สมโชคเฉตระการ
เป็นบล็อกที่เขียนบทความทางวิชาการและบทความโดยทั่วไป
Permalink : http://www.oknation.net/blog/somchoke101
วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม 2551
เปิดเทอม เปิดกระเป๋า...ตอนที่ 2/2
Posted by ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ , ผู้อ่าน : 79 , 18:48:16 น.  
พิมพ์หน้านี้


เปิดเทอม เปิดกระเป๋า... ตอนที่ 2/2

โดย...ว่าที่ร.ต.สมโชค เฉตระการ

เงินกู้เพื่อการศึกษา เป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะแบ่งเบาภาระให้พ่อแม่ได้ผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี   แต่อย่าลืมว่า ถ้าขาดวินัยของการใช้เงิน เงินกู้เพื่อการศึกษาจะเป็นปมที่พ่อแม่ต้องคอยแก้ปัญหามิรู้จบ เพิ่มภาระหนี้สินอย่างต่อเนื่อง ลูกศิษย์ของผู้เขียนหลายคน ที่ใช้จ่ายเงินกู้ไม่เป็นไปตามเป้า ขาดซึ่งวินัยในการใช้เงิน ใช้เงินในทางผิด แทนที่จะนำไปใช้ทางด้านการศึกษา แต่หลงระเริงไปในทางเที่ยวเตร่เฮฮา มั่วสุมกับเพศตรงข้ามและอบายมุขทั้งหลายทั้งปวง โทรศัพท์มือถือที่เป็นปัญหาของสังคม จำเป็นต้องมีเหมือนกับเพื่อน ๆ ซึ่งสิ่งดังกล่าวแม้ว่าจะมีประโยชน์มหาศาล แต่ต้องรู้จักวิเคราะห์ตนเองว่า เราพร้อมหรือยังที่จะต้องใช้เครื่องอำนวยความสะดวกดังกล่าว ภารกิจสำคัญอะไรมากมาย และใครเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายประจำเดือน ถ้าคิดว่ากู้เงินเพื่อการศึกษามาในการสรรหาสิ่งเหล่านี้ น่าที่จะคิดผิดจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรก ที่ร้ายไปกว่านั้น พ่อแม่เองที่สร้างปัญหากับเงินกู้เพื่อการศึกษาของลูก อาศัยลูกเพื่อกู้เงิน แล้วนำเงินไปใช้ในทางที่ผิด พอลูกขอเงินที่จะนำไปใช้จ่ายเกี่ยวกับการเรียน พ่อแม่ต้องบากหน้าเพื่อขอกู้เงินดอกเบี้ยแพง ๆ มาให้ลูก  ยิ่งสร้างปัญหาให้กับตนเองและครอบครัวไม่จบไม่สิ้น

หาที่เรียนได้แล้ว พ่อแม่ก็อย่าเพิ่งดีอกดีใจให้มาก ปัญหาที่ตามมายังมีอีกมากมายที่เกิดขึ้นกับลูกหัวแก้วหัวแหวนเช่นปัญหาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย (หอพัก) การอยู่เป็นคู่หญิงชายในห้องเดียวกัน ปัญหาเกี่ยวกับการเดินทางไปยังโรงเรียน การคบเพื่อนใหม่ การมาเรียนไม่ทันเวลา การขาดเรียนรายวิชา การไม่เข้าร่วมกิจกรรม การมั่วสุมของวัยรุ่น การทะเลาะเบาะแว้ง การมั่วสุมกับเพศตรงข้าม การมั่วสุมยาเสพติดให้โทษ การมั่วสุ่ม ร้านเกมส์ คาราโอเกะ สถานสนุ๊กเกอร์ คอมพิวเตอร์ลามก และปัญหาอื่น ๆ ที่จะตามมา ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องรอรับและแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ผู้เขียนมีอาชีพเป็นครู ที่นอกจากการสอนตามหน้าที่หลักแล้ว ยังดูแลความประพฤติของลูกศิษย์ร่วม 3,000 คนในสถานศึกษา พบว่าปัญหาต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไว้แล้วนั้นมีทุกเรื่อง เกิดขึ้นทุกเรื่องและร่วมแก้ปัญหาทุกเรื่องเช่นเดียวกัน ซึ่งผู้เขียนจะลงรายละเอียดในตอนต่อ ๆ ไป รวมทั้งวิธีการแก้ไขปัญหาที่เป็นเชิงประจักษ์  เพื่อเป็นแนวให้พ่อแม่รู้ทางหนีทีไร่ รู้ทันลูก พูดง่าย ๆ ก็คืออย่าให้ลูกหลอกพ่อแม่ได้

