• วัติธนวิทย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wat_tanavit@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-30
  • จำนวนเรื่อง : 17
  • จำนวนผู้ชม : 6342
  • จำนวนผู้โหวต : 28
  • ส่ง msg :
เพลง " คริสตี้สัมพันธ์ "

แบบว่าโชว์ เสียงร้องเอง ว่างั้นเหอะ...อิ ! อิ !

View All
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



more
วันอาทิตย์ ที่ 27 เมษายน 2551
“ พุเตย...พุเกือบตาย ” จากคนเก่า เล่าเรื่องเที่ยว
Posted by วัติธนวิทย์ , ผู้อ่าน : 235 , 22:35:26 น.  
พิมพ์หน้านี้


เรื่อง “ พุเตย...พุเกือบตาย ”  จากคนเก่า เล่าเรื่องเที่ยว

 

          กริ๊ง...กริ๊ง...  เสียงโทรศัพท์จากคุณย่าที่จังหวัดสิงห์บุรีโทรมา ขณะที่ผมกำลังคุยอยู่กับคุณพ่อที่ร้าน ในวันที่ 7  มกราคม 2546 เวลา 19.00 น. ว่า  “ อาแฉ๋ม...( น้องสาวของคุณพ่อ ) ถูกรถชนพร้อมกับลูกเล็ก ๆ อีก 2 คน อาการสาหัสมาก แขนและขาหัก สมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรง ตอนนี้นำส่งโรงพยาบาลที่จังหวัดสิงห์บุรี “

 

          “ พ่อครับ... อาแฉ๋มจะได้ประกันมั้ยครับ “

คุณพ่อมองผมแล้วตอบด้วยสีหน้าเศร้าซึมว่า...

“ ได้ซิลูก....... ”

ย้อนหลังไปเมื่อช่วงวันปีใหม่ 2546 

 

ครอบครัวผมและเพื่อน ๆ อีก 2 ครอบครัว ถือโอกาสพักผ่อนตาม trend ที่เขานิยมกันก่อนที่จะเดินทางไปเยี่ยมเยือนญาติผู้ใหญ่    หลังจากโยนหัวแล้วออกก้อยกันเรียบร้อย ก็ตกลงกันว่าเพื่อน ๆ จะเดินทางจาก กทม. มาสมทบกันที่จ.สุพรรณ ( บ้านผ๊ม ! )  เนื่องเพราะเห็นว่าจาก กรุงเทพ ฯ ไป สุพรรณ ฯ ถนนหนทาง สะดวก ราบเรียบ ( เรียบจริง ๆ ไม่ได้โม้ ! ) เคยมีคนเปรียบเปรยว่าถ้าขับรถมาสุพรรณ ฯ ตั้งแก้วน้ำไว้ให้เต็มแก้วน้ำไม่หกเลย เอาซิ ! แล้วถ้าคุณ ๆ เดินทางมาจากไหนก็ตามถ้านั่งหลับมาในรถละก็ จะสะดุ้งตื่น !!! ทันที เมื่อเข้าเขตสุพรรณ เพราะอะไร ? รู้มั้ยครับ... เพราะว่ารถที่คุณนั่งมามันจะรู้สึกนิ่ง นั่งนุ่ม เนิ่นนาน เป็นพิเศษ ฮ่า... ฮ่า...

 

          การเดินทางจาก กทม. ถ้ามาจากถนนสายตลิ่งชัน – สุพรรณบุรี ระยะทางก็ประมาณ 110 กม. ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ( Speed 100 กม./ชม. ) ช่วงเทศกาลเดี๋ยวนี้รถอาจจะเยอะหน่อย เพราะเขามักจะใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงไปออก จ.ชัยนาทแล้วก็เดินทางขึ้นเหนือ แต่ก็สะดวกมากเพราะถนน 4 เลนตลอด เรียกว่า “ ทางใคร ทางมัน ”กระนั้นก็ยังมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ้างนะ  ส่วนใหญ่จะเป็นสาเหตุ “ หลับใน ”  ถนนดีขับเพลินไปหน่อย ว่างั้น....

 

          “ เก็บเสื้อผ้า ยัดใส่กระเป๋า..... ” ผมฮัมเพลงลูกทุ่งอย่างครึ้มใจ บอกเด็ก ๆ ว่า “ วันนี้ เราจะเข้าป่า ไปเที่ยวน้ำตกกัน ”   อย่าแปลกใจ ! นะครับ ว่า

จ.สุพรรณมีป่า มีน้ำตกด้วยเหรอ ? เพราะน้อยคนนักที่จะรู้ว่าสุพรรณมีน้ำตกด้วย แม้แต่คนสุพรรณเองก็เถอะชื่อน้ำตก “ พุกระทิง ” ครับ เป็นน้ำตกแห่งใหม่ ซึ่งสำรวจค้นพบ และเพิ่งจะบุกเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยวครับ ชื่อนี้จากคำบอกเล่าของท่านหัวหน้าป่าไม้ เห็นว่ามาจากครั้งหนึ่งมีกระทิงตกลงมาตายที่น้ำตกแห่งนี้ครับ  น้ำตกที่นี่สวยงามมาก และตกแรงมั่กส์ เพราะเป็นแอ่งน้ำบนยอดเขาที่ไหลตกลงมาจากหน้าผาซึ่งอยู่กลางระหว่างช่องเขา  อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ “ พุเตย ” อ.ด่านช้าง และป่าที่นี่ก็ไม่ได้เป็นป่าดงดิบครับ  แต่เป็นป่าผืนเดียวกับรอยต่อป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานีทอดยาวติดต่อกับผืนป่า จ.กาญจนบุรีนั่นแหละครับ 

 

          เอ่ยถึงสถานที่ “ พุเตย ”  หลาย ๆ คนอาจไม่ค่อยรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อนัก แต่ถ้าย้อนหลังไป ซักประมาณ สิบกว่าปี ประมาณ พ.ศ. 2537 หรือ 38 ( ถ้าจำมิผิด ) คงจะเคยได้ยินเรื่องเหตุการณ์เครื่องบินตกที่จัดว่าร้ายแรงที่สุดในประเทศไทยไงครับ... เมื่อครั้งสายการบิน “ เลาด้า แอร์ ”  ตกที่ป่า ต.ห้วยขมิ้น มีผู้เสียชีวิตทั้งลำหลายร้อยศพ หนึ่งในนั้นก็มี อดีต ท่าน ฯ ผู้ว่า จ.เชียงใหม่  เสียชีวิตด้วยครับ พอจะรู้จักพุเตย แล้วนะครับที่นี่ยังมีอะไร ? น่าสนใจอีกหลายอย่างที่

คุณ ๆ ไม่น่าเชื่อ และไม่คิดว่าจะมี ตามผมมาครับ.. “ เดี๊ยวจะเล่าให้ฟัง ” 

 

          ครอบครัวเพื่อน ๆ มาถึงสุพรรณ กันแล้วและก็พาชมตลาดสดริมน้ำ หาซื้อของกินเสบียงกันนิดหน่อย ในตลาดของไม่แพงหรอกครับ ยังราคาแบบชาวบ้าน ๆ อยู่ วันนี้ได้    ปูเนื้อ ปูไข่  ราคาอาจจะสูงไปซักนิด โลละ  300 กว่าบาท เห็นแม่ค้าบอกว่าช่วงเทศกาล ( หรือช่วงเทศโกย...เนี่ยแหละ ! ) และอาหารอื่นอีกนิดหน่อย เราตั้งใจไปตั้งแคมป์ทำกินกันเอง เพราะไม่แน่ใจว่าแม่ครัว สถานที่ซึ่งเราจะไปพักจะกลับบ้านไปฉลองปีใหม่กันหมดหรือเปล่า และไม่สนับสนุน หรือหวังให้ไปกินเนื้อสัตว์ป่านะครับ

 

