วันจันทร์ ที่ 17 มีนาคม 2551
คำแนะนำคู่ความในคดีแพ่ง
Posted by
หญิงเอ
,
ผู้อ่าน : 125
, 15:42:20 น.
| หมวดหมู่ :
กฎหมาย
พิมพ์หน้านี้
คำแนะนำคู่ความในคดีแพ่ง
สิทธิในการฟ้องคดีแพ่ง บุคคลมีสิทธินำคดีแพ่งขึ้นฟ้องต่อศาลจะต้องมีเหตุตามกฎหมายกำหนดไว้ 2 ประการ คือ 1. มีการโต้แย้งสิทธิ หมายถึง การกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่งกระทบกระเทือนหรือละเมิดต่อสิทธิที่พึงมีพึง ได้ตามกฎหมายของบุคคลอื่น 2. การต้องใช้สิทธิทางศาล หมายถึง กรณีที่กฎหมายกำหนดให้การกระทำบางอย่างต้องได้รับอนุญาตหรือได้รับการ รับรองจากศาลก่อน เช่น การขอเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย การขอเป็นผู้ปกครองของผู้เยาวน์ เป็นต้น กรณีเช่นนี้ ผู้ขอไม่ต้องฟ้องใครเป็นจำเลย เพียงแต่ยื่นคำร้องขอต่อศาลเท่านั้นและศาลจะนัดไต่สวนคำร้องของผู้ร้อง จึงเรียกว่าเป็น "คดีไม่มีข้อพิพาท" ส่วนคดีที่มีการโต้แย้งสิทธิและต้องฟ้องบุคคลอื่นเป็นจำเลยนั้นเรียกว่า "คดีมีข้อพิพาท"
ผู้ที่จะฟ้องคดีหรืออาจถูกฟ้องคดีได้ 1. ต้องเป็นบุคคลซึ่งอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ 2. ต้องเป็นบุคคลผู้มีความสามารถตามกฎหมาย 3. ต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีนั้น สิ่งที่ไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคล เช่นรัฐบาล กลุ่มหรือคณะบุคคล กองมรดก หน่วยราชการที่มีฐานะเป็นกอง สำนักสงฆ์ สุเหร่า อำเภอ ชมรมเป็นต้น ซึ่งไม่มีกฎหมายรองรับให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล ดังนั้น จึงไม่อาจเป็นโจทก์ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นจำเลยได้
เมื่อได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ต้องตรวจดูว่าตนเป็นจำเลยที่ถูกฟ้องหรือไม่ หากมิใช่ หรือจำเลยไม่มีชื่อที่อยู่ในภูมิลำเนาของตน ผู้ได้รับหมายดังกล่าวต้องรีบส่งคืนหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องต่อศาลที่ระบุ ไว้โดยเร็วพร้อมแจ้งเหตุดังกล่าวด้วย การยื่นคำให้การคดีทั่วไป จำเลยต้องทำคำให้การเป็นหนังสือยื่นต่อศาลภายสน 15 วัน นับแต่วันได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง คดีมโนสาเร่ เมื่อศาลออกมายเรียกไปยังจำเลยให้มาศาล และจำเลยให้การในว้นมาศาล คดีไม่มีข้อยุ่งยาก ศาลจะกำหนดระยะเวลาให้จำเลยยื่นคำให้การภายในวันใดวันหนึ่งตามที่ศาลจะเห็น สมควรกำหนดก็ได้ การนับระยะเวลายื่นคำให้การ จะเริ่มนับตั้งแต่วันที่จำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องหรือบุคคลอื่น ที่อายุเกิน 20 ปี ซึ่งอยู่หรือทำงานในบ้านหรือที่ทำงานเดียวกับจำเลยรับหมายเรียกและสำเนาคำ ฟ้องแทนจำเลย แต่หากเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ศาลปิดหมาย หรือประกาศหนังสือพิมพ์ จำเลยมีสิทธิยื่นคำให้การภายใน 30 วัน นับแต่วันปิดหมายหรือวันประกาศ
การชี้สองสถานคืออะไร การชี้สองสถานคือ การที่ศาลนัดให้คู่ความมาศาลพร้อมกันเพื่อกำหนดประเด็นข้อพิพาทและกำหนด หน้าที่นำสืบ จากนั้นศาลจะนัดวันสืบพยานต่อไป
การอุทธรณ์ฎีกา เมื่อศาลพิพากษาชี้ขาดตัดสินคดีแล้ว หากคู่ความประสงค์จะอุทธรณ์ฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลต้องยื่น อุทธรณ์ฎีกาภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาหรือวันที่มีคำสั่ง เว้นแต่คดีที่ต้องหามมิให้อุทธรณื ฎีกา
การบังคับคดี การบังคับคดี หมายถึง วิธีการที่คู่ความผู้ชนะคดีจะดำเนินการเอกแก่ผู้แพ้คดีให้ได้ผลตามคำพิพากษา โดยต้องร้องขอให้มีการบังคับคดีภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุด ขั้นตอนการบังคับคดี จะต้องมีการส่งคำบังคับให้แก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาก่อน หากลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามภายในระยะเวลาที่กำหนดเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องขอ ให้ศาลออกหมายบังคับคดีเพื่อตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ บังคับคดี ในการยึดทรัพย์นั้นจะต้องมีผู้นำยึด เจ้าพนักงานจะไปยึดเองโดยพลการไม่ได้ หากมีการนำยึดทรัพย์ผิดผู้นำยึดเป็นฝ่ายต้องรับผิดในการกระทำดังกล่าว
การขอทุเลาการบังคับคดี หรือวางหลักประกัน ถ้าจำเลยแพ้คดีในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ เมื่อได้ยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา จำเลยอาจยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีไว้ก่อนได้ แต่ศาลอาจให้จำเลยวางเงินตามคำพิพากษาหรือหาหลักประกันมาวางประกันค่าความ เสียหายที่อาจเกินขึ้นมิได้
|