สมโชคเฉตระการ
เป็นบล็อกที่เขียนบทความทางวิชาการและบทความโดยทั่วไป
Permalink : http://www.oknation.net/blog/somchoke101
วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม 2551
เปิดเทอม เปิดกระเป๋า ตอนที่ 1/2
Posted by ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ , ผู้อ่าน : 70 , 18:38:30 น.  
พิมพ์หน้านี้


     เปิดเทอม เปิดกระเป๋า...ตอนที่ 1/2


โดย...ว่าที่ร.ต.สมโชค เฉตระการ

WWW.SCPPK.COM

A

        

          สังคมไทยในอดีตจะมีความอบอุ่นและใกล้ชิดกันมาก เราจะเห็นภาพที่ครอบครัวอาศัยอยู่ร่วมกัน เป็นครอบครัวแบบขยายอย่างน้อยก็ 3 รุ่นในบ้านเดียวกันคือ รุ่นปู่ย่าตายาย รุ่นพ่อแม่ รุ่นลูก รุ่นหลาน บางครอบครัวอาจจะได้เห็นถึงเหลน หล่อน อยู่รวมกันอย่างมีความสุข  แต่สังคมไทยในปัจจุบันคงหาดูได้ยากแล้ว นั่นเพราะความเจริญรุ่งเรืองของสังคม ที่ทำให้ระบบนิเวศน์ของโลกต้องเปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการในยุคปัจจุบัน ที่ไม่มีใครจะแก้ไขได้

วิถีชีวิตที่เคยอยู่รวมกันอย่างอบอุ่นในครอบครัวของหมู่บ้านของชุมชน แต่ปัจจุบันลูกหลานที่เรียนหนังสือพ้นจากการศึกษาภาคบังคับแล้ว ส่วนหนึ่งก็เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น แต่อีกส่วนหนึ่งทนต่อสภาวะเศรษฐกิจที่ยากจนไม่ไหว ก็ต้องออกจากบ้านเข้าสู่เมืองกรุงเพื่อขายแรงงาน ทิ้งให้คนเฒ่าคนแก่ต้องรับผิดชอบเลี้ยงหลาน ๆ อยู่ที่บ้าน จะพบหน้าพบตาอีกครั้งก็คงจะเป็นวันสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่   แต่ก็เป็นเพียงชั่วครั้งชั่วยามเท่านั้น ความว้าเหว่ของปู่ย่าตายายและพ่อแม่ ก็กลับมาสู่สภาพเดิม เมื่อคนหนุ่มสาวต้องกลับสู่เมืองกรุง

เหมือนกับเป็นกงกรรมกงเกวียน ที่พ่อแม่ต้องมีหน้าที่ในการเลี้ยงดูลูก ต้องส่งเสียให้ลูกเรียนหนังสือตั้งแต่เล็ก ๆ ไปจนระดับการศึกษาสูงสุดเท่าที่ตนเองจะทำได้ตามอัตภาพ  เมื่อลูกเรียนจบแล้วก็ทำงาน หลังจากที่พ่อแม่เกษียณ พ่อแม่ก็จะอยู่บ้าน ส่วนลูกก็จะเลี้ยงดูพ่อแม่ไปจนตลอด เป็นวงจรชีวิตของคน

ปัจจุบันสังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ครอบครัวขยายก็กลายมาเป็นครอบครัวเดี่ยว พ่อแม่ส่งลูกเรียนจบแล้ว ลูก ๆ ก็ต้องไปทำงานเพื่อเลี้ยงดูตนเองให้ได้ เมื่อพ่อแม่ถึงวัยแก่เฒ่า ก็ต้องรับหน้าที่ดูแลตัวเองให้มากที่สุด จะหวังพึ่งพาลูกเช่นในอดีตก็คงไม่ได้ นี่แหละคือชีวิตจริงที่เกิดขึ้นในยุคของโลกไร้พรมแดน ดังนั้น ต้องเตรียมพร้อมในทุกเรื่อง ไม่เว้นแต่ในตอนเปิดเทอมเช่นช่วงนี้

เมื่อพูดถึงเรื่องเปิดเทอม พ่อแม่หลายคน คงจะชินชากับปัญหาเรื่องลูก ๆ ที่จะเข้าโรงเรียนในแต่ละปีการศึกษา เพราะต้องใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมาก แม้ว่าพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 หมวด ๒ สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษา มาตรา ๑๐ เรื่องการจัดการศึกษาที่กำหนดว่า ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปี ที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย นอกจากนั้น การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์สังคม การสื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการหรือทุพพลภาพหรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้ หรือไม่มีผู้ดูแลหรือด้อยโอกาส ต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ

                พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช  2542 ที่กำหนด จริง ๆ แล้วน่าจะทำให้พ่อแม่และผู้ปกครองได้รับความอบอุ่นใจว่า แทบจะไม่ต้องควักเงินในกระเป๋าเลยแม้แต่น้อยในเรื่องการเรียนของลูก ๆ จะใช้บ้างก็น่าจะเป็นเพียงนิดหน่อยเท่านั้น  แต่สภาพความเป็นจริง นอกจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวของเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเดือนที่ลูก ๆ จะต้องหาที่เรียนแล้ว จิตใจของพ่อแม่ผู้ปกครองยังต้องรุ่มร้อนไปตาม ๆ กัน ที่ต้องคอยลุ้นคอยเชียร์ลูกหลานของตนเองว่า  จะสอบผ่านเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นหรือไม่

                เมื่อวิกฤตผ่านไป ลูกเข้าเรียนในโรงเรียนอย่างสมหวัง ทั้งที่นักเรียนสอบเรียนต่อได้ด้วยความสามารถ รวมทั้งที่พ่อแม่ต้องสอบแทน   หรือจะด้วยวิธีใดก็ตาม ถือว่าท่าน

มีความสามารถด้วยกันทั้งสิ้น  วิกฤตที่ตามมาติด ๆ เมื่อทุกคนมีความรู้สึกที่คล้ายคลึงกันคือ"เปิดเทอมต้องเปิดกระเป๋า ที่ทำให้หัวใจแทบวาย"

เป็นธรรมดาจริง ๆ เปิดเทอมแต่ละครั้ง หัวใจของพ่อแม่หลาย ๆ คนแทบจะวาย ยิ่งใครมีลูก 2-3 คนที่อยู่ในระหว่างการเรียนการใช้จ่ายเงินต้องมากอย่างแน่นอน ทุกคนในครอบครัวจึงควรต้องแบ่งเบาภาระและช่วยกัน

สถานธนานุบาล หรือที่เรียกว่าโรงรับจำนำตามภาษาที่รู้กันดีของชาวบ้าน เรียกได้ว่าเป็นแหล่งการเงินของคนยากคนจนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรโดยแท้จริง หาเงินที่ไหนไม่ได้ มีสิ่งมีของก็ใช้บริการโรงจำนำ อย่างน้อยก็พอที่ช่วยเหลือพ่อแม่ในยามยาก สิ่งของประดับกายที่มีค่าในตัว อุปกรณ์เครื่องใช้ในการอำนวยความสะดวกในบ้าน ต่างก็นำไปแลกเป็นเงินก้อน เพื่อใช้จ่ายในยามคับขัน  ซึ่งแต่ละปีเมื่อถึงฤดูกาลเปิดเทอม รัฐบาลจะเพิ่มวงเงินดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยเหลือและผ่อนคลายความเครียดของพ่อแม่ได้เป็นอย่างดียิ่ง

ผู้เขียนอยากให้ข้อคิดในการวางแผนล่วงหน้าในการใช้จ่ายเงิน โดยลองคำนวณล่วงหน้าว่า เปิดเทอมแต่ละครั้งต้องใช้จ่ายเงินเท่าไร เอาแค่ลูกสอบไม่ได้ แต่จำเป็นต้องหาที่เรียน ถ้าเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงหรือโรงเรียนในเมือง ต้องจ่ายค่าบริจาคเข้าเรียนอย่างน้อยก็ 10,000 บาท ชนิดที่เกลงอกเกลงใจผู้ปกครอง หรือเลี่ยง ๆ คำครหานินทาที่จะเกิดขึ้นภายหลัง โรงเรียนก็อาจจะบอกว่าบริจาคตามศรัทธา เอาเถอะ..อย่างน้อย ๆ ก็ไม่ต่ำกว่า 1,000-2,000 บาท บางทีก็กระซิบถามข้างเคียงว่าเท่าไหร่ เพื่อเป็นเกณฑ์ให้กับตนเอง หลังจากการใช้จ่ายเงินค่าเข้าเรียนแล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องของค่าธรรมเนียมตามระเบียบของสถานศึกษา แม้ว่าจะได้รับสวัสดิการเรียนฟรีตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542  แต่ค่าอื่น ๆ ที่ต้องใช้จ่ายก็ไม่ใช่น้อย ค่าห้องสมุด ค่ากิจกรรม ค่าอินเทอร์เนต ค่าเครื่องไม้เครื่องมือ ค่าชุดนักเรียนชุดฝึกงาน ค่าชุดกีฬา ค่าชมรม สมาคมผู้ปกครองและอื่น ๆ ที่ตามมาภายหลัง คิดแล้วก็ชวนปวดหัว มีลูกหนึ่งคนก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้า2-3 คน หัวใจไม่วายวันนี้ก็ไม่รู้จะวายเมื่อใด

