• แป้งหอม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2008-10-30
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 28179
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
orange
ดีจ้า จุดเล็กๆของความคิด
Permalink : http://www.oknation.net/blog/soman
วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by แป้งหอม , ผู้อ่าน : 941 , 13:47:43 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                                   สิทธิมนุษยชนของคนพิการ

                    

          เนื่องด้วยสังคมของคนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่า คนพิการทำอะไรไม่ได้  ความพิการเป็นผลผลิตแห่งบาปกรรม  และเชื่อว่าการใช้คนพิการทำงานเป็นการสร้างเวรสร้างกรรม  คนพิการจึงไม่ได้รับการพัฒนาในด้านต่างๆ เหมือนคนปกติทั่วไป  คนพิการจึงไม่ได้รับการฝึกฝนให้ช่วยเหลือตนเองได้ในเรื่องต่างๆ  ไม่ว่าเรื่องงานบ้าน คนพิการไม่ได้รับการศึกษา  เพราะผู้ปกครองเชื่อว่าเรียนไปไร้ประโยชน์  คนพิการจึงทำอะไรไม่ได้จริงๆ  สังคมไทยจึงออกกฎหมาย  ระเบียบ  ข้อบังคับต่างๆ  มาจำกัดสิทธิของคนพิการในการประกอบอาชีพและดำรงตำแหน่งทางการเมือง  จึงทำให้คนพิการต้องไปยึดอาชีพขอทาน  และได้รับการช่วยเหลือแบบเวทนานิยม  ให้การสงเคราะห์พอมีพอกินไปวันๆ

       

           ด้วยเหตุนี้สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  จึงรณรงค์มา  โดยตลอดว่าคนพิการมีศักยภาพและสามารถพัฒนาตนเองให้มีความสามารถได้เหมือนคนทั่วไป  เช่น สตีเฟ่น  ฮอกกินส์  ซึ่งเป็นคนอัมพาตทั้งตัว  พูดมิได้  ยังสามารถพัฒนาตนเองให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงได้ในด้านฟิสิกส์ 

      

           นอกจากนี้สภาคนพิการฯ ยังเรียกร้องให้ผู้ปกครองของเด็กพิการได้หันมากระตุ้นพัฒนาการต่างๆ  ให้แก่เด็กพิการเหมือนคนทั่วไป  ให้ได้ฝึกฝนการรู้จักช่วยเหลือตนเอง  รู้จักทำงานบ้าน ร่วมมือกับครูในการให้การศึกษาแก่เด็กพิการ  และฝึกฝนอาชีพให้แก่คนพิการเพื่อที่จะสามารถช่วยเหลือตนเองได้  ยิ่งเมื่อสังคมได้เปิดโอกาสให้คนพิการได้มีงานทำ  คนพิการก็จะกลายเป็นคนที่มีประโยชน์แก่ครอบครัว  สังคมและประเทศชาติ คนพิการก็สามารถมีชีวิตในโลกนี้ได้อย่างมีศักดิ์ศรีอย่างคนที่มีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกับบุคคลอื่นตามที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ  มาตรา 4 “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  สิทธิ  และเสรีภาพของบุคคล  ย่อมได้รับการคุ้มครอง

     

             ปัจจุบันรัฐธรรมนูญไทยปัจจุบัน  ได้บัญญัติรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนรวมทั้งคนพิการไว้อย่างกว้างขวาง  และเพื่อให้รัฐธรรมนูญสามารถประกันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างแท้จริง  จึงมีการกำหนดให้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิด้วยตัวของมันเอง  ไม่ต้องมีกฎหมายอื่นมารองรับอีก  ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 ที่กำหนดให้ “สิทธิและเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้โดยชัดแจ้ง  โดยปริยาย  หรือโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมได้รับความคุ้มครองและผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี  ศาล  และองค์กรอื่นของรัฐโดยตรงในการออกกฎหมาย  การใช้บังคับกฎหมายและการตีความกฎหมายทั้งปวง”  และเปิดโอกาสให้ประชาชนหรือองค์กรของประชาชนสามารถฟ้องร้องต่อศาลได้โดยตรง  เมื่อรู้สึกว่าสิทธิตามรัฐธรรมนูญของตนถูกละเมิด ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 28 วรรค 2 ผลที่ตามมาคือ  ประชาชนทั่วไปรวมทั้งคนพิการ  ต่างได้รับความคุ้มครองเป็นอย่างดีจากรัฐธรรมนูญ  นอกจากนี้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญมาตรา 30 วรรค 3 ที่บัญญัติว่า การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่อง.............สภาพทางกายหรือสุขภาพ.....จะกระทำมิได้  ซึ่งจะมีผลให้กฎหมาย  ระเบียบ  ข้อบังคับที่จำกัดสิทธิหรือโอกาสของคนพิการหรือเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อคนพิการ  โดยอาศัยเหตุผลว่า  บุคคลนั้นเป็นคนพิการตกไป  เนื่องจากขัดกับบทบัญญัตินี้ในรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายแม่บท 