ที่น่าเป็นห่วงอีกเรื่องที่จะเกิดขึ้นกับลูก ๆ หลาน ๆ ที่เป็นเด็กและเยาวชนของชาติ ถ้าเป็นคนรุ่นเก่า ๆ สมัยที่การเรียนคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ถ้าสอบได้ 50 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปถือว่าสอบได้ มีสิทธิ์เลื่อนขึ้นไปเรียนชั้นที่สูงขึ้น ถ้าได้ 49 เปอร์เซ็นต์ถือว่าตก ต้องเรียนใหม่ทุกวิชา (เรียนซ้ำชั้น)  ในสมัยนั้นนักเรียนเคารพและยำเกลงครูมาก ครูสั่งให้ทำการบ้านก็ต้องทำตาม กำหนดให้ส่งเมื่อใดจะต้องส่งตามเวลาที่กำหนด ถ้าไม่ทำตามจะต้องถูกทำโทษด้วยไม้เรียวที่หน้าห้องเรียน ถ้าทำผิดต่อโรงเรียนหรือทำให้โรงเรียนได้รับความเสียหาย จะต้องถูกทำโทษด้วยไม้เรียวที่บริเวณหน้าเสาธง ต่อหน้านักเรียนทั้งโรงเรียน เรียกว่าทั้งอายทั้งเจ็บ ผู้เขียนแม้จะไม่เคยถูกทำโทษที่หน้าเสาธง แต่ที่หน้าชั้นเรียนก็นับครั้งไม่ถ้วน ถ้าจะถามว่าโกรธครูหรือไม่ ขอตอบว่าโกรธตัวเองมากกว่าที่จะโกรธครู เพราะเราไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของครู นักเรียนทุกคนรุ่นเก่า ๆ ได้ดิบได้ดี เรียกว่าเป็นเจ้าคนนายคนแทบทั้งนั้น  ถ้าจะพูดเกี่ยวกับระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการและระเบียบของโรงเรียน โทษที่ระบุไว้สูงมากคือ ให้ออก ไล่ออก คัดชื่อออก เรียกว่าระเบียบดังกล่าวทำให้นักเรียนกลัวและไม่กล้าที่จะกระทำผิด เป็นการสร้างวินัยให้กับนักเรียนเป็นอย่างดี

ปัจจุบันไม้เรียวถูกหักทิ้งไป ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการได้แก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติกระทรวงพัฒนา

สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากระเบียบเดิมที่ เมื่อนักเรียนนักศึกษากระทำผิดอย่างรุนแรง นักเรียนจะต้องได้รับการพิจารณาความผิด พักการเรียน ให้ออก ไล่ออกหรือคัดชื่อออก แต่ปัจจุบันโทษดังกล่าวเปลี่ยนเป็น “หากิจกรรมให้ทำเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม” เมื่อเด็กอ่านข้อความดังกล่าว ทุกคนต่างก็หัวเราะเยาะ ทำให้ระเบียบที่ใช้กับนักเรียนนักศึกษาในยุคที่สิทธิมนุษยชนเฟื่องฟูขาดความยำเกลง เพราะเธอออกกฎหมายเพื่อเอาใจเด็ก เอื้ออำนวยให้นักเรียนนักศึกษากระทำผิด ไม่เกลงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง สร้างนิสัยและสันดานให้นักเรียนมีความประพฤติที่ชั่วร้าย ผิดมนุษย์ ไม่เกลงกลัวแม้แต่คุกและตะราง ความผิดทะเลาะเบาะแว้ง ยกพวกตะลุมบอนฆ่ากันตาย ถ้าเด็กอายุไม่เกิน 18 ปีโทษอย่างมากแค่ส่งเข้าสถานพินิจ ประกันตัวออกมากระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า อยู่สถานพินิจนาน ๆ กลายเป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ แทนที่จะเป็นสถานที่อบรมบ่มนิสัยเพื่อให้เกิดความสำนึกในความผิด แต่กลับกลายเป็นว่าไปเข้าอบรมเพื่อเพิ่มความบ้าบิ่นจองหอง บ่มเพาะความก้าวร้าวทางด้านความประพฤติ เป็นคนเด่นของนักเลงวัยรุ่นทั่วไป

จากระเบียบของสถานศึกษา ที่ต้องแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ จึงทำให้ครูขาดเครื่องไม้เครื่องมือในการอบรมบ่มนิสัยนักเรียนนักศึกษา  ผู้ออกกฎหมายแนะนำว่าให้ครูสอนลูกศิษย์ด้วยเหตุด้วยผล เพราะสมัยนี้เป็นยุคใหม่ ยุคปฏิรูปการศึกษา เพราะเหตุดังกล่าวบ้านเมืองจึงวุ่นวายด้วยปัญหาของเด็กวัยรุ่นทั่วประเทศ ยากที่จะกลับมาเยี่ยวยาได้  คนออกกฎหมายไม่ได้ลงมาปฏิบัติ ส่วนคนที่มีปัญหาในการทำงานกับนักเรียนนักศึกษากลับไม่มีโอกาสในการออกกฎหมาย

เมื่อพ่อแม่และผู้ปกครองได้ทราบเป็นเบื้องต้นอย่างนี้ สิ่งที่ต้องกระทำอย่างยิ่งคือ

1. ต้องติดตามพฤติกรรมของลูกหลาน อย่ามองลูกหลานของตนเองในแง่ดีอย่างเดียว อย่าโทษเพื่อนของลูก อย่าโทษครู อย่าโทษโรงเรียน ผู้ปกครองมีส่วนในการดูแลความประพฤติลูกของท่านอย่างมาก

2. หมั่นติดตามดูแลที่อยู่อาศัย (หอพัก) ของลูกหลานอย่างสม่ำเสมอ อย่าอ้างว่าไม่มีเวลาเพราะต้องหาเงินอย่างเดียว  หลายคนที่เสียลูกไปชนิดที่กู่ไม่กลับเพราะคำอ้าง ควรให้ลูกอาศัยหอพักที่ขึ้นทะเบียนกับทางราชการเท่านั้น

3. พ่อแม่ต้องทราบว่าลูกหลานของตนเองเรียนกี่วันในหนึ่งสัปดาห์ แต่ละวันเข้าเรียนเวลาใดและเลิกเรียนเวลาใด นั่นคือพ่อแม่จะต้องมีตารางเรียนของลูกติดไว้ที่ผนังบ้านด้วย  สังเกตและตรวจสอบตารางเรียน ในแต่ละวันลูกหลานน่าจะเดินทางกลับบ้านอย่างช้าเท่าใด

4. ตรวจสอบกระเป๋านักเรียนบ้าง คงไม่เสียมารยาท เพื่อดูว่ามีอะไรที่แปลกปลอมซ่อนอยู่ในกระเป๋าบ้างเช่นอาวุธ ยาบ้าและอื่น ๆ

5. ยานพาหนะที่เป็นรถจักรยานยนต์ อย่าให้ลูกหลานปรับเปลี่ยนแปลงรถ ผิดไปจากเดิมโดยเด็ดขาด เพราะเป็นพฤติกรรมที่ส่อไปในทางกระทำผิดกฎหมายการจราจร  เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จะจับและปรับเป็นเงินตามความผิด  และอาจได้รับอุบัติเหตุจนถึงแก่ชีวิต จากการหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร

6. ตรวจสอบเรื่องการใช้เงินของลูกหลานที่ผิดสังเกต หากไม่มั่นใจควรโทรศัพท์ถามครูผู้สอน และหมั่นตรวจตราเกี่ยวกับข้าวของที่มีราคาที่อยู่ในบ้านว่า ยังวางอยู่เป็นปกติหรือไม่

7. ให้ความสนใจเพื่อนของลูก ๆ ทุกคน ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด โดยเฉพาะเพื่อนหญิง ติดตามและศึกษาข้อมูลในเบื้องลึกของแต่ละคน เพื่อทราบประวัติโดยย่อ ซึ่งสามารถติดต่อข้อมูลที่งานทะเบียนของโรงเรียน

8. สนใจหมั่นตรวจสุขภาพของลูกหลาน ริมฝีปากที่หมองคล้ำ รอยต่าง ๆ ที่บริเวณแขน  ตามร่างกาย อย่าอนุญาตให้ลูกสักลายตามร่างกายโดยเด็ดขาด เพราะนั่นหมายถึงอนาคตของลูกหลาน สถานประกอบการโดยทั่วไปจะไม่รับบุคคลที่สักลายเข้าทำงาน

9. ที่สำคัญที่สุดพ่อแม่จะต้องสร้างความรักความอบอุ่นกับครอบครัว มีเวลาให้กับลูก เพื่อให้ลูกได้ปรึกษาหารือในบางเรื่อง ที่เขาไม่สามารถแก้ปัญหากับตนเองได้  อย่าให้ลูกต้องให้เพื่อนของเขาเป็นผู้แก้ปัญหา

