พิมพ์หน้านี้
|
เปิดเทอม เปิดกระเป๋า... ตอนที่ 2/2 โดย...ว่าที่ร.ต.สมโชค เฉตระการ เงินกู้เพื่อการศึกษา เป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะแบ่งเบาภาระให้พ่อแม่ได้ผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี แต่อย่าลืมว่า ถ้าขาดวินัยของการใช้เงิน เงินกู้เพื่อการศึกษาจะเป็นปมที่พ่อแม่ต้องคอยแก้ปัญหามิรู้จบ เพิ่มภาระหนี้สินอย่างต่อเนื่อง ลูกศิษย์ของผู้เขียนหลายคน ที่ใช้จ่ายเงินกู้ไม่เป็นไปตามเป้า ขาดซึ่งวินัยในการใช้เงิน ใช้เงินในทางผิด แทนที่จะนำไปใช้ทางด้านการศึกษา แต่หลงระเริงไปในทางเที่ยวเตร่เฮฮา มั่วสุมกับเพศตรงข้ามและอบายมุขทั้งหลายทั้งปวง โทรศัพท์มือถือที่เป็นปัญหาของสังคม จำเป็นต้องมีเหมือนกับเพื่อน ๆ ซึ่งสิ่งดังกล่าวแม้ว่าจะมีประโยชน์มหาศาล แต่ต้องรู้จักวิเคราะห์ตนเองว่า เราพร้อมหรือยังที่จะต้องใช้เครื่องอำนวยความสะดวกดังกล่าว ภารกิจสำคัญอะไรมากมาย และใครเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายประจำเดือน ถ้าคิดว่ากู้เงินเพื่อการศึกษามาในการสรรหาสิ่งเหล่านี้ น่าที่จะคิดผิดจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรก ที่ร้ายไปกว่านั้น พ่อแม่เองที่สร้างปัญหากับเงินกู้เพื่อการศึกษาของลูก อาศัยลูกเพื่อกู้เงิน แล้วนำเงินไปใช้ในทางที่ผิด พอลูกขอเงินที่จะนำไปใช้จ่ายเกี่ยวกับการเรียน พ่อแม่ต้องบากหน้าเพื่อขอกู้เงินดอกเบี้ยแพง ๆ มาให้ลูก ยิ่งสร้างปัญหาให้กับตนเองและครอบครัวไม่จบไม่สิ้น หาที่เรียนได้แล้ว พ่อแม่ก็อย่าเพิ่งดีอกดีใจให้มาก ปัญหาที่ตามมายังมีอีกมากมายที่เกิดขึ้นกับลูกหัวแก้วหัวแหวนเช่นปัญหาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย (หอพัก) การอยู่เป็นคู่หญิงชายในห้องเดียวกัน ปัญหาเกี่ยวกับการเดินทางไปยังโรงเรียน การคบเพื่อนใหม่ การมาเรียนไม่ทันเวลา การขาดเรียนรายวิชา การไม่เข้าร่วมกิจกรรม การมั่วสุมของวัยรุ่น การทะเลาะเบาะแว้ง การมั่วสุมกับเพศตรงข้าม การมั่วสุมยาเสพติดให้โทษ การมั่วสุ่ม ร้านเกมส์ คาราโอเกะ สถานสนุ๊กเกอร์ คอมพิวเตอร์ลามก และปัญหาอื่น ๆ ที่จะตามมา ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องรอรับและแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ผู้เขียนมีอาชีพเป็นครู ที่นอกจากการสอนตามหน้าที่หลักแล้ว ยังดูแลความประพฤติของลูกศิษย์ร่วม 3,000 คนในสถานศึกษา พบว่าปัญหาต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไว้แล้วนั้นมีทุกเรื่อง เกิดขึ้นทุกเรื่องและร่วมแก้ปัญหาทุกเรื่องเช่นเดียวกัน ซึ่งผู้เขียนจะลงรายละเอียดในตอนต่อ ๆ ไป รวมทั้งวิธีการแก้ไขปัญหาที่เป็นเชิงประจักษ์ เพื่อเป็นแนวให้พ่อแม่รู้ทางหนีทีไร่ รู้ทันลูก พูดง่าย ๆ ก็คืออย่าให้ลูกหลอกพ่อแม่ได้ ที่น่าเป็นห่วงอีกเรื่องที่จะเกิดขึ้นกับลูก ๆ หลาน ๆ ที่เป็นเด็กและเยาวชนของชาติ ถ้าเป็นคนรุ่นเก่า ๆ สมัยที่การเรียนคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ถ้าสอบได้ 50 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปถือว่าสอบได้ มีสิทธิ์เลื่อนขึ้นไปเรียนชั้นที่สูงขึ้น ถ้าได้ 49 เปอร์เซ็นต์ถือว่าตก ต้องเรียนใหม่ทุกวิชา (เรียนซ้ำชั้น) ในสมัยนั้นนักเรียนเคารพและยำเกลงครูมาก