• spyone
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dekmommam@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-04
  • จำนวนเรื่อง : 219
  • จำนวนผู้ชม : 40152
  • จำนวนผู้โหวต : 187
  • ส่ง msg :
if not you

if not you

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



วันพฤหัสบดี ที่ 12 มิถุนายน 2551
อันตรายในรถแท็กซี่....เตือนเพื่อนทุกคน
Posted by spyone , ผู้อ่าน : 284 , 14:50:44 น.  
พิมพ์หน้านี้


สวัสดีเพื่อน ๆ พี่ๆ ทุกคน

          ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกคน  

โดยเฉพาะผู้หญิง  หมวยมีประสบการณ์ภัยใกล้ตัว 

ที่น่ากลัวและเมื่อนึกขึ้นทีไร ก็เป็นเรื่องน่ากลัวในจิตใจทุกที  

 จึงอยากจะมาเล่าประสบการณ์ให้ได้รู้ 

และได้ระวังกัน  ในความชั่วร้ายของรถ Taxi   เรื่องมีอยู่ว่า 

          คืนวันพุธที่ 30 เม.. 2551 ที่ผ่านมา  หมวยไปยืนรอรถ taxi  

ที่หน้าสนามกีฬาแห่งชาติ (ข้าง MBK) เวลาประมาณ 4 ทุ่มกว่า ๆ   

หมวยยืนรอ taxi อยู่นานมากๆๆ แต่ก็ไม่มี taxi คันไหนไปซักคัน  

(หมวยจะไปปิ่นเกล้า) ซักพักก็มี taxi (ยี่ห้อ toyota soluna รุ่นเก่า  

สีฟ้า ถ้าจำไม่ผิด)  วิ่งมาจอดตรงหน้า  และมันก็รับหมวยขึ้นรถไป 

โดยเส้นทางที่มันพาเราไปก็คืน วิ่งตรงไปตรงสะพานยศเส  แล้วก็ 

เลี้ยวขวาผ่านตรงตลาดโบ๊เบ๊  ก็นึกในใจว่าเราเป็นผู้หญิงคนเดียวขึ้น  

taxi1 ดึก ๆ คนเดียวก็อันตรายเหมือนกันนะ (นึกถึงเรื่องที่เคยอ่าน mail  

ว่ามีคนถูก Taxiรมยาสลบ และล่าสุดน้องอุ๋ม (เพื่อนที่ทำงานปัจจุบัน 

นั่ง taxi ตอนกลางวันแล้วเจอ taxi มันเร่งเครื่องยนต์ขณะรถติดก็อาจ 

เป็นได้ว่ามันกำลังคิดการไม่ดี  น้องอุ๋มก็เลยลงรถ )  ก็เลยหยิบโทรศัพท์ 

มือถือขึ้นมาโทรหาแฟน  ก็บอกแฟนว่า "ขึ้นรถ taxi แล้วนะอีกประมาณ 

ครึ่งชั่วโมงคงถึงบ้านแล้วล่ะ" ในใจก็หันไปมอง กท รถที่เคยเห็นในรถ taxi 

ทั่วไปมีจะบอกแฟนว่าขึ้นรถ taxi กท อะไร  ก็เห็นแค่ว่า " ทพ " แต่ไม่มีเลย 

ทะเบียน  ก็เริ่มเอะใจ 1 อย่างแล้ว  แล้วในขณะที่หมวยพูดกับแฟน   

ไอ้คนขับ taxi ชั่ว มันก็เหมือนสะดุ้งตกใจ แล้วก็หันมามองเรา  ซึ่งขณะนั้น 

 taxi วิ่งผ่านตรงตลาดโบ๊เบ๊  พอรถเลี้ยวซ้ายเข้าตรง ธ.กรุงไทยสะพานขาว 

 เพื่อที่จะมุ่งหน้าตรงไปสะพานผ่านฟ้า (ราชดำเนิน)  ไอ้ taxi มันก็หันมามอง 

หมวยอีกที  แล้วมันก็หันกลับไป ทันใดนั้นมือที่มันจับที่เกียร์รถยนต์ก็เหลือแค่ 

 3 นิ้ว (กลาง นาง ก้อย) ส่วนอีก 2 นิ้ว (นิ้วชี้กับนิ้วโป้ง) มันไปกดอะไรบ้าง 

อย่างที่เป็นเหมือนช่องแอร์พิเศษที่รถ taxi คันอื่น ไม่มี (เท่าที่เคยสังเกตได้) 