เริ่มออกเดินทางจากตัวเมืองสุพรรณบุรี ไปถนนสายอ.ดอนเจดีย์ – อ.ด่านช้างระยะทางประมาณ  70 กม. ถนนเรียบ หรู ตลอดสองข้างทางวิว ทิวทัศน์ สวยงามแบบชาวบ้านครับ วิ่งผ่านทุ่งนาข้าว เขียวขจี มองเห็นฝูงควาย  ( สัตว์อนุรักษ์นะเนี่ย ) เด็ก ๆ ตื่นเต้นกันใหญ่ เพราะมักจะเคยเห็นแต่ในหนังสือ หรือคำบอกเล่า  ( ไม่น่าเชื่อ ! แฮะ..ว่าระยะเวลาไม่กี่สิบปี เมืองไทยเราเปลี่ยนไป๋นิ... ) ในหนังสือเรียนเดี๋ยวนี้ก็มักไม่ค่อยมีภาพควายประกอบให้ดูกันซะด้วย ไม่รู้กระทรวงศึกษาเอาไปเก็บไว้ที่ไหน ? หมดเนอะ...ผ่านดอนเจดีย์ก็อย่าลืมแวะ สักการะอนุสาวรีย์ยุทธหัตถี องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นศิริมงคลด้วยนะครับ... ทีนี้เลี้ยวซ้ายไปทาง อ.ด่านช้าง มีสถานที่เที่ยวเหมือนกันคือเขื่อนกระเสียว ( ฟังชื่อก็เสียวแล้ว...นิ ) ถ้าจำมิผิดเห็นว่าเป็นเขื่อนดินใหญ่ที่สุดหรือแห่งแรกของประเทศไงนี่แหละ...ก่อนจะถึงอ.ด่านช้างประมาณ 5 กม. เราเลี้ยวซ้ายไปกิ่งอ.องค์พระ เพื่อจะไปพุเตยกันครับ....

 

          ทางผ่านระหว่างจะไปพุเตยหากมีเวลาลองแวะซักหน่อยครับ ที่นั่นจะมีชุมชนแห่งหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านจะมีอาชีพพิเศษครับ ( ไม่ใช่ขายยา... ) คือเขาจะไปเก็บ ขุดตอไม้ รากไม้ตายซากที่ฝังดินไว้มาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง สวยงามมากครับ เป็นสินค้าโอทอปอีกแบบหนึ่ง ถามชาวบ้านแถบนั้นดูก็จะทราบนะครับ ว่าหมู่บ้านชื่ออะไร ? ( จำไม่ได้แล้วละซิ ! ) เหตุเพราะที่แห่งนี้ แต่เดิมเคยเป็นผืนป่าคงจำกันได้สมัยก่อน ( อีกนั่นแหละ ก็คนเก่าเล่าเรื่องนี่นา...) รุ่นท่านอดีตเสือใบ เสือฝ้าย เสือมเหศวร ก็ต้องบุกป่าผืนนี้หลบอาศัยอยู่กันละครับ ต่อมาก็มีการจับจองที่ดิน แผ้วถางกันทำไร่ทำนา ป่าต้นไม้ใหญ่ก็ถูกตัดไป แต่ปรากฏว่ายังมีซากตอไม้ใหญ่ ฝังในดินจำนวนมากชาวบ้านก็เลยนำมาใช้ประโยชน์โดยการขุดนำมาแปรรูป แล้วใช้ฝีมือช่างพื้นบ้านเพิ่มเติมเข้าไปอีกก็ทำให้เกิดอาชีพใหม่ขึ้นครับ

 

          จากอ.ด่านช้าง ( ถนนลาดยางตลอดสาย ดีเช่นเคยแฮะ.. ) ประมาณ 20 กม.เศษ ( เท่าไหร่ไม่รุ๊ ! )   เห็นจะได้ ผ่านกิ่งอ.องค์พระ สองข้างทางอาจเห็นบ้านสวย ๆ ไร่เกษตรใหญ่ ๆ บางทีนะ ไม่ใช่ของชาวบ้านที่นี่มาทำเกษตรหรอกนะ เห็นว่ามีนายทุนทั้งในจังหวัดท้องถิ่นใกล้ ๆ  และ กรุงเทพ ฯ มาลงทุนจับจอง บุกรุกซื้อที่ดินในราคาถูกไร่ละไม่กี่พันบาทจากชาวบ้าน ครอบครองและจ้างทำไร่ไว้ ผมคิดว่าอีกหน่อยคงจะกลายเป็นรีสอร์ตเหมือนสถานที่อื่น ๆ ละมั้งเนี่ย ! เราลัดเลาะทิวเขาก็เรื่อยมาถึง อุทยานแห่งชาติ “ พุเตย ” ครับ ที่นี่จะมีที่พักซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาพักกัน 2-3 แห่งครับคือที่อุทยาน ฯ ซึ่งขึ้นกับกรมป่าไม้จะมีท่านหัวหน้าอุทยานดูแลความเรียบร้อย เราก็จะนิยมมากางเต็นท์ ตั้งแคมป์นอนชมดาวกัน หรืออีกแห่งหนึ่งก็คือที่ สถานีบำรุงพันธ์สัตว์ ฯ  ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กันครับมีท่านหัวหน้าคือคุณพอพันธ์ ฯ ( ไม่ทราบนามสกุลซะแล้ว ) ขณะนั้นท่านควบคุมอยู่และให้ความอนุเคราะห์กับคณะครอบครัวเราเป็นอย่างมาก  ที่นี่จะมีที่พักสะดวกขึ้นมาหน่อยเพราะเป็นที่จัด ประชุม สัมนาได้ด้วย มีห้องแบบที่พักราชการ กึ่งโรงแรมละครับ เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ๆ มีห้องพัก เตียงเดี่ยว – คู่  มีเตียงต่อขึ้นไป 2 ชั้นเล็ก ๆ แบบเด็กฝรั่ง ให้พักทั้งห้องแอร์และพัดลม หรือจะตั้งแคมป์ก็ได้ เขาจะมีเต็นท์ให้เช่าราคาไม่แพงครับ  เพราะไม่ได้เป็นอาชีพเก็บเงินเป็นค่าบำรุงช่วย ๆ กัน คืนละ 2 – 300บาท ( ราคาขณะนั้นนะครับ )

