• Somboon2547
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : somboon2547@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-19
  • จำนวนเรื่อง : 3
  • จำนวนผู้ชม : 1399
  • จำนวนผู้โหวต : 1
  • ส่ง msg :
Somboon and Biz Ed.
ข้อคิดข้อเขียนเกี่ยวกับวงการธุรกิจศึกษา และการศึกษาทั่วไป รวมทั้งสาระดี ๆ ที่จะนำมาฝากผู้อ่าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/somboon2547
วันจันทร์ ที่ 22 ตุลาคม 2550
ธุรกิจศึกษา ศาสตร์สำคัญที่คนไทยยังรู้จักน้อย
Posted by Somboon2547 , ผู้อ่าน : 267 , 18:58:51 น.  
พิมพ์หน้านี้


ธุรกิจศึกษา คืออะไร...

อันที่จริงคำว่าธุรกิจศึกษาหรือที่ฝรั่งเรียกว่า Business Education นั้น เกิดขึ้นในเมืองไทยมาค่อนข้างนานพอสมควรแล้ว แต่ดูเหมือนว่าคนส่วนใหญ่จะยังไม่รู้จักหรือไม่เข้าใจความหมายของคำๆนี้นัก ผู้เขียนจึงขอถือโอกาสนี้นำเสนอที่มาของคำๆนี้ โดยอาศัยความรู้เท่าที่ผู้เขียนได้มีโอกาสค้นคว้ามา

        

ธุรกิจศึกษา (Business Education) เกิดขึ้นมาในยุคไล่เลี่ยกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมในฝั่งตะวันตก เมื่อเริ่มมีการตั้งโรงงานผลิตสินค้าเพื่อทำการผลิตสินค้าจำนวนมากๆออกวางขาย ก็ส่งผลให้มีสินค้าหลากหลายชนิดทะลักสู่ท้องตลาด ประชาชนจากชนบทเริ่มทยอยเข้ามาอาศัยและทำงานอยู่ในเมือง โดยเฉพาะการทำงานในโรงงาน จึงเกิดเป็นสังคมอุตสาหกรรมขึ้นมา มีการแข่งขันค้าขายกันมากขึ้น กระบวนการแลกเปลี่ยนของต่อของก็เปลี่ยนเป็นการแลกเปลี่ยนของกับเงินแทน อุตสาหกรรมและการค้าขยายตัวทวีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น จึงเกิดความต้องการแรงงานทั้งในภาคผลิตและภาคธุรกิจมากมายโดยเฉพาะคนที่มีความรู้และทักษะในงานธุรกิจ จึงเกิดมีโรงเรียนที่เปิดสอนวิชาที่เกี่ยวกับงานธุรกิจ เช่น วิชาบัญชี วิชาเลขานุการ วิชาพิมพ์ดีด เป็นต้น โดยเฉพาะวิชาพิมพ์ดีดได้เปิดโอกาสให้สตรีมีโอกาสเข้ามาทำงานในภาคธุรกิจได้อย่างเต็มตัว ซึ่งการจัดการเรียนการสอนวิชาเหล่านี้ก็คือการจัดธุรกิจศึกษาในยุคแรก

ที่เล่ามาข้างต้นจะเห็นว่าธุรกิจศึกษาในยุคแรกนั้น มุ่งเน้นที่การฝึกฝนและเตรียมคนให้มีอาชีพทางธุรกิจ จึงถือว่าเป็นอาชีวศึกษาแขนงหนึ่ง ซึ่งนักวิชาการตะวันตกมักเรียกว่าเป็น “Learning for business occupation” แต่ต่อมาสังคมมีการขยายตัวพร้อมๆกับการเติบโตของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม กระแสทางธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชนส่วนใหญ่ จึงเกิดแนวคิดใหม่เกี่ยวกับบทบาทของธุรกิจศึกษาเพิ่มขึ้น นั่นคือธุรกิจศึกษาคงไม่ใช่เพียงการฝึกอาชีพให้ผู้คนเท่านั้น แต่ยังสามารถเสริมสร้างความฉลาดและเข้มแข็งในฐานะผู้บริโภคให้แก่ประชาชนได้ เพราะศาสตร์ทางธุรกิจนั้นสอนให้เราเข้าใจระบบทางการค้า การตลาด เศรษฐกิจและการเงิน จึงทำให้เราเข้าใจกระบวนงานทางธุรกิจ เข้าใจผลกระทบของธุรกิจที่มีต่อประชาชนและสังคม นอกจากนี้ธุรกิจศึกษายังสามารถสอนให้เราเป็นผู้บริโภคที่ฉลาด รู้จักการเลือกสินค้าและบริการ รู้จักการออมและการลงทุนที่เหมาะสม องค์ความรู้เหล่านี้สามารถช่วยให้ประชาชนมีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและฉลาดเท่าทันเล่ห์เหลี่ยมทางธุรกิจ