การเลี้ยงและดูแลคน ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก โดยเฉพาะคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูก เพราะลูกคือแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ ถ้ามีเวลาดูแล และเอาใจใส่เขาอย่างดีตามสมควร ไม่ทอดทิ้งจนเกินไป สิ่งที่เขาได้รับและซึมซับเข้าภายในใจและกาย คือคุณงามความดี ถ้าในทางกลับกัน พ่อแม่อ้างแต่ว่าไม่มีเวลาเพราะต้องหาเงินเพื่อมาจุนเจือครอบครัว แต่เมื่อมาทราบภายหลัง ลูกหลานเสียผู้เสียคนแล้วแก้ไขลำบาก ในที่สุดท่านก็ต้องมานั่งเสียใจ และเมื่อถึงเวลานั้นไม่มีความจำเป็นที่ท่านจะต้องมาโอดครวญ

อยากให้การเริ่มต้นของวันเปิดเทอมใหม่ เป็นวันที่มีความสุข ความปราบปลื้มใจของทุกคน ทั้งพ่อแม่ที่ได้เห็นลูกได้เลื่อนชั้นเรียนในระดับที่สูงขึ้น อยู่โรงเรียนใหม่ที่มีชื่อเสียง ส่วนลูกได้แต่งชุดใหม่ มีเพื่อนใหม่ มีครูคนใหม่

ตั้งใจให้ดีนะครับ...ใช้เวลาไม่กี่ปี ติดตามดูแล ให้เวลา ให้ความรักกับลูก ๆ แล้ววันที่พ่อแม่จะมีความสุขที่สุดคือวันที่ลูกสำเร็จการศึกษาตามที่ตั้งเป้าหมายไว้...แล้ววันเปิดเทอมทุกเทอม แม้จะเปิดกระเป๋าเสียเงินไปเท่าใด เราก็จะไม่มีวันเสียดายอย่างแน่นอน.


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6
โครงการอบรมผู้สนใจอิสลาม วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 21.54 น.
http://www.oknation.net/blog/knowislam

เด็กๆทุกคนควรได้รับการปลูกฝังให้ใกล้ชิดกับคำสอนของศาสนาครับ...
...ขอสันติจงประสบแด่ผู้ปฎิบัติตามทางนำ
ความคิดเห็นที่ 5
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 21.41 น.
http://www.oknation.net/blog/suntawanyim

เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 3 ครับ
ภาระหนี้สินติดตัวจบมาก็ไม่ใช่ว่าจะหางานให้ทำ
กว่าจะหางานได้แทนที่จะมีเงินพอใช้ พอเหลือ
ให้พ่อแม่บ้างก็ต้องมาก้มหน้าใช้หนี้

สวัสดิการกลับคืนให้คนไทยที่เสียภาษีบ้าง
ถึงคนนั้นไม่เสียภาษีแต่การศึกษาก็สร้างคน
สร้างชาติ จบมาพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า
มีความรักและผูกพันที่รัฐส่งเสริมให้มีความรู้ฟรี
จะได้มีจิตคารวะนอบน้อมต่อแผ่นดินกันมากขึ้น
ความคิดเห็นที่ 4
hippynoi วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 21.09 น.
http://www.oknation.net/blog/kakanoi

แวะมาครับ
ความคิดเห็นที่ 3
ting วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 19.46 น.
http://www.oknation.net/blog/Germany

อยากให้รัฐช่วยประชาชนมากกว่านี้ค่ะ
ที่เยอรมันเด็กได้เรียนฟรีเพราะเขาเก็บภาษีพ่อแม่เด็ก
สิ่งที่รัฐควรตอบแทนประชาชนคือการบริการ
ปัญจัยสี่ แต่บ้านเราดูเหมือนว่าประชาชนเลี้ยงรัฐบาล
ทำงานเพื่อให้ข้าราชการได้มีเงินใช้
ทุกวันนี้ข่าวที่ออกมามีแต่เรื่องจัดเก้าอี้นั่งกัน
น่าเบื่อที่สุดค่ะอาจารย์
ความคิดเห็นที่ 2
officemom วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 19.34 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

ครอบครัวคือเสาหลักที่สำคัญที่สุดในการดูแลเด็ก
ความคิดเห็นที่ 1
ญาใจ วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 19.03 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ก็แค่อยากร้องไห้บ้างในบางครั้ง...@


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31