พิมพ์หน้านี้
|
วิทยุออนไลน์ ยั กรณีนายจิราวัฒน์ เลิศกุลอุยไพศาล อายุ 18 ปี นักเรียน ม.6 ร.ร.นาเชือกพิทยาสรรค์ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม ใช้ปืน .38 ยิงตัวตายในบ้าน โดยนายวชิระ เลิศกุลอุยไพศาล อายุ 55 ปี ผอ.ร.ร.บ้านโคกก่องโคกสูงหนองแต้ อ.นาเชือก บิดาผู้ตายออกมาระบุว่า บุตรชายเกิดความเครียดเนื่องจากเป็นเด็กเรียนเก่ง มีผลคะแนนแอดมิชชั่น 5,200 คะแนน ตั้งใจจะสอบเข้าเรียนคณะทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จึงขอสละสิทธิ์โควตามหาวิทยาลัยอื่นเพื่อไปเรียนที่ม.เกษตรฯ แต่ถึงวันประกาศผลกลับไม่มีชื่อบุตรชายติด ม.เกษตรฯ สอบถามสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ก็ไม่ได้ความชัดเจน ทำให้บุตรชายเครียดจนคิดสั้นก่อเหตุสยองขึ้นนั้น ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 15 พ.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 117 หมู่ 11 ต.ปอพาน อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม สถานที่บำเพ็ญกุศลศพของ นายจิราวัฒน์ เลิศกุลอุยไพศาล ผู้ตาย พบว่าเป็นบ้านปูน 2 ชั้น บริเวณรอบบ้านมีการตั้งเต็นท์ไว้ต้อนรับแขกที่มาร่วมงาน 2 หลัง บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงญาติและเพื่อนบ้านไม่กี่คนมาร่วมงาน แต่ละคนยังอยู่ในอาการโศกเศร้า นายวชิระ เลิศกุลอุยไพศาล บิดาผู้ตาย ให้สัมภาษณ์ ถึงสาเหตุการฆ่าตัวตายของบุตรชายว่า ยังเชื่อว่าเป็น ความเครียดที่ลูกชายไม่มีรายชื่อจากการประกาศผลแอดมิชชั่น เพราะหลังจากที่บุตรชายได้ไปขอยกเลิกโควตาที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยมหาสารคาม แล้ว ได้มาขออนุญาตตนเพื่อไปสอบแข่งขันในระบบแอดมิชชั่น เข้าคณะทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา แต่หลังจากมีการประกาศผลเมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ลูกชายได้ใช้อินเตอร์เน็ตเช็กดูก็ไม่พบรายชื่อ ทำให้เครียดมากเนื่องจากยกเลิกมหาวิทยาลัยอื่นไปหมดแล้ว ต่อมาลูกชายโทร.ไปปรึกษาลูกพี่ลูกน้องที่เรียนอยู่ ม.เกษตรฯ ก็ได้รับคำแนะนำว่าปัญหาการยกเลิกโควตานั้นเป็นปัญหาทุกปี เพราะถ้าเรื่องยกเลิกมาไม่ทันก็จะไม่มีการคิดผลคะแนนหรือเรียงคะแนนให้ จึงให้โทร. ไปสอบถามกับศูนย์แอดมิชชั่นกลาง ทางศูนย์ก็บอกว่าน้องมีที่เรียนแล้วนี่ ยังไม่เห็นมีหลักฐานการยกเลิกโควตาส่งเข้ามาเลย กระทั่งเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ลูกชายเข้ามาพูดคุยกับตน และได้โทร.ไปหาเจ้าหน้าที่ศูนย์แอดมิชชั่นกลางให้ช่วยตรวจสอบดูให้อีกครั้ง ปรากฏว่าคราวนี้เจ้าหน้าที่ของศูนย์บอกว่า เห็นเรื่องยกเลิกแล้ว แต่มันอาจจะช้าไปบ้างเพราะระบบของทางราชการมันล่าช้า คุณพ่อคงจะเข้าใจ แต่เรื่องที่ไม่มีรายชื่อไม่เป็นอะไร เพราะดูจากคะแนนแล้วสูงกว่าคณะที่ต้องการเรียน เจ้าหน้าที่คนเดิมยังบอกให้ตนพาลูกชายไปสอบสัมภาษณ์ได้เลยในวันที่ 14 พ.ค. เมื่อได้ฟังอย่างนั้นตนจึงบอกให้ลูกชายเตรียมตัวไว้ ในตอนเช้าวันที่ 13 พ.ค. จะออกเดินทาง แต่ไม่ทันได้ไปลูกชายก็มายิงตัวตายเสียก่อน โดยปืนกระบอกดังกล่าวเป็นของปู่ที่เสียชีวิตไปเมื่อ 5 ปีก่อน โดยย่าเป็นคนนำมาให้เก็บไว้ที่บ้าน ตนก็จำไม่ได้ว่าไปเก็บไว้ที่ใดจนปืนขึ้นสนิมหมดแล้ว อย่างไรก็ตาม อยากจะฝากให้เป็นอุทาหรณ์แก่ผู้ปกครองทุกท่าน ได้ ตรวจสอบและให้คำปรึกษากับบุตรหลานตลอดเวลา เพราะในการเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษานั้นมีปัญหาทุกปี ควรที่จะปรับปรุงระบบการสอบให้ดีกว่านี้ และควรคำนึงถึงเด็กให้มากกว่านี้ ส่วนศพบุตรชายจะเผาในวันเสาร์ที่ 17 พ.ค.นี้ ที่วัดโพธิ์ชัยปอพาน อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม ด้านนายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวนายจิราวัฒน์ เลิศกุลอุยไพศาล ทั้งนี้จากการ ตรวจสอบการสมัครแอดมิชชั่นของนายจิราวัฒน์พบว่า สมัครแอดมิชชั่นเมื่อวันที่ 16 เม.ย. จำนวน 4 อันดับ อันดับ 1 คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ม.เกษตรฯ อันดับ 2 คณะทรัพยากรฯ สาขาวิทยาการคอมฯ วิทยาเขตศรีราชา มก. อันดับ 3 คณะทรัพยากรฯ สาขาวิทยาการคอมฯ ภาคพิเศษ วิทยาเขตศรีราชา มก. และอันดับ 4 คณะทรัพยากรฯ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาเขตศรีราชา มก. นายสุเมธกล่าวต่อว่า เนื่องจากนายจิราวัฒน์ สมัครและสอบติดรับตรงในคณะวิทยาการสารสนเทศ ม.มหาสารคาม ดังนั้น ในการประกาศผลแอดมิชชั่นทางเว็บไซต์ สกอ. เมื่อวันที่ 5 พ.ค. จึงไม่ปรากฏชื่อนายจิราวัฒน์ ต่อมาวันที่ 6 พ.ค. ม.มหาสารคามได้แจ้งคืนสิทธินักเรียนให้กับ สกอ. 151 คน เพื่อให้ สกอ.นำคะแนนไปประมวลผลใหม่ โดยมีชื่อนายจิราวัฒน์อยู่ด้วย และในวันเดียวกัน นายจิราวัฒน์ก็ได้โทรศัพท์ร้องเรียนผ่านทางคอลเซ็นเตอร์ของ สกอ.ว่า ได้สละสิทธิรับตรงจาก ม.มหาสารคาม เพื่อมาขอใช้สิทธิแอดมิชชั่นแล้ว ซึ่งในการประมวลผลใหม่นั้น จะใช้เวลา 5 วัน คือ วันที่ 6-10 พ.ค. ในระหว่างนั้นคือ วันที่ 9 พ.ค. สกอ.ก็ได้รับการติดต่อจากนายจิราวัฒน์ เพื่อสอบถามความคืบหน้า ทางเจ้าหน้าที่แจ้งกับนายจิราวัฒน์ว่าผลประมวลยังไม่เรียบร้อย แต่ขอหมายเลขโทรศัพท์มือถือ โทรสาร อีเมล์ เพื่อติดต่อกลับทันทีที่ทราบผล จากนั้นในวันที่ 10 พ.ค. ช่วงเช้า นายจิราวัฒน์ โทร.มาสอบถามที่ สกอ.อีกหลายครั้ง จนเจ้าหน้าที่จำเสียงได้ กระทั่งช่วงบ่าย เมื่อทราบผลการประมวลรอบใหม่ นายจิราวัฒน์ก็โทร.เข้ามา เจ้าหน้าที่แจ้งให้ทราบว่าสอบติดคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มก. ซึ่งเลือกเป็นอันดับ ที่ 1 หลังจากนั้นนายจิราวัฒน์โทร.เข้ามาอีกหลายครั้งเพื่อสอบถามว่า ทำไมถึงไม่มีชื่อปรากฏอยู่บนเว็บไซต์การประกาศผลของ สกอ. ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่า การประกาศผลการคืนสิทธิเป็นกรณีพิเศษ ต้องทำอย่างรวดเร็ว และจะแจ้งให้กับเจ้าตัวทราบโดยตรงทางโทรศัพท์ จะไม่มีการขึ้นเว็บไซต์ แต่ยืนยันว่านายจิราวัฒน์สอบได้แน่นอน ขอให้เตรียมตัวไปสอบสัมภาษณ์ที่วิทยาเขตกำแพงแสน มก. ในวันที่ 14 พ.ค. พร้อมทั้งส่งโทรสารเอกสารต่างๆให้นายจิราวัฒน์ แต่นายจิราวัฒน์ก็ยังมีคำถามต่อมาว่า ต้องเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์ อย่างไร สอบสัมภาษณ์แล้วจะได้เรียนไหม ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็บอกว่า ขอให้ไปเตรียมเอกสาร แต่งตัวให้เรียบร้อย ไปให้ตรงเวลาก็พอ เมื่อถึงวันที่ 12 พ.ค. นายจิราวัฒน์โทรศัพท์มาอีกครั้งระบุว่า โทร.ไปที่ ม.เกษตรศาสตร์แล้ว แต่ทางมหาวิทยาลัยไม่ทราบเรื่อง เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าไม่ต้องห่วง เพราะจะจัดส่งเอกสารเพิ่มเติมไปให้ทาง มก.ในบ่ายวันที่ 12 พ.ค.นี้แล้ว และวันเดียวกัน พ่อของนายจิราวัฒน์ก็โทร.มาสอบถามอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่าไปสัมภาษณ์ได้แน่นอนวันที่ 14 พ.ค.นี้ พร้อมระบุด้วยว่า หากในวันที่สัมภาษณ์พบปัญหาก็ให้ติดต่อกลับมาที่เจ้าหน้าที่ สกอ.ได้ ส่วนสาเหตุที่ไม่มีการนำชื่อของนาย จิราวัฒน์ที่มีการประมวลผลรอบสองขึ้นเว็บไซต์นั้น เพราะ การคืนสิทธิครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษ มีจำนวน 130 กว่าคนที่ผ่านการแอดมิชชั่น ซึ่งทุกคนจะทราบว่าจะได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ จะไม่มีการขึ้นชื่อทางเว็บไซต์ แต่จะมีรายชื่อปรากฏอีกครั้งเมื่อผ่านการสอบสัมภาษณ์แล้ว เป็นรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา เลขาธิการ กกอ.กล่าวด้วยว่า กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ สกอ.จะต้องมาทบทวนแนวทางการประกาศผลให้ชัดเจน โดยกรณีที่มีการประกาศชื่อเพิ่มเติมก็อาจจะต้องประกาศรายชื่ออีกครั้ง แต่เป็นคนละเว็บไซต์ กับการประกาศผลครั้งแรก เพื่อเป็นการป้องกันระบบใหญ่ โดยรวม และที่ผ่านมาเมื่อมีการประมวลผลใหม่และมีผู้ผ่านเกณฑ์แอดมิชชั่นเพิ่มเติม มหาวิทยาลัยก็ยินดีที่จะรับเพิ่ม ไม่เคยเบี้ยวสักราย สำหรับกรณีนายจิราวัฒน์ ตนพยายามคิดหาคำตอบว่าปัญหาผิดพลาดอยู่ที่จุดใด แต่ก็ยังไม่พบ นายศุภมาศ พนิชศักดิ์พัฒนา รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มก. กล่าวว่า เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก ทาง มก.มาทราบข่าวนายจิราวัฒน์โดยที่ยังไม่ได้ ดำเนินการใดๆ เลย เพราะกระบวนการคัดเลือกทาง สกอ. เป็นผู้คัดเลือกให้ โดย สกอ.ได้แจ้งรายชื่อนักเรียนที่ ผ่านการคัดเลือกเพิ่มเติมเข้ามาให้เมื่อวันที่ 13 พ.ค. จำนวน 10 ราย มีชื่อของนายจิราวัฒน์รวมอยู่ด้วย เด็กกลุ่มนี้มีกำหนดสอบสัมภาษณ์ในวันที่ 14 พ.