน ครั้นทอดพระเนตรเห็นสมณะก็เกิดพอพระทัย

และในปสราสิสูตรมัชฌิมนิกายแสดงว่า ทรงปรารภความแก่ 
เจ็บ ตาย อันครอบงำทุกคนไม่ล่วงพ้นไปได้ แล้วจึงทรงดำริว่า
เราควรแสวงหา นิพพาน ซึ่งไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย ไม่โศก
ไม่มีความเศร้าหมอง ไม่มีอะไรยิ่งไปกว่าปราศจากเครื่องกิเลส
ร้อยรัด  แต่ถ้าอยู่ในพระราชวังโดยไม่บวช ก็คงมีแต่เรื่องเศร้า
หมองมัวเมา หากอยู่ในฆราวาสไม่น่าจะแสวง
หาพบ จึงตกลงพระทัยออกผนวช

สาม - ทูลขอพระราชทานอนุญาต
พระองค์ดำริว่า ถ้าเสด็จออกบรรพชาแล้วไม่ได้ทูลขอพระราชทาน
อนุญาตจากพระบิดาก็จะไม่สมควร เมื่อพระองค์ไปเฝ้าพระบิดา
และอ้อนวอนไม่ให้พระบิดาขัดขวาง พระบิดาไม่ยินยอม พระองค์
จึงทูลขอพร 4 ประการ ถ้าพระบิดาประทานให้ได้ก็ไม่ออกบวช
คือ 1. ขอให้ลูกอย่าแก่เลย จงเป็นหนุ่มตลอดไปเถิด 2. ขอให้ลูก
จงอย่าเจ็บไข้เลย 3. ของให้ลูกอายุยืนไม่รู้ตาย 4. ขอลูกจงมีแต่ได้
ไม่มีเสีย(วิบัติ)

พระบิดาก็ตอบว่า แม้แต่ฤาษีที่มีอายุยืนยังไม่อาจพ้นได้ พระอ
งค์จึงทูลว่า เมื่อพร 4 ประการที่ทูลขอให้ไม่ได้ ก็ขอพรว่า เมื่อลูก
จุติ(ตาย) จากโลกนี้แล้วอย่าได้เกิดอีกเลย

พระบิดาก็ไม่สามารถประทานให้ได้ ขณะเดียวกันก็เตรียมการ
ป้องกันแข็งขันไม่ให้เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบวช โดยจัดกำลัง
เฝ้าระวังที่ประตูเมืองทั้ง 4 ทิศ ประตูละ 500 และจัดให้เจ้าศากยะ
ชั้นผู้ใหญ่ไปประจำตามทาง 4 แพร่งและถนนทุกสายระวังไว้

สี่ - เทพยดาช่วยเสด็จออกผนวชสำเร็จ
คัมภีร์มธุรรัตถวิลาสินี กล่าวว่า เจ้าชายสิทธัตถะทรงตื่นบรรทม
กลางดึก นางสนมที่ประโคมดนตรีกล่อมเลิกบรรเลงและพากันหลับ
ทรงทอดพระเนตรเห็นนางสนมมีอาการหลับต่าง ๆ กัน บางคน
นอนน้ำลายไหล นอนกัดฟัน กรน อ้าปากค้าง ละเมอ เสื้อผ้าหลุด
ลุ่ยเผยให้เห็นของสงวน ทั้งหมดเหมือนซากศพในป่าช้า จึงเปล่ง
วาจาว่า "ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ" จึงตัดสินพระทัยเสด็จ
หนีออกผนวชอย่างมั่นคงและเด็ดเดี่ยวในคืนนั้น

เมื่อฉลองพระองค์ทรงพระขรรค์เสด็จลงจากปราสาท ปลุกฉันนะ
อำมาตย์ให้ไปเตรียมม้าชื่อ กัณฐกะ แล้วไปเปิดประตูห้องบรรทม
ทอดพระเนตรพระอัครชายาและพระโอรสไม่กล้าไปถูกตัว จึงเสด็จ
ไปที่ม้ากัณฐกะซึ่งยืนคอยที่โรงม้า ตรัสว่ากัณฐกะเอ๋ย คืนนี้จงช่วย
เราให้ข้ามพ้นก่อน เมื่อเราได้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว เราจะช่วยชาว
โลกพร้อมทั้งเทวดาให้ข้ามพ้นวัฏฏะสงสาร แล้วกระโดดขึ้นหลังม้า

