• ศรีสารภี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : risiboonsaen@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2008-04-27
  • จำนวนเรื่อง : 6
  • จำนวนผู้ชม : 1271
  • จำนวนผู้โหวต : 0
  • ส่ง msg :
พุทธจิตวิทยา
เป็น BIog ที่ศึกษาเกี่ยวกับจิตวิทยาแนวพุทธในการพัฒนาองค์กร พัฒนาบุคคล พัฒนาการเมือง เศรษฐกิจ ฯลฯ ให้มีความสุข
Permalink : http://www.oknation.net/blog/su1970
วันเสาร์ ที่ 10 พฤษภาคม 2551
พุทธจิตวิทยา ตอนที่ 6
Posted by ศรีสารภี , ผู้อ่าน : 117 , 21:19:09 น.  
พิมพ์หน้านี้


พุทธจิตวิทยา ตอนที่ 6

 

ชีวิตมนุษย์ตามแนวพุทธจิตวิทยา

                ชีวิตคือขันธ์ 5  ตามหลักพุทธธรรม ชีวิต คือ ผลรวมขององค์ประกอบ 5 ตัว หรือสิ่งของ 5 อย่าง มารวมตัวกันเข้าเรียกตามภาษาธรรมะว่า ขันธ์ 5 (The Five Aggregates)
คำว่า ขันธ์ แปลว่า หมวดหมู่   ชนิด ประเภท  อันเป็นคำในภาษาบาลี ได้แก่

                1) รูปขันธ์ กองรูป
                2) เวทนาขันธ์ กองเวทนา
                3) สัญญาขันธ์ กองสัญญา
                4) สังขารขันธ์ กองสังขาร
                5) วิญญาณขันธ์ กองวิญญาณ
องค์ประกอบของชีวิต ได้แก่ ขันธ์ 5


                ขันธ์ 5 สิ่งที่เรียกว่า ขันธ์ 5 หรือผลรวมของสิ่งของ 5 อย่างดังกล่าวแล้ว เรียกว่า ชีวิต ประกอบด้วย
                1. รูปขันธ์ (Corporeality) คือกองรูป หรือส่วนที่เป็นรูปธรรม อันหมายถึง ร่างกายและสิ่ง เกิดจากร่างกาย เช่น พฤติกรรมและคุณสมบัติต่าง ๆ   เช่น  เสียง  สี กลิ่น รส เพศ  เป็นต้น  รูปขันธ์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ มหาภูตรูป รูปใหญ่หรือรูปหลัก และอุปาทายรูป รูปอาศัยหรือรูปแฝงอยู่ในรูปใหญ่นั้น
                1.1  มหาภูตรูป ประกอบด้วยธาตุ 4 ได้แก่ 
                       ปฐวีธาตุ ธาตุดิน
                       อาโปธาตุ ธาตุน้ำ
                      วาโยธาตุ ธาตุลม
                      เตโชธาตุ ธาตุไฟ
                1.2  อุปาทายรูป มี 24 อย่าง ได้แก่
                       1.21 ปสาทรูป 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น และกาย
                      1.2.2 โคจรรูป (รูปที่เป็นอารมณ์ของอินทรีย์) 4 คือ รูป  เสียง  กลิ่น  รส
                      1.2.3 ภาวรูป (รูปที่เป็นเพศ) 2 คือ   ความเป็นหญิง (อิตถีภาวะ)   และความเป็นชาย (ปุริสภาวะ)
                      1.2.4  ชีวิตรูป หมายถึง ชีวิต (รูปที่เป็นชีวิต) 1 คือ ชีวอินทรีย์
                      1.2.5  อาหารรูป (รูปคืออาหาร) 1 คือ กวฬิงการาหาร (อาหารคือคำข้าวที่เรากินเข้าไป)
                      1.2.6  ปริจเฉทรูป (รูปกำหนดสถานที่เป็นหลัก 1 คือ อากาศธาตุ ได้แก่ ช่องว่างที่มีอากาศในร่างกาย
                       1.2.7 วิญญัติรูป (การเคลื่อนไหวเพื่อให้รู้ความหมาย) 2   คือ กายวิญญัติ (ความเคลื่อนไหวทางกาย)และวจีวิญญัติ (ความเคลื่อนไหวทางวาจา)
                       1.2.8 หทัยวัตถุ (ที่ตั้งของจิต 1)
                       1.2.9 วิการรูป (อาการที่ทำให้ผิดปกติ) 3 คือ ลหุตา (ความอ่อน) มุทุตา (ความเบา)
และกัมมัญญตา (ความควรแก่การงาน)
                       1.2.10 ลักขณรูป (อาการที่เป็นเครื่องกำหนด) 4 คือ อุปจย (การก่อตัวหรือเจริญเติบโต) สันตติ
(ความสืบต่อ) ชรตา (ความทรุดโทรม) และอนิจจตา (ความแปรปรวน)

                เมื่อรวมธาตุทั้ง 4 ซึ่งจัดเป็นมหาภูตรูป (รูปใหญ่) เมื่อนำมารวมเข้ากับอุปทายรูป (รูปอาศัย24) แล้วก็จะเป็นรูป 28 อย่างรวมรูปทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วเรียก รูปขันธ์


                2.  เวทนาขันธ์ (Feeling) คือ กองเวทนา หมายถึงส่วนที่เป็นความรู้สึกอันเกิดจากการรับรู้อารมณ์ต่าง ๆ แบ่งออกเป็น 3 ได้แก่
                2.1 สุขเวทนา รู้สึกดีใจ
                2.2 ทุกขเวทนา รู้สึกเสียใจ
                2.3 อทุกขมสุขเวทนา รู้สึกไม่เสียใจและไม่ดีใจ บางทีเรียกอุเบกขาเวทนา คือรู้สึกเฉยๆ
                3. สัญญาขันธ์ (Perception) คือ กองสังขาร หมายถึงกองแห่งความจำ ในวิถีชีวิตของคน ๆ หนึ่ง ถ้าเขาไม่มีความพิการทางสมอง ก็จะสามารถจดจำวัตถุ บุคคล และเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาทางประสาทสัมผัสได้
                3.1  รูปสัญญา ความจำรูปได้
                3.2  สัททสัญญา ความจำเสียงได้
                3.3   คันธสัญญา ความจำกลิ่น
                3.4  รสสัญญา ความจำรสได้
                3.5  โผฐัพพสัญญา ความจำสิ่งสัมผัสกายได้
                3.6   ธัมมสัญญา ความจำเรื่องราวต่าง ๆ หรือมโนภาพได้

                4. สังขารขันธ์ (Mental formation) คือ กองสังขาร หมายถึง ส่วนที่เป็นความปรุงแต่งจิตให้ดี ชั่ว หรือเป็นกลาง ๆ กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า เป็นคุณสมบัติต่าง ๆ ของจิต มีเจตนาเป็นตัวนำที่ปรุงแต่งจิตให้เป็นกุศลหรืออกุศล สังขารขันธ์แบ่งออกเป็น 3 อย่าง คือ
                4.1 ปุญญาภิสังขาร สภาวะที่ปรุงแต่งจิตดี หรือเป็นกุศล
                4.2 อปุญญาภิสังขาร สภาวะปรุงแต่งจิตชั่ว หรือเป็นอกุศล
                4.3 อเนญชาภิสังขาร สภาวะปรุงแต่งจิตไม่ดีไม่ชั่ว คือ คิดไม่ดีไม่ชั่ว
                5. วิญญาณขันธ์ (Consciousness) คือ กองแห่งความรู้ หมายถึง ความรู้แจ้งอารมณ์ต่าง ๆ ที่มากระทบเข้าทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กระทบกับอายตนะภายนอกคือ อารมณ์ต่าง ๆ ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส สิ่งสัมผัส และมโนภาพ หรือธัมมารมณ์ ก็จะเกิดความรู้ขึ้น เช่น เมื่อ   ตา  กระทบกับรูป โดยมีแสงสว่างเป็นสื่อกลางก็จะเป็นความรู้ทางตา ที่เรียกว่า จักขุวิญญาณขึ้น   วิญญาณ มีหน้าที่ 2 อย่าง คือ วิญญาณธาตุ และวิญญาณขันธ์ วิญญาณธาตุ หมายถึง ตัวรู้ คือ จิต   ส่วนวิญญาณขันธ์ หมายถึง อาการที่จิตรู้อารมณ์ต่าง ๆ วิญญาณขันธ์อาจดับได้ทั้ง ๆ ที่วิญญาณธาตุยังมีอยู่
(http://board.dserver.org/e/easydharma/00000311.html)