 

          คณะครอบครัวพวกเราเลือกพักที่นี่กันครับ  เพราะมีเตาบาร์บีคิวแถมให้ด้วยแฮะ ! เขาใช้ถังน้ำมันขนาดเล็ก – ใหญ่ ผ่ากลาง ทำตะแกรงรองถ่านเหมือนๆ เตาปิ้งไก่ย่างงั้นแหละ เด็ก ๆ ก็เลยสนุกกันใหญ่ วันนั้นเราได้มีโอกาสโชว์ฝีมือร่วมกับแม่ครัวของสถานีซะเลย เพราะแม่ครัวใหญ่กลับบ้านปีใหม่กันหมดหัวหน้าและภรรยาท่านขอให้อยู่ช่วย 1 คนก็ขอบคุณมากแล้วครับแล้วฝีมือแม่ครัวที่นี่ขอชมว่า...ปรุงแบบชาวบ้าน แต่อร่อยเหาะครับ..... ( อร่อยแบบไหนเนี่ย ! ) 

 

ด้วยความเป็นคนช่างชิม ( แต่ไม่บ่น... )  และจำเขามา ผมมีเมนูพิเศษนำเสนอเป็นของว่าง หรือกับแกล้มก็ได้ครับ ชื่อ “ บัวหิมะทอดกรอบ ” วิธีทำ : นำเห็ดนางฟ้า หรือเห็ดอะไรก็ได้ที่ดอกใหญ่ ๆ  และกินได้นะครับ... นำมาฉีกเป็นเส้นฝอย ๆ เล็ก ๆ ยิ่งดี ( กิจกรรมร่วมของครอบครัว ) นำมาทอดในน้ำมันพืช ไฟแรงปานกลาง ทอดพอกรอบเหลืองแป๊บเดียวพอ เดี๋ยวไหม้ ! ใส่จาน เหยาะด้วย ซอสปรุงรสแม็กกี้ โรยพริกไทย กระเทียมเจียว คลุกเข้าด้วยกัน อร่อยเหิรอีกแหละครับ เด็ก ๆ ชอบมาก ไม่ต้องซื้อมันฝรั่งเลย เป็นกับแกล้มเรียกน้ำย่อยก็ Ok เนชั่นครับ.... ( ขอขอบคุณ คุณวิรัตน์ คงมาลัย น้องชายอดีตท่านผู้ว่า ฯ วิพัฒน์ คงมาลัย เจ้าของสูตรครับ )

 