ค. แต่ก็มาเกิดเหตุขึ้นก่อน ทาง สกอ.แจ้งรายชื่อ และจำนวนเด็กเพิ่มเติมเข้ามา ทาง มก.ก็มีความยินดีที่จะตอบรับ เด็กกลุ่มนี้เข้าเรียนทันที หากนายจิราวัฒน์ได้รับแจ้งจากทาง สกอ.แล้วว่าผ่านการคัดเลือกแน่นอนก็น่าจะมาสอบสัมภาษณ์ก่อน หากมาแล้วมีปัญหาอะไรก็ค่อยมาดูกัน เพราะทางมหาวิทยาลัยต้องให้ความช่วยเหลือในการประสาน สกอ.เพื่อแก้ปัญหาอยู่แล้ว อยากฝากเด็กๆทุกคนว่า เมื่อทำสิ่งใดก็ขอให้ กระบวนการต่างๆสิ้นสุดก่อน กรณีนี้กระบวนการต่างๆ ยังไม่สิ้นสุด เสียดายที่น้องตัดสินใจเร็วไป สำหรับเด็กกลุ่มที่ สกอ.แจ้งเพิ่มเติมเข้ามาภายหลังพร้อมนายจิราวัฒน์อีก 9 คนนั้น ขณะนี้ได้เข้ามาสอบสัมภาษณ์แล้ว โดยไม่มีปัญหาใดๆ นายศุภมาศกล่าว ด้านนายบุญลือ ประเสริฐโสภา รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนายจิราวัฒน์ อย่างไรก็ตาม จากรายงานของ สกอ.ทราบว่า นายจิราวัฒน์ทราบผลการสอบแอดมิชชั่นแล้วว่าสอบได้ ดังนั้น เรื่องแอดมิชชั่นคงไม่ใช่เหตุผลเดียวที่จะทำให้นายจิราวัฒน์ฆ่าตัวตาย จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูในประเด็นอื่นๆด้วย เช่น โรคประจำตัว ความสัมพันธ์กับครอบครัวและเพื่อน ผมฝากย้ำถึงนักเรียนที่พลาดโอกาสจากแอดมิชชั่นว่า แอดมิชชั่นไม่ใช่ทางเลือกสุดท้ายของชีวิต เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น และขณะนี้ยังมีที่นั่งในสถาบันอุดมศึกษาอีกมากที่รอรับนักเรียนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน หรือมหาวิทยาลัยเปิด รมช.ศึกษาฯ กล่าว น.ส.ศศกร วิชัย นักจิตวิทยา สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นอุทาหรณ์และโอกาสที่จะสื่อให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือญาติพี่น้อง ควรจะต้องให้ความใกล้ชิด และเอาใจใส่กับบุตรหลานของตนเองให้มากขึ้น เพราะการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นอีกหนึ่งจุดของชีวิตที่สำคัญ หากได้ใครสักคนคอยพูดคุย และรับรู้ความรู้สึกของเด็ก ก็จะทำให้เด็กมีกำลังใจมากขึ้น อย่างไรก็ตามหลายคนมองว่าการพูดคุยเป็นการกดดันเด็กจึงอยู่ห่างๆ ซึ่งถือเป็นความคิดที่ผิด เพราะหากทำเช่นนี้จะกลายเป็นช่องว่างให้เด็กอยู่กับตัวเองมากเกินไป และอาจทำในสิ่งที่ไม่คาดคิดได้ สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตจะเข้ามาเป็นระยะๆ ซึ่ง การสอบแอดมิชชั่นไม่ใช่คำตัดสินของชีวิต ดังนั้น ขอให้เด็กทุกคนมีสติและคอยตั้งรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ทั้งการสมหวังและความผิดหวัง ขอให้ทุกคนมองอย่างเข้าใจว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราต้องเผชิญในชีวิต และยังมีอีกหลายสิ่งที่เราต้องก้าวเดินต่อไป น.ส.ศศกรกล่าว |
| เที่ยวอำเภอปากพนัง นครศรีฯ | ||
เที่ยวอำเภอปากพนัง นครศรีฯ |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |