| เพลง " คริสตี้สัมพันธ์ " | ||
แบบว่าโชว์ เสียงร้องเอง ว่างั้นเหอะ...อิ ! อิ ! |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
มิติลับลี้... กุฏิสยอง จากคนเก่า เล่าเรื่องเที่ยว
จิตวิญญาณมีจริงหรือไม่ ? ถ้าจะถามเรื่องนี้กับใคร ? ก็ตามไม่ว่าต่างชาติ ศาสนา ที่อาจเคยมีโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่สิ่ง ๆ นี้ได้เคยย่างกรายเข้ามาให้ได้สัมผัสอย่างเช่นตัวข้าพเจ้าซึ่งเชื่อวาคนเหล่านั้นก็อาจเปิดใจยอมรับเฉกเช่นเดียวกันกับข้าพเจ้าอย่างแน่นอน ซึ่งจะขอเล่าเรื่องประสบการณ์ที่เคยพบนั้น คุณจะเรียกว่า ผี หรือจิตวิญญาณ บางคนอาจกล่าวว่าเป็นเพียงความรู้สึกวิตกจริตก็ตาม แต่ข้าพเจ้าคิดว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้คงจะไม่เกิดขึ้นกับคนหมู่มากทีเดียวพร้อม ๆ กันนับสิบคนที่ได้พบเหตุการณ์เดียวกัน เวลาเดียวกันกับข้าพเจ้า เพราะนี่คือเรื่องจริงจากที่เกิดขึ้นแล้วกับชีวิตผมเอง
ประมาณปี พ.ศ.2524 ขณะที่ผมกำลังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยเทคโน ฯ จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะที่ศึกษาอยู่นั้นผมมีรายได้พิเศษจากการออกร่วมกับเพื่อน ๆ แสดงดนตรี สมัยนั้นจะเรียกว่า วงชาโดว์ หรือ วงสตริง คอมโบ้ ซึ่งรับจ้างเล่นตามงานเทศกาลต่าง ๆ ทั่วไป พร้อมกับรับแสดงร่วมกับคณะรำวงด้วยในบางงานถ้าหากมีงานรำวงเข้ามาในชื่อรำวงคณะ รุ่งนภา ซึ่งเป็นของจ.อ่างทอง มีชื่อเสียงมากสมัยนั้น แต่พวกผมอยู่จ.อยุธยา ป๋าหรือโต้โผเจ้าของรำวงจะรับงานมาให้ซึ่งใช้ชื่อเดียวกันถือว่าเล่นวงในเครือ รุ่งนภา เช่นกัน วันหนึ่งป่ารับงานประจำปีของวัดแห่งหนึ่งที่ จ.นครปฐม หากจำไม่ผิดพลาดน่าจะเป็นวัดสามพราน รับงานไว้ 3 คืน ผมร่วมคณะดนตรีมีหน้าที่เป็นนักร้องนำและมีนักร้องสาวสวยอีก 1 คนคือคุณป้อม นักดนตรีและคณะสาวรำวงรวมกัน 20 กว่าชีวิต เดินทางไปถึงงาน 6 โมงเย็นกว่า ๆ แล้วใกล้จะมืดค่ำ แต่ก่อนนั้นต้องเดินทางผ่านกลางเมือง กรุงเทพ ฯ รถจะติดมาก คณะกรรมการให้เข้าไปพักที่กุฎิหลังใหญ่ท้ายวัด ดูสวยงาม เดินลึกเข้าไปอีกประมาณ 200 เมตร
