พิมพ์หน้านี้
|
ประเทศไทย นับแต่รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 มาจนถึงวันนี้ คนไทยได้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประกาศใช้มีผลตั้งแต่วันนี้ ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับคนไทย ที่คงจะสามารถบอกกับใคร ๆ เขาได้แล้วว่า ประเทศไทยมีการปกครองแบบประชาธิปไตย เหมือน ๆ กับนานาอารยประเทศ และกำลังจะมีการเลือกตั้งกันในปลายปีนี้ และเมื่อกระบวนการเลือกตั้งเสร็จ ประชาชนก็จะได้มีรัฐบาล ที่มีจากการเลือกตั้งของประชาชน ถ้ามองอย่างผิวเผินแล้ว ก็ต้องถือว่าเป็นกระบวนการคืนอำนาจให้กับประชาชน เช่นในอดืตที่ คณะ รสช เคยปฏิบัติมา แต่การคืนอำนาจให้กับประชาชนในครั้งนี้ แตกต่างกับการคืนอำนาจให้ประชาชนในสมัย รสช โดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นเอกภาพของประชาชนภายในชาติ ในช่วงภายหลังการทำรัฐประหารของคณะ รสช ประชาชนเองก็มีความแตกแยกแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย แต่ด้วยความสามารถของรัฐบาล โดยการนำของนายอนันต์ ปัญญารชุน ที่ คณะ รสช แต่งตั้งให้เข้ามาบริหารประเทศเพื่อคั่นเวลาที่จะมีการได้รัฐบาลถาวรในขณะนั้น นายอนันต์ นายกรัฐมนตรี มีความแน่วแน่ที่จะสร้างความปรองดองสมานฉันฑ์ให้เกิดขึ้นในชาติ ซึ่งภาพลักษ์และการแสดงออกในการบริหารประเทศของนายอนันต์ มุ่งไปในทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมและสร้างความสมานฉันฑ์ ไม่ปรากฏว่ามีการย่างกายเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการดำเนินการใด ๆ ที่จะเป็นการกำจัดกลุ่มอำนาจเก่าพลเอกชาติชายเอาเลย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ คณะ รสช ทำกันเอง ถึงขนาดได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่าเป็น "รัฐบาลหอยลืมเปลือก" และผลที่ได้รับประชาชนในชาติ เลิกแตกแยกทางความคิด ตั้งตารอคอยการคืนอำนาจอธิปไตย ให้กับประชาชน ด้วยความสงบ และความเป็นเอกภาพของประชาชนภายในชาตินี้เอง ผู้นำ รสช ไม่เคยรู้มาก่อน ว่าในยามที่ประชาชนภายในชาติมีความเป็นเอกภาพแล้ว ย่อมไม่มีอาวุธใด ที่จะทำลายล้างได้ การเข้ามาสืบทอดอำนาจของผู้นำ รสช ขณะนั้น ไม่ได้ปูด้วยกลีบกุลาบเหมือนสมัยพลเอกเปรม แต่เต็มไปด้วยการต่อต้านของมวลชนที่มีความคิดต่อต้านเป็นอย่างเดียวกันและอย่างเป็นเอกภาพ ในที่สุดอำนาจเผด็จการที่จะเข้าสืบทอดอำนาจ ก็ล่มสลายในที่สุด ประชาธิปไตยเต็มใบกลับคืนสู่ประชาชนในที่สุด และเป็นที่มาแห่งรัฐธรรมนูญ 2540 ในวันนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า รัฐบาลที่มาจากการแต่งตั้งของเผด็จการ คมช โดยการนำของพลเอกสรุยุทธ์ จุลานนท์ ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งปีเต็มที่เข้ามาบริหารประเทศ ไม่มีความจริงใจในการสร้างความสมานฉันฑ์ให้เกิดขึ้นในภายในชาติ หรืออาจจะไม่ใช่ไม่มีความจริงใจ แต่อาจจะไม่เข้าใจและไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรก็เป็นได้ และยังรวมถึง รัฐบาลแม้จะเป็นอีกองค์กรหนึ่งแยกต่างหากจาก คมช แต่เอาตัวเองเข้าไปสนับสนุน คมช และปล่อยปะละเลยปล่อยให้มีกการทำลายล้างกลุ่มอำนาจเก่าอย่างชัดเจน ไม่ว่าวิธีการนั้นจะชอบด้วยคุณธรรมและจริยธรรมหรือไม่ แทนที่ความสมานฉันฑ์จะเกิด กลับกลายเป็นการสร้างพลังให้กับกลุ่มอำนาจเก่า ฟื้นพลังกลับคืนมาจนเกือบจะมีพลังเทียบเท่าเดิม ประเทศผ่านมาแล้วเกือบหนึ่งปี ก็ยังคงแบ่งออกเป็นสองขั้วเช่นเดืม ภายหลังลงประชามติผลที่ออกมาอาจถึงขนาดเรียกได้ว่า ประเทศไทย ได้ถูกแบ่งออกเป็น ไทยเหนือและไทยใต้ แล้วก็ว่าได้ จุดอ่อนของประเทศไทยในวันนี้ ต้องบอกได้เลยว่า ไม่ใช่พรรคพันธมิตรฝ่ายค้านเดิมหรือกลุ่มไทยรักไทยเก่า ใครจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบในการเลือกตั้ง ใครจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง ใครจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ทั้งหมดคือผู้แพ้ ประชาชนที่สนับสนุนข้างใดข้างหนึ่งก็ตาม คือผู้แพ้ทั้งสิ้น แต่ผู้ที่ชนะคือ เผด็จการแต่เพียงผู้เดียว เพราะในสายตาเผด็จการย่อมรู้ดีว่า ประชาธิปไตยที่ให้ไป ก็เป็นเพียงของเล่นที่ให้ประชาชนยืมเล่น จะเอาคืนเมื่อไหร่ก็ทำได้ ตราบใดที่พวกประชาธิปไตยยังเป็นสองฝ่ายแบบนี้ นี่คือจุดอ่อนประเทศไทย
|
| << | สิงหาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | |||
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |