• บ่าวไข่นุ้ย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2007-10-25
  • จำนวนเรื่อง : 116
  • จำนวนผู้ชม : 176986
  • ส่ง msg :
  • โหวต 103 คน
บ่ า ว ไ ข่ นุ้ ย + BAO - KHAI - NUI +
++ บทความที่น่าสนใจ ++ เกาะติดเรื่องราวและสิ่งที่น่าสนใจอย่างรอบด้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/sorat
วันศุกร์ ที่ 25 ธันวาคม 2552
Posted by บ่าวไข่นุ้ย , ผู้อ่าน : 1819 , 18:07:29 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มองแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2010

ภาครัฐบาลและภาคเอกชนต่างคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2010 จะขยายตัวประมาณ 3-4% แปลว่าการหดตัวที่เกิดขึ้นในปีนี้ (3%) จะตีกลับมาในปีหน้า

หรืออีกนัยหนึ่ง คือ เศรษฐกิจในปี 2010 จะกลับไปใกล้เคียงกับปี 2008 ในภาพใหญ่ (วัดจากระดับของจีดีพี) แต่จะต่างกันไปในแต่ละภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม เช่นปี 2010 หนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก (จาก 38% เป็นกว่า 50% ของจีดีพี) ดังนั้น ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าและบริการให้กับรัฐบาล ก็น่าจะฟื้นตัวได้ดีกว่าส่วนอื่นๆ เป็นต้น
 

โดยรวมแล้วการที่เศรษฐกิจจะขยายตัวเพียง 3-4% นั้น ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเพราะในอดีตเศรษฐกิจไทยสามารถขยายตัวได้ 6-7% ต่อปีอย่างต่อเนื่องในปีที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวเช่นที่คาดการณ์กันเอาไว้ในปีหน้านั้น เศรษฐกิจไทยน่าจะสามารถขยายตัวได้ 5-6% แต่ทำไมการคาดการณ์ส่วนใหญ่จึงต่ำกว่าระดับดังกล่าวอย่างมาก คำตอบคือความไม่แน่นอนว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหามาบตาพุดให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็วจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนของไทยในอุตสาหกรรมต้นน้ำ ซึ่งย่อมจะส่งผลต่อการดึงดูดการลงทุนในอนาคตในอุตสาหกรรมปลายน้ำต่างๆ และจะส่งผลเป็นตัวต่อธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ทั้งการก่อสร้าง การจ้างงาน การใช้จ่ายของประชาชน ฯลฯ
 

ในอีกด้านหนึ่ง คือ ปัญหาความแตกแยกทางการเมือง ซึ่งจะนำไปสู่ความขัดแย้งกันทั้งในสภา (การอภิปรายไม่ไว้วางใจ) และนอกสภา (การเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลของคนเสื้อแดง) ตลอดจนการจะต้องปรับ ครม. ที่ล้วนจะทำให้ขาดความชัดเจน ซึ่งจะส่งผลให้นักลงทุนต้องการเพิ่มความระมัดระวัง และชะลอการลงทุน
 

อย่างไรก็ดี ดูเสมือนว่าปัญหาต่างๆ ของไทยนั้น น่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ และหากมีปัญหายืดเยื้อก็น่าจะมีความชัดเจนตั้งแต่กลางปีเป็นต้นไป ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่าครึ่งหลังของปีหน้า จะมีความชัดเจนมากกว่าครึ่งแรกของปี ทั้งนี้ ผมมิได้ต้องการจะขัดแย้งกับคำทำนายของโหรหรือหมอดูแต่อย่างใด กล่าวคือ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยมีความเป็นไปได้มากว่าครึ่งแรกจะมีความเสี่ยงและมีความไม่แน่นอนสูงจากปัจจัยลบภายในประเทศ แต่ครึ่งหลังเหตุการณ์สามารถคลี่คลาย ทำให้บรรยากาศดีขึ้นตามลำดับ
 

ตรงกันข้ามกับเศรษฐกิจโลก ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะยิ่งมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในปี 2010 แม้ว่าจะยังต้องพึ่งพาแรงกระตุ้นจากภาครัฐ พร้อมกับนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง โดย เศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วจะกระเตื้องขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (คือ เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 3% ในขณะที่เศรษฐกิจยุโรปและญี่ปุ่นขยายตัว 1-2%) และเศรษฐกิจประเทศกำลังพัฒนาหลัก อาทิเช่น จีนและอินเดียจะขยายตัว 7-10% แต่ข้อสังเกตของผมคือ การขยายตัวดังกล่าว หากเป็นจริงก็จะทำให้เกิดเงื่อนไขในครึ่งหลังของปี ว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ จำเป็นจะต้องเริ่มผ่อนคลายลงมากน้อยเพียงใด หมายความว่า สำหรับประเทศพัฒนาแล้วที่ธนาคารกลางลดดอกเบี้ยลงใกล้ศูนย์ ก็จะต้องเริ่มปรับนโยบายเป็นขึ้นดอกเบี้ย และลดมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบ (quantitative easing) อาทิเช่น เมอร์ริล ลินช์ คาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปจะต้องปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.25% ในเดือนมิถุนายน ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐก็กำหนดว่าจะยกเลิกมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบเกือบทั้งหมด (เว้นแต่การซื้อตราสารหนี้ค้ำประกันด้วยอสังหาริมทรัพย์ค้ำมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์) ภายในครึ่งแรกของปี 2010 นอกจากนั้น ยังเห็นได้ว่าผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐ กำลังปรับขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการสะท้อนการคาดการณ์ของนักลงทุน ว่า เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้เชื่อได้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต
 

สำหรับประเทศกำลังพัฒนาหลัก อาทิเช่น จีน และอินเดีย ก็จะเห็น เศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในครึ่งแรกของปี 2010 เพราะการฟื้นตัวของการส่งออก (จากการฟื้นตัวของอุปสงค์จากประเทศพัฒนาแล้ว) ประกอบกับแรงกระตุ้นภายในประเทศที่ยังมีแรงเหวี่ยง (momentum) ต่อเนื่องจากปีนี้ แต่การขยายตัวที่ร้อนแรงดังกล่าวจะกลายเป็นความกังวลใจว่าปัญหาฟองสบู่ของราคาสินทรัพย์กำลังก่อตัวขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากประเทศจีนยังตรึงค่าเงินหยวนกับดอลลาร์ที่อัตราปัจจุบัน หมายความว่าในครึ่งหลังของปีหน้านักลงทุนอาจหันมาเป็นห่วงว่ารัฐบาลจีน (และรัฐบาลประเทศเอเชียอื่นๆ) จะต้องออกนโยบายเพื่อชะลอเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด และมาตรการดังกล่าวจะกระทบต่อตลาดหุ้นมากน้อยเพียงใด
 

ในทำนองเดียวกันในครึ่งแรกของปีหน้าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้ว จะเป็นที่พึงพอใจของนักลงทุน แต่ในครึ่งหลังของปีก็อาจมีความเห็นแบ่งกันเป็น 2 ฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งเชื่อว่าภาครัฐจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป เพราะการฟื้นตัวของภาคเอกชนยังไม่มั่นคงเพียงพอ และไม่อยากให้กลัวปัญหาเงินเฟ้อ แต่อีกฝ่ายหนึ่งจะเป็นห่วงเกี่ยวกับปัญหาเงินเฟ้อ และการใช้จ่ายเกินตัวของภาครัฐ ทั้งนี้ สิ่งที่จะเป็นเครื่องตัดสินคือข้อมูลในขณะนั้น อาทิเช่น การเร่งตัวขึ้นของเงินเฟ้อและปัญหาฟองสบู่ในราคาสินทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชีย จึงสรุปได้ว่าแนวโน้มของการลงทุนในภาพรวมของโลกจะสดใสมากในครึ่งแรกของปี แต่ความไม่แน่นอนและข้อกังวลต่างๆ น่าจะมีเพิ่มขึ้นในครึ่งหลังของปี ทั้งนี้ จะยังมีความเสี่ยงข้างเคียงอื่นๆ อาทิเช่น ปัญหาความสามารถในการชำระหนี้ของประเทศขนาดเล็ก อาทิเช่น ดูไบและกรีซ และปัญหาการกีดกันทางการค้าจากประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งเผชิญกับปัญหาการว่างงานที่รุนแรงและต่อเนื่อง โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่จะมีการเลือกตั้งในปลายปีหน้าและอังกฤษ ซึ่งนายกรัฐมนตรีน่าจะต้องประกาศยุบสภาเลือกตั้งทั่วไปในปี 2010 เช่นกัน

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/supavut/20091225/92762/มองแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี-2010.html




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ต้นหญ้าในป่าใหญ่ วันที่ : 26/12/2009 เวลา : 14.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ponder

ขอบคุณที่นำเสนอครับ.

http://www.oknation.net/blog/ponder

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 25/12/2009 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup


ขอบคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]