แล้วมันก็เร่งแอร์ขึ้น เราเห็นพฤติกรรมมันเราก็เริ่มเตรียมตัวแล้วว่าอาจจะเกิด 

อะไรขึ้น หลังจากนั้นไม่นาน เท่าที่จำความได้ประมาณ  

1นาทีผ่านไป ก็รู้เลยว่าถูกไอ้ taxi ชั่วมันรมยาสลบแน่ๆ ความรู้แรกเลยคือ  

ความชามันเริ่มมาจากตรงท้อง ไล่มาตรงหน้าอก และสุดท้ายที่จำความรู้สึก

ได้
คืนรู้สึกหน้ามืด หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก หายใจถี่ เหมือนจะหมดสติ
 

ในทันใดแต่ก็ตั้งสติได้ก็บอกไอ้คนขับว่าให้จอดข้างหน้าเลย (ก่อนที่จะบอก 

คนขับให้จอด มือก็เปิดล็อกประตูแล้วก็ที่จะบอกมัน) 

แล้วมันก็ชะลอรถแล้วถามว่าทำไม หมวยก็บอกว่า " จอดแล้วกัน หายใจไม่ 

ออก ถ้าไม่จอดจะกระโดดลงแล้วนะ" มันก็ไม่ถึงกับจอดสนิท แต่หมวยก็ดัน 

ประตูรถออกมาแล้วก็กึ่ง ๆ กระโดดลงออกมาจากรถ   และจากสติที่ใกล้จะ 

หมดแล้วได้ยินมันพูดว่า " จะลงทำไมล่ะครับ ผมไม่ได้ทำไรคุณนะ แอร์รถ

ผมก็
เย็น" แล้วก็เหมือนได้ยินมันทวงค่า taxi ก็เลยโยนให้ 

มัน จำได้ว่า 50 บาท (ทุกคนที่ฟังเราเล่าบอกว่าไปให้มันทำไม)  ในขณะที่ 

กระโดดลงรถ  ก็ลงมานั่งยองๆ เพื่อตั้งสติ มองเห็นอีกทีก็เห็นตัวเองอยู่กลาง 

สี่แยกหลานหลวง และฝั่งตรงข้ามที่ลงมีป้อมเล็ก ๆ ที่ตอนแรกคิดว่าเป็นป้อม 

ตำรวจ ก็แข็งใจวิ่งข้ามทางม้าลายไปตรงป้อมนั้น ปรากฎว่าเป็นแค่ป้อมจราจร

ที่
ไม่ตำรวจอยู่เลย  และแล้วก็มีชายคนนึงเดินผ่านหน้า

ก็ร้องให้เค้าช่วย เค้าก็เข้ามาถามว่าเป็นอะไร  ก็เล่าเหตุการณ์ให้เค้าฟัง  

เค้าก็นั่งเฝ้าเราซักฟักจนเราเริ่มมีสติ หมวยก็กด 191 ก่อนเลยเป็นอันดับแรก  

ไม่ต้องหวังเลยค่ะว่าจะโทรติด  แต่ในขณะนั้นร่างกายอ่อนแรงมาก ๆ ผู้ชาย

คน
นั้นก็เลยบอกว่าโทรหาแฟนคุณดีกว่าไม๊ ผมจะรอเป็นเพื่อน

(จริง ๆ แล้วผู้ชาย
คนนั้นก็หน้าตาน่ากลัวเหมือนกัน)  ก็เลยโทรหาแฟน 

แฟนก็บอกให้พ่อของแฟนมารับกลับบ้าน (บ้านพ่อแฟนอยู่โบ๊เบ๊) ในระหว่าง

รอ
พ่อแฟนมารับ ผู้ชายคนนั้นเค้าก็รอเป็นเพื่อนนะ แล้วก็บอกให้หมวยไป

รอตรงที่
คนเยอะ ๆ สว่าง ๆ แต่จะบอกว่าแถวนั้นเป็นบริเวณที่เปลี่ยวมาก ๆ

เพราะเป็น
ย่านค้าขาย ทุกคนปิดบ้านหมดและเงียบสนิท ดีหน่อยก็เพราะว่า

ยังมีรถวิ่ง
พลุกพล่าน
  แต่ก็ไม่มีอะไรดีกว่าไปยืนริมถนน ก็เลยไปยืนให้ใกล้

ริมถนนที่สุด
 ซึ่งมีรถวิ่งผ่านไปมา  ในใจก็แอบกลัวผู้ชายคนที่นั่งอยู่ด้วย