ขณะที่พวกเราเดินขนสัมภาระเข้ามาบริเวณประวัดด้านใน ( เขตของสงฆ์ ) เท่านั้นเองทุกคนก็ต้องผงะกับกลิ่นเหม็นมากซากศพเน่าของคนตาย ลอยมากระทบกับจมูกทุกคนรู้สึกเหมือนกันหมด โดยเฉพาะผมซึ่งดูจะอายุน้อยกว่าเพื่อนในวง ไม่เคยพบกลิ่นที่สะอิดสะเอียนนี้มาก่อน สลับกับกลิ่นควันธูป ทุกคนถึงกับชะงักกับกลิ่นนั้นทันที เดินไปได้สักครู่เราก็คุยกันถึงกลิ่นที่ได้สัมผัส แต่ด้วยว่าเรามาถึงงานจวนจะมืดค่ำแล้ว จึงต้องต่างคนต่างรีบขนสัมภาระบางส่วนนั้นไปไว้บนกุฏิครึ่งตึก ครึ่งไม้ ยังดูไม่เก่ามากเท่าใดนัก พอก้าวขึ้นไปชั้นบนซึ่งเป็นที่พักโล่ง ๆ ไม่มีห้องกั้นใด ๆ พ้นบันไดก็พบกับพวงหรีดผ้า หรีดดอกไม้เก่า กองรวมสุมกันไว้ และพบที่นั่งไม้โยกใหม่อย่างดี 1 ตัวและมีกระปุกยา ซองยาวางไว้ที่พื้นจำนวนหนึ่ง ไม่มีใครคิดเอะใจสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เลยเพราะทุกคนได้แต่เร่งรีบที่จะต้องไปเตรียมเครื่องแต่งตัวที่เวที เวลาประมาณ 1 ทุ่มบังเอิญว่านักดนตรีมือกีต้าร์ลืมสายไฟแจ๊คเสียบ ไว้ที่สัมภาระจึงไหว้วานให้ผมพร้อมป้อมนักร้องสาวและ มล เพื่อนผู้ชายอีกคนหนึ่งเดินมาเป็นเพื่อนเพื่อไปเอาของที่กุฎิที่พัก ทางเดินผ่านจะมีกรงขังเลี้ยงสัตว์พวกหมีควาย ชะนี นก กระรอก ไว้ตามรายทางพอถึงที่พัก ป้อม เดินขึ้นบันไดนำหน้าไปก่อน ทันใดนั้นเธอต้องผงะ หงายหลังและร้องหวีดขึ้นสุดเสียง กรี๊ด ๆๆๆๆๆ เมื่อมีแมวดำตัวใหญ่กระโดดจากข้าบนผ่านบันไดลงมาทันทีที่ตัวคุณป้อม เราตกใจกันมาก เมื่อตั้งสติได้ก็ปลอบเธอ พร้อมกับขึ้นไปนำของในสัมภาระและรีบตรงกลับไปที่เวทีรำวงทันที
การแสดงคืนนั้นผ่านไปด้วยดีเลิกแสดงเวลาประมาณตี 1 เศษ พอเดินผ่านเข้าประตูวัดด้านในก็ต้องชะงักกับกลิ่นของศพเช่นเดิม แต่พอเดินผ่านมาแล้วกลับไม่มีกลิ่นใด ๆ เลย พอเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวอาบน้ำกันเสร็จก็มานั่งรวมกันทุกคนเพื่อพูดคุยถึงการแสดงที่ผ่านมา ทั้งนางรำวงและนักดนตรีโดยมีผมนั่งหันหลังให้กับหน้าต่างไม้ หลังหน้าต่างนั้นมองเห็นกิ่งไม้ของต้นมะม่วงอยู่ห่าง ๆ ราว 5 เมตร ขณะที่ทุกคนกำลังคุยถึงเรื่องซองและกระปุกยาที่วางอยู่หยอกล้อกัน ทันใดนั้น !!!! ประตูหน้าต่างก็ปิดกระแทกเสียงดังมากทันที ทำให้ทุกคนตกตะลึงอยุ่กับที่ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีลมพัดใด ๆ ทั้งสิ้น และใครจะผลักหน้าต่างก็เป็นไปไม่ได้แน่เพราะว่าหน้ต่างชั้นบนที่เราอยู่นั้นสูงกว่าพ้นดิน 3-4 เมตรทีเดียว พอสักพักหนึ่งที่เราพูดเรื่องเกี่ยวกับวัดแห่งนี้ หน้าต่างเดียวกันกับเมื่อสักครู่อีกซีกบานหนึ่ง ก็ปิดเสียงดัง ปัง !!! ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งทันที เสียงนั้นทำให้ทุกคนหวาดกลัว เลยต้องขอร้องให้แม่...