พิมพ์หน้านี้
|
ประเทศไทยนับแต่มีคณะบุคคลที่เรียกตนเองว่าเป็น คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เข้าทำการยึดอำนาจการปกครอง เมื่อ 19 กันยายน 2549 ถ้อยแถลงหลายอย่างของคณะผู้ยึดอำนาจ ในช่วงทำการยึดอำนาจ บ่งบอกถึงประเทศไทยแม้จะอยู่ในช่วงแห่งการยึดอำนาจการปกครอง แต่ก็จะยังคงไว้ซึ่งรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีการให้คำมั่นสัญญาว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปและคืนอำนาจให้แก่ประชาชนอย่างไม่มีเงื่อนไข เพียงแต่อยู่ภายใต้ของเงื่อนเวลา นับว่าเป็นประเพณีของการยึดอำนาจการปกครองของไทย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญนั้นจะมีข้อดีมากกว่าข้อเสียก็ตาม จะถูกยกเลิกการใช้ทั้งฉบับ กฏหมายหลายฉบับ ที่ถือว่าเป็นกฏหมายลูกของรัฐธรรมนูญนั้น จะถูกยกเลิกตามไปด้วยโดยผลของประกาศของคณะผู้ยึดอำนาจ องค์กรต่าง ๆ ที่จัดให้มีขึ้นตามรัฐธรรมนูญ เพื่อการบริหารจัดการหรือถ่วงดุลอำนาจการบริหารจัดการ ก็จะถูกยุบไปด้วยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามยังเป็นความจำเป็นในการบริหารจัดการหลายอย่างของคณะผู้ยึดอำนาจ หลายองค์กรที่มีหน้าที่ ซึ่งถูกยุบไประหว่างการยึดอำนาจการปกครอง จึงถูกจัดตั้งขึ้นใหม่ หรือจัดตั้งขึ้นเพิ่มเติมเพื่อทำหน้าที่ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์แห่งการยึดอำนาจของผู้ยึดอำนาจ จารีตประเพณีการปกครองของไทย ที่ถือเป็นที่ยอมรับในหลักวิชา สอนกันมาแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ในวิชาว่าด้วยการเมืองการปกครอง ประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตย ทรงใช้อำนาจตุลาการทางศาล ใช้อำนาจนิติบัญญัติทางรัฐสภา และใช้อำนาจบริหารทางคณะรัฐมนตรี ส่วนอำนาจเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จของคณะผู้ยึดอำนาจ ไม่มีตำราเล่มใหนบัญญัติให้เป็นหลักวิชาที่ต้องยอมรับ และไม่ปรากฏในประวัติศาสตร์ชาติไทยนับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นต้นมา ที่พระมหากษัตริย์จะทรงยอมรับและใช้อำนาจอธิปไตยผ่านคณะบุคคลที่ได้อำนาจมาจากการยึดอำนาจ ประกาศของคณะผู้ยึดอำนาจและธรรมนูญการปกครองที่ถูกตราขึ้นโดยคณะผู้ยึดอำนาจ เพื่อนำมาใช้เป็นการชั่วคราว ระหว่างรอการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนรัฐธรรมนูญฉบับเดิมที่ถูกยกเลิก คณะผู้ยึดอำนาจถือว่ามันเป็นกฎหมายทั้งสิ้นตราบใดที่ยังไม่มีการประกาศยกเลิก ผู้ยึดอำนาจถือว่ามีความชอบธรรมในการที่จะนำมันมาใช้บังคับ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความเชื่อของคณะผู้ยึดอำนาจเท่านั้น มันไม่สามารถที่จะหาอะไรตามหลักวิชามาอ้างอิงให้ผู้อื่นยอมรับด้วยถึงความชอบธรรม มันจึงเป็นเพียงอำนาจที่บิดเบือน เป็นอำนาจที่ไม่อาจหยิบยกมาอ้างได้ว่าเป็นอำนาจที่ชอบธรรม คณะผู้ยึดอำนาจคงปฏิเสธไม่ได้และต้องยอมรับความจริงว่าสถานะและอำนาจของตนเอง มันเป็นสถานะและอำนาจที่บิดเบือนและไม่ชอบธรรม อย่างไรก็ตาม