           

            สำหรับขันธ์  5  นี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่ผู้ศึกษาพุทธจิตวิทยาจะต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร   เพราะว่าขันธ์ 5  นี้จะเห็นปรากฏอยู่ทุกที่ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์   โดยเฉพาะตอนที่แล้วได้กล่าวถึงกฎธรรมชาติหรือนิยาม  5   มนุษย์ก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ  ซึ่งสอดคล้องกันกับที่ สุเทพ  สุวีรางกูล(มปป.) กล่าวว่าชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เป็นกระบวนการธรรมดาที่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ประกอบด้วยส่วนต่างๆ มารวมกันเกิดขึ้น เช่นเดียวกันกับ “รถ” ที่มีส่วนต่างๆ นำมาประกอบกันเกิดขึ้น แล้วเรียกกันว่า “รถ” หากแยกส่วนประกอบทั้งหมดออกจากกัน ก็จะหาตัวตนของรถไม่ได้เลย ชีวิตมนุษย์ประกอบด้วยส่วนต่างๆ อยู่ 5 ส่วน คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ทั้ง 5 ส่วนนี้ ย่อลงเป็น 2 คือ รูปกับนามหรือกายกับจิต กระบวนการชีวิตนี้เป็นกระบวนการธรรมชาติที่ยืดยาวมีการเวียนว่ายตายเกิดหลายภพหลายชาติ ด้วยอำนาจกิเลส กรรม วิบาก เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไปตามเหตุปัจจัย ความตายเป็นเพียงการยุติของกระบวนการชีวิตชั่วระยะหนึ่ง ในชีวิตหนึ่งชาติหนึ่งภพหนึ่งเท่านั้น จากนั้น กิเลส กรรม วิบากก็จะส่งผลให้ไปเกิดในชาติใหม่ภพใหม่อีกต่อๆ ไปไม่มีที่สิ้นสุด กระบวนการธรรมชาตินี้จะสิ้นสุดลงจริงๆ ก็ต่อเมื่อคนเราละความชั่วทั้งหลาย  กระทำความดีทั้งปวงให้ถึงที่สุด และประการสุดท้ายให้ละทั้งความดีและความชั่วทั้งหมด อันหมายถึง “การบรรลุพระนิพพาน” คือการไม่มีกิเลสตัณหา ดับราคะ โทสะ โมหะ ดับทุกข์หรือดับภพดับชาติ ไม่มีการเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไปในโลกทางสังคม ส่วนกระบวนการชีวิตของปุถุชนชนคนมีกิเลสทั่วไปยังต้องมีการเวียนว่ายตายเกิดไม่รู้จักจบสิ้น  เกิดในภพและชาติต่างๆ ทั้งหลาย สูงบ้างต่ำบ้าง ดีบ้างเลวบ้าง คือเกิดในนรกบ้าง เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานบ้าง เป็นเปรตบ้าง เป็นอสุรกายบ้าง เป็นมนุษย์บ้าง เป็นเทวดาบ้าง หรือเป็นพรหมบ้าง ตามแรงเหวี่ยงของกิเลส กรรม และวิบากที่ตนทำเอาไว้ กระบวนการชีวิตจะเกิดจะดับจะมีปัญหาหรือไม่มีปัญหาขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยที่อาศัยกันเกิดขึ้น

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
officemom วันที่ : 08/06/2008 เวลา : 21.15 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

มาอ่านธรรมะบ้างค่ะ

ทำบาปไปต้องมารับบุญบ้างเนอะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31