พิมพ์หน้านี้
|
ผมพบเธอเมื่อปีที่แล้วครับ ในฐานะครูที่ปรึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผมมีนักเรียนที่ต้องรับผิดชอบประมาณ 50 คน หลายๆคนเป็นลูกเศรษฐี บางคนเป็นลูกข้าราชการ ลูกพ่อค้าก็มี บางคนพ่อแม่หาเช้ากินค่ำ ผมสัมภาษณ์และค่อยๆทำความรู้จักเขาและเธอเหล่านั้น ภาคเรียนแรกผมก็รู้จักทุกคน เธออยู่ อพาตเมนท์ครับ ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร น่าจะพอมีพอกิน ครอบครัวชนชั้นกลาง อยู่กับลุง อายุ 80 ปี ไม่มีพ่อแม่หรือ มีครับ แต่เหมือนไม่มี เธอเล่าว่า เธอถูกทิ้งให้อยู่กับลุงคนนี้ตั้งแต่เธอเล็กๆ พ่อกับแม่เลิกกันตอนยังไม่คลอดเธอด้วยซ้ำ พ่อเป็นทหาร เกณฑ์ ก่อนไปทหารได้เสียกับแม่ของเธอ กลับมาอีกครั้งหลังจาก 4-5 เดือนผ่านไป เธอท้อง แต่เขาไม่แน่ใจว่าเป็นลูกเขาหรือเปล่า หนำซ้ำ เขากลับมากับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ที่สำคัญ แม่เธอเป็นใบ้ครับ แม่เลิกกับพ่อ แต่เธอก็ยังอยู่กับครอบครัวพ่อ จนกระทั่งคลอดเด็กผู้หญิง แม่ก็ทิ้งเธอไว้ให้ลุงแก่คนนี้แหละดูแล นั่นมันเมื่อ 17 ปีที่แล้ว ลุงเป็นอดีตนายเหมือง หอบเงินก้อนสุดท้ายกับหลานนอกใส้มาอยู่อพาตเมนท์นี้เป็นคนแรกๆ เมื่อสิบหกปีที่แล้ว ลุงเป็นอัมพฤกษ์และอีกร้อยแปดโรค เงินเก็บหมดไปนานแล้ว ลุงไม่มีรายได้ เพียงรอค่าใช้จ่ายที่พี่ของลุงจะส่งมาให้ เดือนละ 3-4 พัน พอๆกับค่าเช่าอพาตเมนท์ที่ลุงอาศัยอยู่เป็นคนแรกของที่นี่ สองคนจึงอดมื้อกินมื้ออย่างนี้มาหลายปีแล้ว พ่อแม่เธอไปไหน เธอบอกว่าก็อยู่ในเมืองนี้แหละ แต่ไม่เคยเห็นหน้าพ่อ แม่มาหาปีละไม่เกิน 2 ครัง มาพร้อมกับน้ำตาและความลับของบ้านแม่ที่บอกแต่เพียงว่าพื้นเพเป็นคนสทิงพระ เงินค่าเลี้ยงดูจากพ่อ ไม่เคยได้รับ จากแม่ก็สงสารแม่จนไม่กล้าเอ่ยปากขอ ผมค่อยๆรับทราบเรื่องราวเหล่านี้ บอกผ่านฝ่ายแนะแนวและหน่วยงานสงเคราะห์ต่างๆ จนเธอได้รับการดูแลบ้างพอสมควร เมื่อวานนี้ เธอโทรมาหาผม บอกคำแรกว่า ครูขา หนูไม่ซื้อหนังสือเรียนก่อนได้ไหม ก่อนผมตอบไปว่า ครูจะหาให้เมื่อเปิดเทอมนะ ทั้งเสื้อผ้า อาหารกลางวัน ไม่ต้องกังวล เธอไม่กล้าบอกเล่าความลำบากแก่ใคร บางครั้งบอกแล้วไม่มีใครเชื่อ อยู่อพาตเมนท์จะลำบากได้อย่างไร หลายคนตั้งข้อสงสัยโดยไม่ถามถึงที่มาที่ไป นี่คืออีกสาเหตุหนึ่งที่เธอไม่กล้าบอกใคร ผมบอกว่า เราต้องอดทนนะ ต้องหางานทำเลี้ยงตัว ไม่คอยแต่เป็นภาระคนอื่น เธอก็รับปาก เศรษฐกิจแย่ ข้าวยากหมากแพง เดือดร้อนกันทั่วหรือเปล่า ผมไม่รู้ แต่เมื่อวานเธอโทรมาหาผม คำสุดท้ายก่อนที่จะวางหูโทรศัพท์ เธอบอกผมพร้อมกับเสียงสะอื้นว่า หนูไม่มีเงินกินข้าวค่ะครู ผมจบประโยคสุดท้ายที่พูดกับเธอว่า หนูอดทนนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ ครูจะหาทางช่วย ผมกลับมานอนคิดว่าจะช่วยเธออย่างไร สถานสงเคราะห์ที่ได้ติดต่อไว้บ้างแล้วก็ไม่อาจดูแลได้มากนัก เพราะเธอต้องดูแลลุงที่ป่วยอยู่ด้วย แล้วผมจะช่วยเธออย่างไร ผมช่วยได้แค่หาอาหารกลางวัน เสื้อผ้า อุปกรณ์เล่าเรียน โดยขอบริจาคเพื่อนนักเรียนของเธอที่โรงเรียน แต่เธอน่าจะต้องได้รับการดูแลมากกว่านั้น เพื่อนเพื่อนครับ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องจริง พอๆกับที่ผมยังไม่มีทางออกว่าจะช่วยเธอได้อย่างไร ผมอยากหาผู้ใจบุญและอยากทำบุญ ช่วยอุปการะเธอ โดยมารยาท ผมบอกชื่อจริง นามสกุลจริงเธอไม่ได้ แต่ยืนยันด้วยเกียรติว่า เธอมีตัวตนอยู่จริง และกำลังอดหิวอยู่ในเมืองใหญ่ครับ ใครพอมีกำลังช่วยเหลือเด็กผู้หญิงคนนี้ได้ ฝาก อีเมล์ไว้ได้ครับ ผมจะเล่าข้อเท็จจริงให้รับทราบ นี่คือความทุกข์ของผมในวันนี้ครับ หรือกรุณาฝากเอนทรีนี้ต่อๆกันไปก็ดีครับ ขออภัยที่รบกวนและขอขอบพระคุณยิ่งครับ |
| ครู+ลูกพี่ มาช่วยเราเขียนฝัน | ||
กวีและครูที่เข้าร่วมกิจกรรมกับ ฅนเขียนฝัน มากมาย หลายคน |
||
|
View All |
||