    

     นอกจากนี้สภาคนพิการฯ ยังได้รณรงค์ให้มีองค์กรที่จะดูแลให้กฎหมายเป็นกฎหมาย  ตั้งแต่การมีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดว่ากฎหมายใดที่เลือกปฏิบัติและขัดรัฐธรรมนูญและยังมีผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา  ที่จะนำกฎหมายที่คนพิการร้องเรียนว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ  เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย  หรือเอากฎหรือคำสั่งทางปกครองของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่เป็นธรรมและมิชอบด้วยกฎหมายของเจ้าหน้าที่  ฟ้องต่อศาลปกครองให้เพิกถอนกฎหรือคำสั่งทางปกครองนั้น  เช่น ห้ามคนพิการประกอบโรคศิลป์แผนโบราณ  ทั้งๆ ที่มีคนตาบอดเป็นหมดนวดแผนโบราณทั่วเมือง  และห้ามคนพิการเป็นพนักงาน

                   อย่างที่ทราบกันเป็นอยางดีแล้วนะคะว่า คนพิการนั้น ส่วนใหญ่ใครก็ไม่ให้ความสนใจ บางคนอาจจะเห็นว่าเค้าเป็นตัวถ่วงให้กับสังคม มีแต่พวกขอทานเท่านั้นที่เค้าจะประกอบอาชีพได้ ในทุกวันนี้ก็จะเห็นได้แล้วว่า ทุกคนถึงแม้จะพิการเค้าก้มีความสามารถและมีสิทธิเสรีภาพได้รับการคุ้มครองของตนเองรวมถึงสิทธิมนุษยชนในการดำรงชีพอยู่ในสังคม  และการมีคุณค่าในตัวของเค้าเองในการอยู่ร่วมกับสังคม  อย่างน้อยเรื่องที่นำมาเป็นตัวอย่างก้สะท้อนให้ข้าพเจ้าได้เห็นว่าคนในสังคมยังให้โอกาสมนุษย์ด้วยกัน และสังคมก็มีการเปิดโอกาสให้กับคนกลุ่มหนึ่งที่มีชีวิตและเสรีภาพให้มีความเสมอภาคกันได้อย่างงดงาม

                                                                                                ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ

ข้อมูลจาก  งานวิจัยเสริมหลักสูตรสิทธิมนุษยชนคนพิการ

ในการประกอบอาชีพ  เขียนโดย  ศ.วิริยะ  นามศิริพงศ์พันธุ์




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
dreamy วันที่ : 11/02/2009 เวลา : 06.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/happyhut

คนพิการ ก็คือ คน เช่นเดียวกับเรา

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ชมพู่หวาน วันที่ : 03/02/2009 เวลา : 15.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tato30

คุณค่าของคนอยู่ที่ความดี

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
piaoliang!!^^ วันที่ : 03/02/2009 เวลา : 00.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rabbygirl

ค่าของคนอยู่ที่จิตใจ หาใช่ร่างกาย

คนพิการยังไงก็คือคน เค้ามีสิทธิเท่าเทียมกับคนปกติทั่วไป

สิทธิมนุยชนเปิดกว้างให้กับทุกคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
grapfuit วันที่ : 02/02/2009 เวลา : 15.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/07

นั่นสิเน๊อะ!! คนที่เขาพิการไม่ได้รับความเท่าเทียมจากสังคมเท่าที่ควร ถึงแม้ร่างกายเขาจะพิการ แต่จิตใจเขาก็ไม่ได้พิการ กลับเล่นกีฬาได้ ทีความพยายาม และอดทนสูงกว่าคนที่ร่างกายปรกติเสียอีก ขอยกย่องคนพิการเหล่านี้เลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ถ้าวันหนึ่งคุณได้เป็นครูคุณเลือกจะไปสอนที่ไหน..?
ในเมืองอันหรูหรา มีอุปกรณ์ครบครัน..
11 คน
ชนบทไม่สะดวก แต่มีเด็กที่รอคอย..
57 คน
บนดอยที่บรรยากาศดี แต่ไม่สะดวกสบาย..
30 คน
ที่ไหนก็ได้ขอให้สบายใจเรา..
113 คน

  โหวต 211 คน