พอมีสติก็เลยบอก
 เค้าว่าไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวรอพ่อมารับกลับบ้าน

แค่
15 นาทีพ่อก็มาถึงแล้ว 

ผู้ชายคนที่เค้ารอเป็นเพื่อนเค้าก็เดินจากไปแล้วก็ยืนรอดูเราอยู่ไกล  

เหมือนเค้าจะรีบไปแต่ เค้าก็ยังรอดูเราก่อนด้วยความเป็นห่วง

เราคิดไปเองว่าเค้าอาจไม่ดี 

          พ่อแฟนก็รับกลับบ้าน แล้วก็กะว่าจะพาไปแจ้งความที่ สน.นางเลิ้ง  

(พื้นที่เกิดเหตุ)แต่สภาพหมวยตอนนั้นก็แย่มาก เพราะเหลือแค่สติอันน้อยนิด  

ส่วนร่างกายหมดแรงไปเลยและในที่สุดก็ไม่ได้ไปแจ้งความ  

เพราะหมวยก็จำ กท.รถไม่ได้เลย 

          เช้าวันที่ 2 เมษายน เปิดทำงานหลังจากหยุดวันแรงงานไป 1 วัน 

ก็ได้มาเล่าเหตุการณ์ให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่ทำงานฟัง  ทุกคนลงความเห็นว่า

ให้ไป
แจ้งความ  เพราะอาจมีวงจรปิดบริเวณแถวสี่แยกก็ได้ ก็กะว่าตอนเย็น

จะไป
พอตกเย็นก็นั่งเขียนเรื่องเตือนภัยนี้กะว่าจะส่งให้เพื่อน ๆ พี่ๆ

ที่รู้จักอ่านเพื่อ
 เป็นอุทาหรณ์สอนใจ    นายที่อยู่ในห้องได้ฟังเรื่อง 

ก็เลยอาสาพาไปแจ้งความ นายบอกว่ารู้จักกับรอง ผกก. ก็เลยไปแจ้งความ 

ในเย็นวันนั้นก็เล่าเหตุการณ์ให้รอง ผกก.ท่านนั้นฟัง  ท่านก็ให้ร้อยเวรทำการ 

บันทึกประจำวันไว้ให้แล้วในขณะนั้นท่านก็เล่าให้ฟังว่ามีคนมาแจ้งความเรื่อง 

แบบนี้บ่อยในช่วงนี้  ซึ่งก็เป็น taxiที่รับผู้โดยสารจากบริเวณเดียวกัน 

ท่านก็
เห็นว่าเรื่องของหมวยน่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่น 

ท่านก็เลยต่อสายโทรศัพท์
 

ไปยัง สถานีวิทยุรายการ สวพ.91  เพื่อที่จะให้หมวยเล่าประสบการณ์ออก 

รายการวิทยุ  แต่พอดีวันนั้นฝนตกและการจราจรติดมาก ๆ เค้าไม่มีช่วง 

เวลาให้ออกรายการ  ก็เลยไม่ได้เล่า  ท่านก็เล่าว่าน่าเสียดายที่หมวยไม่ได้

ไป
แจ้งความตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ  เพราะถ้ามาแจ้งความก็อาจจะพาไป

ตรวจร่างกาย
ว่า ยาสลบที่คนร้ายใช้ เป็นยาสลบประเภทไหน

จะได้เป็นข้อมูลให้ตำรวจ
 

ต่อไป  (เพราะยาสลบที่คนร้ายใช้ หมวยรู้สึกได้เลยว่ามันเร็วมากหลังจาก

ที่มัน
เอื้อมมือไปกดยาประมาณแค่ไม่ถึง 1 นาที หมวยก็หมดแรงแล้ว

ไม่อยากคิด
ต่อเลยว่า ถ้าหมวยตัดสินใจช้ากว่านั้น ไม่ตัดสินใจที่จะ

กระโดดลงมา
 ก็คงหมดสติไปในทันใดแน่เลย) 