ครูสั่งให้ทำการบ้านก็ต้องทำตาม กำหนดให้ส่งเมื่อใดจะต้องส่งตามเวลาที่กำหนด ถ้าไม่ทำตามจะต้องถูกทำโทษด้วยไม้เรียวที่หน้าห้องเรียน ถ้าทำผิดต่อโรงเรียนหรือทำให้โรงเรียนได้รับความเสียหาย จะต้องถูกทำโทษด้วยไม้เรียวที่บริเวณหน้าเสาธง ต่อหน้านักเรียนทั้งโรงเรียน เรียกว่าทั้งอายทั้งเจ็บ ผู้เขียนแม้จะไม่เคยถูกทำโทษที่หน้าเสาธง แต่ที่หน้าชั้นเรียนก็นับครั้งไม่ถ้วน ถ้าจะถามว่าโกรธครูหรือไม่ ขอตอบว่าโกรธตัวเองมากกว่าที่จะโกรธครู เพราะเราไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของครู นักเรียนทุกคนรุ่นเก่า ๆ ได้ดิบได้ดี เรียกว่าเป็นเจ้าคนนายคนแทบทั้งนั้น ถ้าจะพูดเกี่ยวกับระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการและระเบียบของโรงเรียน โทษที่ระบุไว้สูงมากคือ ให้ออก ไล่ออก คัดชื่อออก เรียกว่าระเบียบดังกล่าวทำให้นักเรียนกลัวและไม่กล้าที่จะกระทำผิด เป็นการสร้างวินัยให้กับนักเรียนเป็นอย่างดี ปัจจุบันไม้เรียวถูกหักทิ้งไป ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการได้แก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติกระทรวงพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากระเบียบเดิมที่ เมื่อนักเรียนนักศึกษากระทำผิดอย่างรุนแรง นักเรียนจะต้องได้รับการพิจารณาความผิด พักการเรียน ให้ออก ไล่ออกหรือคัดชื่อออก แต่ปัจจุบันโทษดังกล่าวเปลี่ยนเป็น หากิจกรรมให้ทำเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เมื่อเด็กอ่านข้อความดังกล่าว ทุกคนต่างก็หัวเราะเยาะ ทำให้ระเบียบที่ใช้กับนักเรียนนักศึกษาในยุคที่สิทธิมนุษยชนเฟื่องฟูขาดความยำเกลง เพราะเธอออกกฎหมายเพื่อเอาใจเด็ก เอื้ออำนวยให้นักเรียนนักศึกษากระทำผิด ไม่เกลงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง สร้างนิสัยและสันดานให้นักเรียนมีความประพฤติที่ชั่วร้าย ผิดมนุษย์ ไม่เกลงกลัวแม้แต่คุกและตะราง ความผิดทะเลาะเบาะแว้ง ยกพวกตะลุมบอนฆ่ากันตาย ถ้าเด็กอายุไม่เกิน 18 ปีโทษอย่างมากแค่ส่งเข้าสถานพินิจ ประกันตัวออกมากระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า อยู่สถานพินิจนาน ๆ กลายเป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ แทนที่จะเป็นสถานที่อบรมบ่มนิสัยเพื่อให้เกิดความสำนึกในความผิด แต่กลับกลายเป็นว่าไปเข้าอบรมเพื่อเพิ่มความบ้าบิ่นจองหอง บ่มเพาะความก้าวร้าวทางด้านความประพฤติ เป็นคนเด่นของนักเลงวัยรุ่นทั่วไป จากระเบียบของสถานศึกษา ที่ต้องแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ จึงทำให้ครูขาดเครื่องไม้เครื่องมือในการอบรมบ่มนิสัยนักเรียนนักศึกษา ผู้ออกกฎหมายแนะนำว่าให้ครูสอนลูกศิษย์ด้วยเหตุด้วยผล เพราะสมัยนี้เป็นยุคใหม่ ยุคปฏิรูปการศึกษา เพราะเหตุดังกล่าวบ้านเมืองจึงวุ่นวายด้วยปัญหาของเด็กวัยรุ่นทั่วประเทศ ยากที่จะกลับมาเยี่ยวยาได้ คนออกกฎหมายไม่ได้ลงมาปฏิบัติ ส่วนคนที่มีปัญหาในการทำงานกับนักเรียนนักศึกษากลับไม่มีโอกาสในการออกกฎหมาย เมื่อพ่อแม่และผู้ปกครองได้ทราบเป็นเบื้องต้นอย่างนี้ สิ่งที่ต้องกระทำอย่างยิ่งคือ 1. ต้องติดตามพฤติกรรมของลูกหลาน อย่ามองลูกหลานของตนเองในแง่ดีอย่างเดียว อย่าโทษเพื่อนของลูก อย่าโทษครู อย่าโทษโรงเรียน ผู้ปกครองมีส่วนในการดูแลความประพฤติลูกของท่านอย่างมาก 2. หมั่นติดตามดูแลที่อยู่อาศัย (หอพัก) ของลูกหลานอย่างสม่ำเสมอ อย่าอ้างว่าไม่มีเวลาเพราะต้องหาเงินอย่างเดียว หลายคนที่เสียลูกไปชนิดที่กู่ไม่กลับเพราะคำอ้าง ควรให้ลูกอาศัยหอพักที่ขึ้นทะเบียนกับทางราชการเท่านั้น 3. พ่อแม่ต้องทราบว่าลูกหลานของตนเองเรียนกี่วันในหนึ่งสัปดาห์ แต่ละวันเข้าเรียนเวลาใดและเลิกเรียนเวลาใด นั่นคือพ่อแม่จะต้องมีตารางเรียนของลูกติดไว้ที่ผนังบ้านด้วย สังเกตและตรวจสอบตารางเรียน ในแต่ละวันลูกหลานน่าจะเดินทางกลับบ้านอย่างช้าเท่าใด 4. ตรวจสอบกระเป๋านักเรียนบ้าง คงไม่เสียมารยาท เพื่อดูว่ามีอะไรที่แปลกปลอมซ่อนอยู่ในกระเป๋าบ้างเช่นอาวุธ ยาบ้าและอื่น ๆ 5. ยานพาหนะที่เป็นรถจักรยานยนต์ อย่าให้ลูกหลานปรับเปลี่ยนแปลงรถ ผิดไปจากเดิมโดยเด็ดขาด เพราะเป็นพฤติกรรมที่ส่อไปในทางกระทำผิดกฎหมายการจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จะจับและปรับเป็นเงินตามความผิด และอาจได้รับอุบัติเหตุจนถึงแก่ชีวิต จากการหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร 6. ตรวจสอบเรื่องการใช้เงินของลูกหลานที่ผิดสังเกต หากไม่มั่นใจควรโทรศัพท์ถามครูผู้สอน และหมั่นตรวจตราเกี่ยวกับข้าวของที่มีราคาที่อยู่ในบ้านว่า ยังวางอยู่เป็นปกติหรือไม่ 7. ให้ความสนใจเพื่อนของลูก ๆ ทุกคน ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด โดยเฉพาะเพื่อนหญิง ติดตามและศึกษาข้อมูลในเบื้องลึกของแต่ละคน เพื่อทราบประวัติโดยย่อ ซึ่งสามารถติดต่อข้อมูลที่งานทะเบียนของโรงเรียน 8. สนใจหมั่นตรวจสุขภาพของลูกหลาน ริมฝีปากที่หมองคล้ำ รอยต่าง ๆ ที่บริเวณแขน ตามร่างกาย อย่าอนุญาตให้ลูกสักลายตามร่างกายโดยเด็ดขาด เพราะนั่นหมายถึงอนาคตของลูกหลาน สถานประกอบการโดยทั่วไปจะไม่รับบุคคลที่สักลายเข้าทำงาน 9. ที่สำคัญที่สุดพ่อแม่จะต้องสร้างความรักความอบอุ่นกับครอบครัว มีเวลาให้กับลูก เพื่อให้ลูกได้ปรึกษาหารือในบางเรื่อง ที่เขาไม่สามารถแก้ปัญหากับตนเองได้ อย่าให้ลูกต้องให้เพื่อนของเขาเป็นผู้แก้ปัญหา การเลี้ยงและดูแลคน ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก โดยเฉพาะคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูก เพราะลูกคือแก้วตาดวงใจของพ่อแม่ ถ้ามีเวลาดูแล และเอาใจใส่เขาอย่างดีตามสมควร ไม่ทอดทิ้งจนเกินไป สิ่งที่เขาได้รับและซึมซับเข้าภายในใจและกาย คือคุณงามความดี ถ้าในทางกลับกัน พ่อแม่อ้างแต่ว่าไม่มีเวลาเพราะต้องหาเงินเพื่อมาจุนเจือครอบครัว แต่เมื่อมาทราบภายหลัง ลูกหลานเสียผู้เสียคนแล้วแก้ไขลำบาก ในที่สุดท่านก็ต้องมานั่งเสียใจ และเมื่อถึงเวลานั้นไม่มีความจำเป็นที่ท่านจะต้องมาโอดครวญ อยากให้การเริ่มต้นของวันเปิดเทอมใหม่ เป็นวันที่มีความสุข ความปราบปลื้มใจของทุกคน ทั้งพ่อแม่ที่ได้เห็นลูกได้เลื่อนชั้นเรียนในระดับที่สูงขึ้น อยู่โรงเรียนใหม่ที่มีชื่อเสียง ส่วนลูกได้แต่งชุดใหม่ มีเพื่อนใหม่ มีครูคนใหม่ ตั้งใจให้ดีนะครับ...ใช้เวลาไม่กี่ปี ติดตามดูแล ให้เวลา ให้ความรักกับลูก ๆ แล้ววันที่พ่อแม่จะมีความสุขที่สุดคือวันที่ลูกสำเร็จการศึกษาตามที่ตั้งเป้าหมายไว้...แล้ววันเปิดเทอมทุกเทอม แม้จะเปิดกระเป๋าเสียเงินไปเท่าใด เราก็จะไม่มีวันเสียดายอย่างแน่นอน. |