ซึ่งเป็นเมียโต้โผจุดธูป บอกกล่าวจ้าวที่จ้าวทาง ว่าพวกเรามาขอพักชั่วคราวเท่านั้น และมาเพื่อช่วยเหลือหาเงินเข้าวัด ทุกคนต่างแยกย้ายหามุมนอนโดยจับกลุ่มนอนรวมกัน ถึงรุ่งเช้าก็ไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้นอีกจะมีก็แต่เพียงเพื่อนนักดนตรีมือกลองคุณจู๊ด...ซึ่งนอนร่วมในผ้าถุงเดียวกับนางรำวงที่ป็นแฟนกันนั้นนุ่งอยู่ ปรากฏว่าผ้าถุงเปียกไปด้วยน้ำปัสสาวะของแฟนตัวเองเพราะความกลัว ตอนกลางดึกจึงไม่กล้าลงไปที่ห้องน้ำข้างล่าง เล่นเอาทุกคนหัวเราะกันครืนทีเดียว
วันที่ 2 ของงานเวลาประมาณพลบค่ำ นางรำวงก็ลงไปอาบน้ำที่ห้องน้ำด้านล่างใต้ กุฎิ ที่หน้าห้องน้ำชั้นล่างจะมีซากพระพุทธรูปเก่า ปรักหักพังทิ้งไว้จำนวนมาก ขณะนั้นก็ได้ยินเสียงนางรำวงคนหนึ่งร้องหวีด !!! ขึ้นสุดเสียง พวกเรารีบวิ่งลงไปดู เธอบอกว่า มองเห็นเงาดำทะมึนเหมือนร่างคนทาบทับตรงช่องลมนั้น พวกเราไปสำรวจกันก็เป็นเพียงพื้นที่โล่งรอบบริเวณ.... หลังจากนั้นก็ขึ้นแสดงดนตรี เลิกประมาณเที่ยงคืน ก็มาที่โรงทานหรือเรียกว่า โรงครัว เพื่อทานข้าวต้มที่ทางวัดจัดเลี้ยงไว้ ขณะที่ทานข้าวอยู่นั้นแม่ครัวถามว่าพักกันที่ไหน ? พอเราตอบว่าที่กุฎิท้ายวัด เท่านั้นเองบรรดาแม่ครัวต่างตกใจ และถามว่าเจออะไร ? บ้างหรือปล่าว ? เพราะกุฏินั้นถูกปิดตายมานานหลายเดือนมากแล้ว เพราะว่ามีพระภิกษุป่วยอาพาธ มรณภาพตายมาหลายเดือนแล้ว ไม่มีใคร ? กล้าไปอยู่ แล้วเฮี๊ยนมาก ๆ มีคนพบเห็นวนเวียน และมีเหตุการณ์แปลก ๆ บ่อย ๆ ให้ลูกศิษย์ และพระในวัดพบเสมอ ๆ ส่วนหลวงพ่อจ้าวอาวาสก็จะมีแส้หางปลากระเบนไว้ประจำตัว ซึ่งหลวงพ่อดูมาก จะเอาไว้เฆี่ยนตีลูกศิษย์ที่เกเร ข้าพเจ้าได้ยินดังนั้นก็นึกถึงเรื่องที่พวกเราได้พบเมื่อคืนที่ผ่านมาจำได้ติดตา เมื่อกลับมาที่กุฎิ ทุกคนขอให้จุดธูปไหว้บอกกล่าวขอขมาอีก ก็ไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้น
คืนที่ 3 หลังจากเลิกการแสดงเวลาประมาณตี 1 เศษ พวกเราคณะรำวงขอเดินทางกลับทันที ไม่ขอค้างคืนอีกแล้วทั้งที่อ่อนเพลีย และตั้งใจไว้แต่แรกจะกลับวันรุ่งขึ้น พอกำลังจะผ่านพ้นเขตประตูวัด ท่านเชื่อหรือไม่ ? ว่า ทุกคนกลับได้พบกับกลิ่นเหม็นของซากศพลอยมาส่งให้สัมผัสอย่างแรงอีกเป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่รถแล่นออกจากวัด ทำเอาทุกคนที่อยู่ในรถต่างหันมามองหน้ากัน ส่วนตัวผมนั้นได้แต่มองหน้าคนอื่น ๆ แล้วหลับตานึกถึงเรื่องที่ผ่านมา พร้อมกับสูดกลิ่นอันชวนสยองนั้นขนลุกเกรียวทีเดียว.....
|