ผู้เขียนมีลูกสาว 2 คน แต่พ้นจากสภาพที่กล่าวไว้เบื้องต้นมาแล้ว ถือว่าผ่านประสบการณ์มาแล้วอย่างดีเยี่ยม น่าที่จะพอแนะนำในเรื่องดังกล่าวได้ หลักง่าย ๆ ครับพ่อแม่ต้องมีวินัยในการใช้เงิน พูดง่ายแต่บางคนก็ปฏิบัติได้ยาก สมมุติว่าพ่อแม่มีลูกหนึ่งคน ต้องใช้จ่ายค่าต่าง ๆ เทอมละ 3,600 บาท พ่อแม่ต้องวิเคราะห์ว่าเทอมหนึ่งมีสี่เดือน ก็หารออกมา เท่ากับต้องออมเงินให้ได้ 1,200 บาท ทุกเดือนสำหรับกันไว้เป็นค่าเทอมของลูกจะได้รู้ตระหนักว่า "เงินนั้นหนามีค่ายิ่ง" เมื่อถึงตอนต้องจ่ายค่าเทอมแต่ละเทอมก็จะไม่เดือดร้อนมากนัก เพราะมีเงินก้อนไว้จ่ายแล้ว ถ้าพ่อแม่มีหัวทางการค้าหน่อย เงินจำนวนดังกล่าวนำไปลงทุนก็ควรจะลงทุนเพื่อให้ได้ดอกผลคุ้มค่าที่จะนำมาใช้เป็นค่าเทอมได้ โดยไม่ต้องควักเงินต้นมาจ่ายก็เรียกได้ว่า ใช้เงินเพื่อต่อเงินให้เราได้เป็นอย่างดีและคุ้มค่าที่สุด ถ้าไม่รู้ว่าจะนำเงินไปลงทุนอย่างไร พ่อแม่ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เปิดเวบไซต์ต่าง ๆ ค้นข้อมูลและขอรับคำปรึกษา ก็จะเป็นหนทางที่เพิ่มรายได้อย่างดี


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
arekoy วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 19.11 น.
http://www.oknation.net/blog/arekoy

ลูกชายหนูเรียนเทคนิคสุราษฎร์ กางเกงเอย เสื้อนักเรียนเอย เสื้อช็อบเอย อุปกรณ์อื่นๆ อีกเพียบ สงสารตัวเองจังเลย แต่หนูไม่เครียดนะคะ เพื่อลูกค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
แม่หมี วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 18.56 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme

หมีน้อยเปิดเรียน 15 พฤษภาคม หมีใหญ่เปิดภาคมิถุนายน แค่ต้องเตรียมการมาตลอดค่ะ ไม่งั้นหน้ามืด
ความคิดเห็นที่ 3
พันพูมิ วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 18.53 น.
http://www.oknation.net/blog/vong

ดีครับ เป็นบทความที่มีประโยชน์สำหรับพ่อแม่/ผู้ปกครองในยุคข้าวแพง-น้ำมันแพง ผมเห็นด้วยที่ผู้ปกครองต้องวางแผนในการใช้จ่าย ไม่เช่นนั้นอาจเจอสภาวะเครียด! เครียด! และเครียด!
ความคิดเห็นที่ 2
Thaihippy วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 18.52 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

..เปิดเทอม ผู้ปกครอง ก็เหนื่อย..
ความคิดเห็นที่ 1
ppookk วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 18.45 น.
http://www.oknation.net/blog/ppookk

ยุคนี้ของแพงน่าเห็นใจคุณพ่อ-คุณแม่จริงๆ เลยค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31