ด้วยเหตุผลและมุมมองใหม่ทางธุรกิจศึกษาที่กล่าวมา จึงเกิดการขยายหลักสูตรธุรกิจศึกษาให้ครอบคลุมลงมาถึงการศึกษาขึ้นพื้นฐาน มีการสอนวิชาธุรกิจในโรงเรียนระดับมัธยมเกิดขึ้นมากมาย โดยมีวัตถุประสงค์ทั้งการสอนเพื่อเป็นงานอาชีพและเพื่อให้เป็นผู้บริโภคที่ฉลาดมีคุณภาพ ซึ่งในประการหลังนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่าเป็น “Learning about business role” โดยแนวคิดนี้ก็ยังคงยืนหยัดมาจนถึงปัจจุบัน

ประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่เห็นความสำคัญและมีการจัดการเรียนการสอนวิชาธุรกิจมาช้านาน มีทั้งหลักสูตรที่สอนเพื่อเป็นอาชีพ เช่น หลักสูตรพณิชยกรรมในระดับอาชีวศึกษา จนถึงหลักสูตรการจัดการและบริหารธุรกิจในระดับอุดมศึกษา และต่อมาก็มีการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับมัธยมศึกษา โดยมีการบรรจุวิชาธุรกิจ เศษรษฐศาสตร์ผู้บริโภค วิชาบัญชี การขาย พิมพ์ดีดและวิชางานสำนักงาน เข้าไว้ในหลักสูตร ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นหลักสูตรที่มุ่งเตรียมคนให้สามารถทำงานได้และเป็นผู้บริโภคที่ฉลาดไปพร้อมกัน และเพื่อให้การสอนมีคุณภาพจึงเกิดการฝึกหัดครูสาขาธุรกิจศึกษาขึ้น เช่น หลักสูตรประโยคครูมัธยมศึกษาธุรกิจ(ปมธ.) เรียน 1 ปีต่อจากระดับ ปวส. ซึ่งเปิดสอนที่วิทยาลัยพณิชยการพระนคร หลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิตสาขาธุรกิจศึกษา ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต(กศ.บ.) ที่คณะสังคมศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิตสาขาธุรกิจศึกษา ที่คณะบริหารธุรกิจ วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา(ม.เทคโนโลยีราชมงคล) หลักสูตรศึกษาศาสตร์บัณฑิตวิชาเอกบริหารธุรกิจ ที่คณะศึกษาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ หลักสูตรศึกษาศาสตร์บัณฑิตวิชาเอกธุรกิจศึกษา ที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมทั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหงด้วย เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นหลักสูตรที่มุ่งฝึกหัดครูธุรกิจทั้งสิ้น โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เปิดสอนหลักสูตรธุรกิจศึกษาถึงขั้นปริญญาโท แต่ถึงกระนั้นก็ตามธุรกิจศึกษาก็ยังเป็นคำที่ไม่คุ้นหูคนไทยกันนัก

ทั้งหมดที่กล่าวมาก็คงพอจะสรุปได้ว่า ธุรกิจศึกษา ก็คือศาสตร์แห่งการถ่ายทอดความรู้ทางธุรกิจ เพื่อให้ประชาชนมีความรู้และทักษะในงานธุรกิจ อีกทั้งเพื่อให้เป็นผู้บริโภคที่ฉลาดและเข้มแข็งใน สังคมเศรษฐกิจยุคใหม่ ซึ่งศาสตร์นี้จะเกี่ยวข้องอับองค์ความรู้สองด้าน คือ ด้านวิธีการถ่ายทอด(การจัดการเรียนการสอน) กับด้านเนื้อหา(วิชาทางธุรกิจ) ซึ่งผู้เขียนหวังว่าคงพอช่วยให้ท่านผู้อ่านกระจ่างในความหมายของคำว่าธุรกิจศึกษได้บ้างเป็นเบื้องต้น..



ปล.. หากท่านผู้อ่านมีความเห็นหรือนิยามเกี่ยวกับธุรกิจศึกษา ผู้เขียนพร้อมที่จะร่วมแลกเปลี่ยนความรู้กับท่านด้วยความยินดี...


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
Bon วันที่ : 24/10/2007 เวลา : 15.30 น.
http://www.oknation.net/blog/impel

เราเพียงแค่เสพสัญญะจากสถานศึกษาเท่านั้น แม้ในความเป็นจริงยังมีอีกแห่งที่เลือกได้ จึงนำมาซึ่งธุรกิจ
...
สวัสดีตอนบ่ายๆครับผม
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 22/10/2007 เวลา : 20.11 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ ... สำหรับบทความ

มีความสุขนะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31