          ก็เลยแอบเป็นห่วงเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่รู้จัก และช่วยบอก ๆ

ต่อๆ เพื่อ
 จะได้เป็นข้อเตือนภัยให้กับคนรู้จักต่อไป  

 (เพราะที่หมวยรอดมาได้ก็เพราะจาก mail ที่ได้รับมาในทำนองนี้ 

ที่เคยได้อ่านเหมือนกัน)

          ข้อสังเกตและข้อควรระวัง 

1.     ถ้าไม่จำเป็นอย่าขึ้น taxi คนเดียว  แต่ถ้าจำเป็นโดยมิอาจ

หลีกเลี่ยงได้ ก็ให้โทรหารคนรู้จัก แล้วก็บอกเลข กท
taxi ที่

เราขึ้นให้เค้าได้รู้ 


2.     จากสถิติที่ได้นั่งคุยกับตำรวจ  ถ้าเป็น taxi เก่าก็ควรระวัง

และให้สังเกตป้ายกท. บนรถ ถ้าไม่มีให้พึงระวังว่าไม่ควรขึ้น 

3.     จากการสังเกตเอง taxi ต้องสงสัยจะมีช่องแอร์พิเศษ อยู่

บริเวณใกล้ ๆ เกียร์เพื่อเวลาเค้ากดยาแล้ว

เราจะได้ไม่ทันสังเกต

4.     ขณะนั่งรถอยู่ถ้าคนขับมีปรับเร่งแอร์ หรือเร่งเครื่องยนต์

 (ขณะที่รถติด)  ให้ตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ว่าไม่น่าไว้วางใจ


สุดท้ายหากใครได้รับ mail นี้ช่วยส่งต่อ ๆ

ให้ทุกคนที่รักและรู้จักด้วยนะคะ


เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีใครอีกกี่คนที่โชคไม่ดี

เหมือนหมวยที่รอดชีวิตมาได้

......................................

 ได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์..นำมาบอกต่อค่ะ

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 25
หมีปิศาจ วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 18.26 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ขอบคุณครับ ได้อ่านแล้วเหมือนกันครับ
ความคิดเห็นที่ 24
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 10.03 น.
http://www.oknation.net/blog/rinn

น่ากลัวจังเรยย...
ความคิดเห็นที่ 23
roselobster วันที่ : 13/06/2008 เวลา : 08.21 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
" บทกวีไม่ได้เป็นของคนแต่ง....แต่เป็นของคนที่ต้องการมันต่างหาก " 

ชีวิตในเมือง

อันตรายรอบตัว

ต้องระวังให้มากขึ้นค่ะ
ความคิดเห็นที่ 22
เมธา วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 22.39 น.
http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha

ผมเคยเจอกับตัวเหมือน แท็กซี่เก่า มันเอามือไปขยับๆ ใกล้ๆ แอร์เหมือนให้แอร์พัดกลิ่นยาสลบมาถึงเรา และมันทำบ่อยมากๆ เป็นร้อยครั้ง (กลางคืน) แต่พอดีผมรู้และไม่มีอาการอะไรก็ลองปล่อยๆ ไปจนถึงที่พัก ระหว่างทางถามว่า ขับรถมากี่ปีแล้วลุง ประโยคเดียวแล้วก็เงียบกันตลอด
แท็กซี่สมัยนี้ ไม่น่าเลย
ความคิดเห็นที่ 21
BaCon วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 21.58 น.
http://www.oknation.net/blog/countonme

... สังคมไทยอันตรายรอบด้าน ...
ความคิดเห็นที่ 20
วิตามินบี วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 21.44 น.
http://www.oknation.net/blog/babymind
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คืออาภรณ์ประดับกายที่งดงาม


น่ากลัวจัง
บางครั้งก็จำเป็นต้องนั่งแท็กซี่เหมือนกัน
เอามาเตือนๆกันแบบนี้ดีมากๆเลยค่ะ
เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าเค้ามีวิธีใหม่ในการมอมยาสลบ
ในลักษณะผ่านช่องแอร์แบบนี้
แต่สงสัยอยู่อย่างนึงว่า
ทำไมผู้โดยสารเกิดอาการมึนยา ในขณะที่แท็กซี่ไม่เป็นอะไรละคะ หรือเค้ากินยาป้องกันไว้แล้ว
ความคิดเห็นที่ 19
เจริญขวัญ วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 19.51 น.
http://www.oknation.net/blog/charoenkwan

มายืนยันด้วยตัวเองว่า เคยเจอค่ะ

ตอนนั้นก็ได้ฟอเวิดเมล์มาแบบนี้แหละ

แต่ก็ไม่คิดว่าจะเจอกันตัวเอง

วันนั้น ไปซื้อของเข้าร้านที่สำเพ็ง เอากระเป๋าลากแบบแม่ค้าไปด้วย

ตอนอยู่เมืองไทย ส่งของจากเมืองไทยไปขายที่อเมริกาค่ะ (รายได้เสริมนอกจากการทำงานหนังสือ อิอิ)

มีคนมาออเดอร์ แล้วเราจัดซื้อให้ ตามที่สั่งมา

วันนั้น ซื้อของครบแล้ว ใส่รถลากเรียบร้อย เรียกแท็กซี่ที่สำเพ็ง

บอกไปจังหวัดนนท์ พอวิ่งไปซักพัก

เห็นแท็กซี่ทำมือขึ้นๆ ลงๆ ที่ช่องแอร์ คอยเร่งแอร์

แล้วคอยมองเราจากกระจกหน้าตลอดเวลา

คือ อาการเค้าไม่เหมือนเวลาคนที่จะปรับแอร์ให้ลูกค้าน่ะค่ะ

เลยผิดสังเกต เพราะทำอยู่ตลอดเวลา แล้วสังเกตเราอยู่ตลอดเวลา

ซักพัก มึนค่ะ ง่วงและมึน จะหลับให้ได้

พอถึงหน้ารร ราชินี เลยบอก ขอลง

ไม่งั้นหลับในรถแน่ๆ

จำได้ว่า แท็กซี่ที่ขึ้นไม่ใช่แท็กซี่ใหม่ แต่เป็นกลางเก่ากลางใหม่

แสดงว่า แท็กซี่คนนี้ คงหาเหยื่อแถวนั้น
ความคิดเห็นที่ 18
นักข่าวบ้านนอก วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 19.21 น.
http://www.oknation.net/blog/opel

ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 17
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 18.54 น.
http://www.oknation.net/blog/Bhirisa
เมินอดีต มองปัจจุบัน มุ่งสู่อนาคต

ช่วงเดือนที่ผ่านมานั่งแทบทุกวัน...เพราะขาพิการอยู่น่ะ
ไม่มีทางเลือกจริง ๆ ค่ะ...แต่จะระวังมากขึ้น

วันนี้ก็ต้องนั่งกลับบ้านอีกตามเคย...

ขอบคุณสำหรับบทความและการไปเยี่ยมเยียนที่บ้านค่ะ
ความคิดเห็นที่ 16
KOPPIE วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 18.27 น.
http://www.oknation.net/blog/koppie

โชคดีจังที่ปลอดภัย
คราวหน้าระวังให้มากกว่านี้นะครับ
ความคิดเห็นที่ 15
chompoopookha วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 18.03 น.
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha

ค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 14
ญาใจ วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 17.47 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ถ้าทำแล้วฝืน ก็จงอย่าฝืนที่จะทำ...@

ขอบคุณมากค่ะที่นำมาบอกเล่า
อันตรายรอบตัวไปหมดเลย
สังคมช่วงนี้
ความคิดเห็นที่ 13
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 17.14 น.
http://www.oknation.net/blog/konhinsmile

เจ้าone น้องรัก
ก้อนหินจะเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด ภาคอีสาน หลายวันเลยนะ
ฝากดูบ้านพระธรรม ด้วยนะคะ

คิดถึงนะ
ก้อนหิน
๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๑
ความคิดเห็นที่ 12
ผักบุ้งไฟแดง วันที่ : 12/06/2008 เวลา : 17.00 น.