หากผู้ยึดอำนาจใช้อำนาจโดยตั้งอยู่บนหลักนิติธรรมแล้ว ก็พอที่จะให้ประชาชนยอมรับได้ และจะไม่มีผู้ใดออกมาถกเถียงหรือต่อต้านการใช้อำนาจ เพราะหลักนิติธรรมเป็นหลักตายตัว ไม่มีการผันแปรไปตามเงื่อนไขของผู้บังคับใช้หรือผู้ถูกบังคับใช้ คนทุกคนสามารถอ้างหลักนิติธรรมเพื่อประโยชน์และความผาสุกแก่ตนได้อย่างเท่าเทียมกัน เหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่เกี่ยวกับหลักนิติธรรม ที่เกิดขึ้นในประเทศที่ผ่านมา กรณีตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรที่แต่งตั้งขึ้นโดยคณะผู้ยึดอำนาจการปกครองให้ทำหน้าที่เสมือนศาล ทำการตัดสินคดียุบพรรคการเมืองข้อเท็จจริงฟังเป็นที่ยุติว่ากรรมการบริหารพรรคการเมืองทำผิดกฎหมายเลือกตั้งโทษคือการยุบพรรคการเมืองนั้น ในเมื่อข้อเท็จจริงมันเป็นเช่นนั้น การตัดสินยุบพรรคการเมืองนั้นก็สมควรแล้วด้วยหลักนิติธรรม อย่างไรก็ตาม ประเด็นลงโทษตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคนั้นทั้งหมดจำนวน 111 คน กฏหมายที่อ้างอิงในการลงโทษก็เป็นประกาศของผู้ยึดอำนาจ ซึ่งกำหนดให้สามารถใช้บังคับย้อนหลังได้ รวมตลอดถึงคณะกรรมการบริหารพรรคที่ถูกยุบบางคนไม่มีส่วนร่วมและถูกกล่าวถึงในคำวินิจฉัยเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองกำลังถูกกล่าวหา แต่ก็ได้รับผลพวงของการลงโทษนั้นด้วย ทั้งที่ไม่มีโอกาสได้แก้ต่างต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนแม้แต่น้อย จะชอบด้วยหลักนิติธรรมเช่นไร คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่ตั้งขึ้นโดยคณะผู้ยึดอำนาจ ทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการตรวจสอบ ทรัพย์สินผู้บริหารของรัฐบาลที่ตนเองยึดอำนาจมา นับแต่การแต่งตั้งรายชื่อคณะกรรมการ เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะว่าเป็นบุคคลที่เป็นปรปักษ์กับผู้ที่กำลังจะถูกตรวจสอบ ดังนั้นย่อมไม่สามารถหาความเป็นธรรมให้กับผู้ที่กำลังถูกตรวจสอบได้ อีกทั้งการมีมติให้ทำการอายัดทรัพย์ผู้ถูกตรวจสอบของคณะผู้ตรวจสอบยังมีเสียงแตกออกเป็น 2 ฝ่าย ตามหลักนิติธรรม ผู้ที่จะเป็นผู้ตัดสินอะไรใคร ต้องเป็นกลางไม่ใช่ผู้ที่กำลังเป็นปรปักษ์กัน และการตัดสินให้เป็นโทษและลงโทษต่อบุคคลนั้น ต้องปราศจากข้อสงสัยว่าผู้นั้นเป็นผู้กระทำความผิด หากยังมีข้อสงสัยอยู่ ก็ต้องยกประโยชน์แห่งข้อสงสัยนั้นให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาไป ในเมื่อผลแห่งการตัดสินมันเป็นเช่นนี้แล้วจะชอบด้วยหลักนิติธรรมเช่นไร คณะผู้ยึดอำนาจการปกครอง ถึงแม้ว่าจะยึดมั่นในหลักนิติธรรมอย่างไร มันก็ยังยากที่จะให้สายตาของชาวโลก มองว่ามีนิติธรรม คณะผู้ยึดอำนาจการปกครอง จึงจำเป็นต้องยิ่งใช้หลักนิติธรรมที่สูงกว่าหลักนิติธรรมธรรมดา เพื่อให้เป็นที่ยอมรับต่อสายตาชาวโลก เพียงแค่กรณีที่ยกตัวอย่างมา มาตรฐานนิติธรรมธรรมดา คณะผู้ยึดอำนาจปกครอง ยังไม่ปฏิบัติเลย แล้วจะมาเรียกร้องให้คนยอมรับได้อย่างไร
|
| << | มิถุนายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |