พิมพ์หน้านี้
|
เป็นที่รู้กันดีว่าหญิงไทยอายุครบ 15 ปีเมื่อไร ไม่เพียงไปทำบัตรประชาชนได้เท่านั้น กฎหมายยังอัพเกรดให้กลายเป็นสาวด้วย โดยให้เปลี่ยนคำนำหน้าที่เคยเป็นเด็กหญิงว่า "นางสาว"หลังจากนั้นอาจต้องมีการเปลี่ยนอีกทีเมื่อมีสามีตามกฎหมาย โดยจะถูกเรียกขานนำหน้าชื่อเสียใหม่ให้ว่า "นาง" และยังคงเรียกเช่นนี้ตลอดไปจนขาดใจตายนั่นเลย ถ้าไม่อยากเป็น "นาง" แต่อยากมีสามี ก็มีวิธีดำรงความเป็นสาวข้างหน้าชื่อได้ด้วยการไม่จดทะเบียนสมรส แบบนี้จะเสียสาวตอนไหน ราชการก็ยังขานชื่อว่า "นางสาว" ต่อไป สตรีไทยที่ผมหงอกหรือดอกเลายังเป็นนางสาวอยู่ดูยังไงก็ไม่เข้ากับหน้าตาและอายุ ก็อาจไม่ถูกใจได้ หลายคนก็ไม่อยากให้เข้าใจว่าเธอขึ้นคานจากคำนำหน้าบ้าง ก็มีปัญหาว่าจะทำนิติกรรมอะไรต้องให้สามียินยอมทั้ง ๆ ที่หย่าไปแล้ว ก็ต้องพกใบหย่าเพื่อบอกว่าฉันเป็นโสด มันตอกย้ำทางจิตใจเกินไป หรือไม่ก็พกมรณบัตรสามีเพื่อที่จะบอกว่ามันตายไปเกิดใหม่นานแล้ว ตอนนี้คุณผู้หญิงทั้งหลายมีโอกาสและทางเลือกขึ้นมาใหม่ เพราะกฎหมายเพิ่งออกมาว่า หลังจากเป็น "นาง" กับเขาเมื่อไร ก็สามารถเปลี่ยนใจมาเป็นสาวกับเขาได้ใหม่ เพียงเพราะใจต้องการก็พอ ไม่ต้องเอาคำนำหน้าไปผูกกับคู่สมรสว่ายังมีสามีอยู่เป็นตัวตนหรือไม่ หรือเขาตายหรือหย่าร้างไป หากจะแต่งงานก็ขอเป็น "นางสาว" ต่อไป หรือหลังจากแต่งไป เกิดอยากจะกลับมาเป็น "นางสาว" ใหม่ก็ทำได้ทั้งนั้น ส่วน สาวมั่นบางคนอาจอยากเป็น "นาง" หลังจากเป็นเด็กหญิง ไม่ต้องผ่านการเป็น "นางสาว" ให้เสียเวลาก็ไม่มีข้อห้ามอะไร มีแต่เงื่อนไขทางกฎหมาย โดยเป็นกฎหมายเดิมๆ ที่มีอยู่แล้ว นั่นก็คือคุณต้องรีบมีสามีอย่างรวดเร็ว แต่กฎหมายท่านกำหนดให้วัยรุ่นแต่งงานได้แม้อายุไม่ถึง 20 ปีก็ต้องมีอายุ 17 ปีไปแล้วเท่านั้น ทั้งยังต้องการความยินยอมจากพ่อแม่ให้แต่งงานได้อีกด้วย ถ้าผ่านด่านนี้ได้ก็ผ่านฉลุย ไปใช้ "นาง" อย่างเต็มภาคภูมิ ช่วงอายุ 15-17 ปีก็ยังมีโอกาส แต่ต้องได้รับอนุญาตจากศาล หนทางจึงยาวกว่าความยินยอมพร้อมใจของคนในครอบครัวเพียงอย่างเดียว ยังไม่หมดไม่สิ้นโอกาสในการเป็น "นาง" อย่างลัดขั้นตอน หากหญิงใดอายุมากกว่า 13 ปีไปแล้ว แต่ยังไม่ทันพ้น 15 ปีก็ไปพลาดท่าได้เสียกับชายใดที่อายุไม่กิน 18 ปี โดยมีความยินยอมพร้อมใจของเด็กหญิงใจแตกหรือใจอ่อนไหวกำกับเป็นเงื่อนไขไว้ แน่นอนเรื่องนี้มีข้อหาพรากผู้เยาว์เข้ามาให้เดือดร้อนใจแก่หนุ่มวัยไม่เกิน 18 นั้นด้วย แต่ถ้าเรื่องกลายเป็นว่ามีการขอแต่งงานกันเป็นฝั่งเป็นฝา ศาลก็จะพิจารณาว่าอนุญาตดีไหม เพราะจะมีผลในเรื่องการลงโทษตามความผิดทางอาญามาผูกด้วย และถ้าศาลอนุญาตให้แต่งงานกันได้ เด็กหญิงที่ยังไม่ทันจะมีคำนำหน้าว่า "นางสาว" ตามกฎหมายก็จะกลายเป็น "นาง" ไปเพราะได้สมรสกับชายคนนั้น คุณผู้หญิงไม่ต้องใช้คำนำหน้าว่า "นางสาว" หากมีเชื้อเจ้า เป็นหม่อมหลวง หม่อมราชวงศ์ หรือถ้าไม่ชอบใจในความเป็นนางหรือนางสาวก็เอาตำแหน่งทางวิชาการมาไว้แทนคำ นำหน้านามได้ แต่ต้องมีตำแหน่งจริง ๆ ก็แล้วกัน เพียงขยันเรียนให้ ได้ดอกเตอร์ก็ดูดี หรือมีผลงานทางวิชาการจนกระทั่งได้เป็นศาสตราจารย์ หรือผู้ช่วยหรือรอง ก็เลือกได้ว่าจะใช้ รศ. ผศ. กฎหมายก็ให้ทำได้ กฎหมายทางเลือกใหม่จะเริ่มมีผลให้ใช้ได้ในวันที่ 5 มิถุนายน ตอนนั้นเราคงมี "นางสาว" มากมายน่าดู ข้อมูลจาก : นสพ. คมชัดลึก วันที่ 20 มีนาคม 2551 |
| นิติ-สารสนเทศ สัมพันธ์ 51 | ||
อบรมเข้ม 5-9 กรกฎาคม 2551 |
||
|
View All |
||
| Memory | ||
ความทรงจำที่แสนดี.. |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||