แม้ฉันนะพยายามทูลเกลี้ยกล่อมก็ไม่เปลี่ยนพระทัยจึงติดตามไป
เมื่อถึงประตูใหญ่สองบานต้องใช้คน 1000 พันคนจึงจะเปิดได้
แต่เหล่าเทวดาได้สะกดให้คนเหล่านั้นหลับ และเปิดออก และได้
พบพญามารขัดขวางไว้ เมื่อทูลยับยั้งไม่สำเร็จจึงได้หายตัวไป

เจ้าชายสิทธัตถะทรงเสด็จออกจากพระนครในคืนวันเพ็ญเดือน
อาสาฬหะ (เดือน8)
มีนาย ฉันนะ ตามเสด็จไปด้วยเพื่อนำม้ากลับ นี้กล่าวตาม
พระอรรถกถาจารย์ ส่วนพระมัชฌิมภาณกาจารย์กล่าวว่า
เสด็จออกซึ่ง ๆ หน้า อีกนัยหนึ่งว่า เสด็จออกสรงน้ำในชลาลัย
ศักดิ์สิทธิ์แล้วไม่เสด็จกลับ

ห้า - ที่ฝั่งแม่น้ำอโนมา
ก่อนจะเสด็จจากพระนคร พระองค์ทรงเหลียวมาทอดพระเนตร
ดูพระราชวังที่เคยประทับ แล้วเปล่งวาจาว่า เราจะกลับมาอีกก็ต่อ
เมื่อได้ทำชาติ(ชรา) และมรณะให้สิ้นสุดลงได้แล้ว จึงเริ่มออก
เดินทางในคืนเดียว พระองค์ทรงม้ากัณฐกะข้าม 3 แคว้น คือ
สักกะ วัชชี และมัลละ ระยะทาง 30 โยชน์จนถึงฝั่งแม่น้ำ
อโนมา ป่าอนุปิยอัมพวัน แขวงมัลลชนบท เป็นเวลารุ่งสางพอดี

ณ ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา ทรงเกล้าพระเกศาด้วยพระหัตถ์ซ้าย จับ
พระขรรค์ด้วยพระหัตถ์ขวา ตัดพระเกศาทั้งหมดด้วยพระขรรค์
เพียงครั้งเดียว เหลือพระเกศายาวประมาณ 2 นิ้ว แล้วทรงม้วน
ให้เป็นทักษิณาวัฏแนบติดกับพระเศียร พระเกศาและพระมัสสุ
ของพระองค์ตั้งอยู่อย่างนั้นตลอดพระชนม์ชีพไม่ยาวกว่านี้

หลังตัดพระเกศาเสร็จทรงอธิษฐานว่า หากว่าพระองค์ได้ตรัสรู้
ขอให้พระเกศาลอยอยู่ในอากาศ ถ้าไม่ได้ก็ให้ตกลงมา ปรากฏ
ว่าพระเกศาลอยอยู่ในอากาศ ท้าวสักกเทวราชทอดพระเนตรเห็น
จึงนำเอาผอบแก้วมาใส่พระเกศา แล้วทรงนำไปเก็บไว้ในจุฬามณี
เจดีย์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

หก - ฆฏิการพรหม
สำหรับผ้าจีวรพร้อมทั้งสมณบริขารและบาตรพระอรรถกถาจารย์
ว่า ฆฏิการพรหม นำมาถวาย สมเด็จฯ ทรงสันนิษฐานว่า
น่าจะทรงได้จากสำนักบรรพชิต ผู้ได้สมาบัติ หรือได้มาด้วยการ
ตระเตรียม เมื่อทรงครองผ้าจีวรแล้วทรงอธิษฐานเพศเป็นบรรพชิต
ที่ฝั่งแม่น้ำอโนมา

ต่อจากนั้นพระองค์ให้ฉันนะนำม้ากัณฐกะกลับสู่ราชวัง เพื่อกราบ
ทูลพระชนกชนนีให้ทรงทราบ ฉันนะอำมาตย์จึงกราบทูลลา เมื่อ
พ้นสายตาพระองค์แล้ว ม้ากัณฐกะสุดจะตัดความอาลัยรักลงได้
หัวใจได้แตกสลายขาดใจตาย ณ ที่ตรงนั้น แล้วได้ไปเกิดเป็น
กัณฐกเทพบุตร ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ส่วนอำมาตย์ฉันนะต้องเดิน
ร้องไห้คร่ำครวญมาตลอดทางจนถึงเมืองหลวง.
 
ชนะ เวชกุล (คุณากร 0017)
 
เอกสารประกอบการเรียบเรียง
วิชาพุทธประวัติฉบับมาตรฐาน รวบรวมโดยคณาจารย์สำนักพิมพ์
เลี่ยงเชียง พ.ศ. ๒๕๔๗ และ
"มาลัย" คอลัมน์ "ณ ที่นี้มีตำนาน" นิตยสาร กุลสตรี
ฉบับที่ 835-838.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 19/08/2008 เวลา : 11.18 น.
http://www.oknation.net/blog/konhinsmile

คุณลุงเจ้าขา เชื่อมั๊ย? เจ้าค่ะ

เรื่องเจ้าชาย พระองค์ทรงออกผนวช น่าจะไม่ได้แอบหนีออกไปผนวชเองเช่นนั้นเจ้าค่ะ

ยังเป็นข้อเถียงกันอยู่ และเผอิญหนูไปอ่านพบในพระไตรปิฏก เล่มที่ ๑๓ เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ คือทรงตัดพระเมาลีต่อหน้าพระพุทธบิดาเจ้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
chaiyassu วันที่ : 04/08/2008 เวลา : 18.24 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
เมื่อสรรพสิ่งดำเนินไปตามกฎเกณฑ์  เช่นนั้น  รอนรนไปก็ป่วยการ !!

แวะมาขอบคุณที่ไปตอบคำถามที่บ้าน
แต่ก็ยังมีประเด็นที่ทำให้สงสัยต่ออีก
เข้าใจว่า คนที่เขียนบทความนี้ในนิตยสารกุลสตรี ("มาลัย") คงจะต้องมีที่มา...
ความคิดเห็นที่ 6
chaiyassu วันที่ : 03/08/2008 เวลา : 06.01 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
เมื่อสรรพสิ่งดำเนินไปตามกฎเกณฑ์  เช่นนั้น  รอนรนไปก็ป่วยการ !!

ปล. เอกสารที่คุณโสดาบันอ้างถึง อ้างที่มาเรื่องนี้ด้วยไหม ? อยากทราบจริง ๆ
ความคิดเห็นที่ 5
chaiyassu วันที่ : 03/08/2008 เวลา : 06.00 น.
http://www.oknation.net/blog/bunruang
เมื่อสรรพสิ่งดำเนินไปตามกฎเกณฑ์  เช่นนั้น  รอนรนไปก็ป่วยการ !!

อืม....
พร ๔ ข้อ ในข้อ ๓ เพิ่งเคยได้ยิน
นับเป็นความรู้ใหม่
บาลี อรรถกถา
ไม่ได้เก็บรายละเอียดเรื่องนี้เลย
หรืออาตมาคลาดสายตาไป ?
คุณโสดาบัน
พอจะบอกแหล่งที่มาได้ไหม ?
ความคิดเห็นที่ 4
rakmananya วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 10.32 น.
http://www.oknation.net/blog/rakmananya

มาตามอ่าน วันละนิด จิตแจ่มใสครับท่าน

.........

อนุโมทนาในกุศลของการเผยแผ่พระประวัติ

แห่งพระพุทธองค์ครับ

ของให้ท่านประสบความสุข

ความรุ่งเรือง

ความสงบ ความสว่างใจ

ตลอดไปครับ.
ความคิดเห็นที่ 3
chedtha วันที่ : 31/07/2008 เวลา : 21.49 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

สวัสดีครับ ท่านโสดาบัน

อนุโมทนาในธรรมทาน เรื่องพุทธประวัติ ตอนเสด็จออกบรรพชา
อ่านแล้ว ใจสงบมากขึ้น ตรงที่ แม้แต่พระพุทธองค์ยังทรงออกบรรพชา
ยังทรงเลือกเอาทางสงบ เพราะไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่า การปราศจากกิเลสร้อยรัด

สาธุ...

โหวตให้กับธรรมทานนี้ครับ


ชวนไปชมภาพการซื้อขายดอกไม้ที่สวนดอกไม้เยอรมนีครับ
http://www.oknation.net/blog/chedtha/2008/07/31/entry-1
ความคิดเห็นที่ 2
ยายเม้าท์เองค่ะ วันที่ : 31/07/2008 เวลา : 17.24 น.
http://www.oknation.net/blog/yaimout
"เม้าท์"  กันไหมคะ? คุณๆขา....

สาธุค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 31/07/2008 เวลา : 16.14 น.
http://www.oknation.net/blog/konhinsmile

มาอ่านพระพุทธประวัติต่อค่ะ

และมากราบคุณลุง ด้วยค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31