          ที่สถานีบำรุงพันธ์สัตว์ แห่งนี้ เด็ก ๆ ก็จะได้ตื่นตา ตื่นใจกับ สัตว์ต่าง ๆ ซึ่งเขานำมาเลี้ยงเพาะพันธ์ไว้ เช่น นกระจอกเทศ จระเข้ หมูป่า นกยูงรำแพน ไก่ป่า ห่านฟ้า ( บอกกับเด็ก ๆ นี่ไง ! ห่าน  แหงนมอง โน่นไง  ! ฟ้า... ฮ่ะ..ฮ่ะ..) ฯลฯ บรรยากาศรอบที่พักสวยงาม สดชื่น วิ่งออกกำลังกาย ได้สบาย หน้าหนาวอากาศจะหนาวมากครับ อ้อ ! ลืมบอกไปว่าที่ พุเตย นี่จะเป็นบรรยากาศเดียวคล้าย ๆ กันกับภูกระดึงครับ เพราะหนาวบางทีก็ถึงขนาดแม่คะนิ้งเลยครับ  และเดินขึ้นไป บนเขาพุเตยก็จะมีทุ่งหญ้า กล้วยไม้ป่า มีป่าสนสามใบตลอดสองข้างทางเหมือนกันเลยครับ นับว่าเป็นเสน่ห์ อย่างหนึ่งที่น้อยคนนักจะรู้จักว่ามีอย่างนี้ด้วยเหรอ...

 

          วันรุ่งขึ้นหลังจากอาหารเช้าข้าวต้ม กาแฟ คุกกี้ ( มีบริการ ) ก็ติดต่อขึ้นรถบริการเป็นรถอีแต๋นพ่วงท้าย ( ให้คนนั่ง ) นับว่าเป็นนวัตกรรม ไอเดียเจ๋ง ! ที่หารายได้ให้ชาวบ้านที่นั่น หลังจากเครื่องมือว่างทำการเกษตรก็นำมาหารายได้ นำพานักท่องเที่ยวขึ้นไปลุยป่า เขาพุเตยกัน ( ไม่แนะนำให้นำรถขึ้นไปเอง เพราะทางชัน ถนนแคบ อาจลื่นถ้าฝนตก ) ราคาค่าจ้างโดยสารก็ไม่แพง เป็นราคาแบบชาวบ้านอีกนั่นแหละ... ที่นี่ยังมีหมู่บ้านกะเหรี่ยงกลุ่มสุดท้ายอาศัยอยู่ เลยไปอีกหน่อยเรียกว่า หมู่บ้าน “ ตะเพินคี่ ” ไปดูวัฒนธรรมเดิม ๆ ของชาวกะเหรียงที่ยังเชื่อเรื่อง จิต วิญญาณ ภูต ผีอยู่ และมีโรงเรียนอยู่ 1 โรงเคยมีเด็กเล็ก ๆ ยากจน เรียนไม่ถึง 10 คน แต่ครูก็ยังสอนให้ ครูที่ว่าก็คือเจ้าหน้าที่ป่าไม้อาสา มาช่วยสอนให้

 

โปรดติดตามต่อ ตอนที่ 2 ครับ...

 

พวกคณะเรานั่งรถพ่วง กินลม หัวส่าย ( ทางโยกเยกน่ะ ! ) ขึ้นพุเตยกันแล้วทางประมาณ 3 กิโลแต่ดูไกลแฮะ... ตีนเขาพุเตยคุณจะผ่านศาลแห่งหนึ่งซึ่งเขาสร้างไว้เป็นที่พักสิงสถิตย์ให้แก่ ดวงวิญญาณ ของผู้สูญเสียจากสาเหตุเครื่องบินตกครั้งนั้นที่ถูกนำเศษชิ้นส่วนร่างกาย ขึ้นจากหุบเหว มาวางเรียงพักศพกันเป็นร้อย ๆ ศพ...............

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
BaCon วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 17.27 น.
http://www.oknation.net/blog/countonme

บ้านพุเตย ที่ไทรโยคก็มีครับ แต่ไม่ใช่อุทยานนะ !!
ความคิดเห็นที่ 4
นายหัวไทร วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 16.17 น.
http://www.oknation.net/blog/naiman

นึกว่า โฮมพรุเตย ที่เคยไปมาก
ความคิดเห็นที่ 3
ราษีไศล วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 12.47 น.
http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang
บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ /www.banduannoi.com/ www.tourthailand.th.gs

พุเตย ที่ วิเชียรบุรี เพขรบูรณ์ ก็มีครับ ผมล่ะเข้าใจว่าที่นั่น
พุขาม พุเตย
ความคิดเห็นที่ 2
tovigo วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 11.06 น.
http://www.oknation.net/blog/ctc

ต้องไปบ้างแล้ว....พุเตย
ความคิดเห็นที่ 1
ดอกไม้บานในสวนอักษร วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 13.51 น.
http://www.oknation.net/blog/Bootsabahbun

มาแปะไว้ก่อนนะ แล้วจะเข้ามาอ่านต่อ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน