พิมพ์หน้านี้
|
ไปเชียงใหม่อีกครั้ง เดินทางไปทั่ว ขับรถ - ประสานงานกับสถานที่ต่างๆ คนเดียว เหงานิดหน่อยแต่ก็ สนุกดี รถเช่าจาก AVIS ได้เป็นโตโยต้าวีออส 1.5 ไม่ถนัดรถคันเล็กแบบนี้ แต่ตลอด 3คืน 4 วัน ที่ใช้เค้า รู้สึกว่า กลับมาคงต้องหาไว้ใช้มั่ง เพราะ ประหยัดมากเสียค่าน้ำมันไปแค่ 1200 บาท แถม พาขึ้นลงเส้นทางแม่กำปอง กิ่ง อ.แม่ออนไปๆกลับ3เที่ยวได้อย่างปลอดภัย บนเบาะข้างคนขับคือแผนที่ ปากกา กล้องถ่ายรูป และ กล้องทีวีตัวเล็ก ที่ศูนย์ข่าววาดภาพคร่าวๆให้เห็นว่าสถานที่แต่ละแห่งที่ไป อยู่ประมาณไหน ก็ขับดะไป ถามผู้คน ชาวบ้านน่ารัก ตอบเส้นทางของเราอย่างใจเย็น และย้ำให้ค่อยๆขับ เพราะเป็นทางโค้งเขา พอเห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเองว่าเรียบร้อยอย่างที่ตกลงไว้ก็ขับไปอีกที่ ทำแบบนี้จนครบทั้ง 6 แห่งทั่วเชียงใหม่ เพื่อ งานในวันที่ 12-13 ม.ค51
เช้าตรู่ 12 ม.ค 51 วันเด็กแห่งชาติ ในเมืองเชียงใหม่ต่างจัดงานวันเด็ก เด็กจะเดินทางเที่ยวสนุกไปทั่ว ไฮไลท์ที่เด็กๆชอบอีกแห่งคือ การมาดูเครื่องบิน สนามบินเชียงใหม่เช้าวันเสาร์มันแออัดแค่ไหนคุณๆพอทราบดีอยู่แล้ว ซึ่งกว่าจะนำคณะ 35 คน ออกมาเพื่อขึ้นรถตู้ต่อมันช่างวุ่นวายดีแท้ ออกมาเจอรถติดวันเด็กอีกก็ได้แต่ยิ้มขำ ขำ ทานอาหารเช้าที่ร้านฝ้าย ประตูสวนดอก แล้วก็ไปฟังบรรยายที่ สถาบันวิจัย และพัฒนาพลังงาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ช เรื่องพลังงาน รศ.ดร.อนุชา พรหมวังขวา กรุณาช่วยสั่งการประสานงานให้ การพาเพื่อนๆสื่อมวลชนจากกรุงเทพขึ้นเหนือในครั้งนี้ได้รับความกระจ่างด้านพลังงานทางเลือก - พลังงานทดแทน -พลังงานจากอะไรต่างๆที่ไม่ใช่จากน้ำมันดิบฟอสซิล และแม้แต่มูลสัตว์+อาหารที่เราทานเหลือก็ยังเอามาทำเป็น ไบโอแก๊สได้อีก อนาคตอาจนำมีเธนที่ได้จากอึของคุณเองมาหมุนมอเตอร์ทำน้ำอุ่นในห้องน้ำได้นะ เรื่องพลังงานเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก เราขับรถ แค่ น้ำมันแพง เรายังเดือดร้อน ต่อไป ถ้าน้ำมันหมดโลกล่ะ จะลำบากแค่ไหนเนอะ ไว้จะเขียนบอกในรายละเอียดแต่ละชนิดพลังงานให้ทราบต่อไปละกัน เดินทางต่อ ไปจนถึง กิ่ง อ. แม่ออน ทางไปน้ำพุร้อนสันกำแพงนั่นแหละ แต่เราตรงขึ้นเขา ทางเส้นนี้สามารถไปอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนจังหวัดลำปางได้ แต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เพราะมันวกวน ขึ้นเขาลงโค้งจนเวียนหัว รถวีออส ขับนำรถตู้ 3 คัน ไปถึงบ้านแม่กำปอง โฮมสเตย์ ( Home Stay ) ที่ชาวบ้านทุกคนเป็นนักอนุรักษ์ อยู่และจัดการธรรมชาติได้อย่างดี กำปองเป็นชื่อดอกไม้ขึ้นอยู่ริมธารน้ำตก รูปใบคล้ายๆใบชบา แต่กำปองใบหนาอวบน้ำกว่ามีขนทั้งใบ ดอกเล็กนิดเดียวสีแดงก่ำแซมเหลือง พ่อหลวงว่ามีแค่แถวนี้แหละ จึงเรียกชื่อหมู่บ้านนี้ตามๆกันไป ที่จริงจอยชอบดอกไม้อีกชนิดของที่บ้านแม่กำปองมากกว่า เป็นดอกไม้สีขาวทั้งช่อ ชาวบ้านเรียกดอกอูน สำหรับถวายพระ มันเป็นดอกเล็กๆ รูปทรงเหมือนช่อดอกเข็มที่มีตุ่มไข่มุกขาวๆน่ะ ส่วนดอกที่หอมซาบซึ้งใจที่แม่อัมพร (เจ้าของบ้านที่จอยพักอยู่ด้วย ) แกเอามาให้จอยเสียบผมวันกลับ เป็นดอกอูนป่า แบบว่าหอมฟุ้งรถ ทั้งที่มันเหี่ยวก็ยังหอมซ้า...............เสียดายที่กล้องแบตหมด อดเอารูปดอกไม้มาฝากเลย ที่มาแม่กำปองก็เพราะเรื่องพลังงานเป็นหลัก เมื่อ20 ปีก่อนชาวบ้านคิดทำไฟฟ้าจากพลังน้ำตก ทรัพยากรที่เป็นชีวิตของคนที่ไกลความสะดวกบนดอยสูงนี้ คือน้ำกับป่า คนแม่กำปองรู้จักคุณค่า จึงสร้างโรงไฟฟ้าน้อยๆด้วยหัวใจอนุรักษ์ ผลิตตามกำลังของน้ำตกให้พอใช้สำหรับดวงไฟฟ้า ให้ความสว่างได้ทุกหลัง (พอเพียง) ส่วนเครื่องไฟฟ้าฟุ่มเฟือยที่ต้องใช้ไฟฟ้าเพิ่มจากเกินความจำเป็นพื้นฐานนั้น คนแม่กำปองต้องจ่ายเงินซื้อ ด้วยการจัดการแบบสหกรณ์ ความที่ทุกคนทุกบ้านร่วมกันเป็นเจ้าของ จึงเข้าใจคุณค่าของพลังงานและหวงน้ำตกของเขายิ่งนัก จากโรงไฟฟ้าโรงแรก ก็มีโรงที่2 และ 3 และตอนนี้สหกรณ์ไฟฟ้าบ้านแม่กำปองได้ขายไฟฟ้าบางส่วนให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว !!! เก่งจริงๆเลย คนบนดอยมีทรัพยากรอยู่กับตัวยังเป็นห่วงเลย ว่าวันข้างหน้าสภาวะโลกร้อนจะทำให้น้ำตกแห้ง หรือมีเหตุการณ์ที่ทำให้มนุษย์ลำบากขึ้นจะอยู่กันอย่างไร คนเมืองซื้อมาใช้ทุกอย่าง ผลิตเองไม่ได้ซักอย่างอย่างจอย ตอบเขาไม่ได้ค่ะ แม่อัมพรทำกับข้าวมื้อเย็น 3 อย่าง มีต้มไก่ -ผัดผลฟักแม้วใส่ไข่ กับ ยำใบเมี่ยงสด ก็เอาไก่ต้มกับตะไคร้ข่าได้น้ำซุปใสๆซดชื่นใจดี ทุกคนติดใจยำใบเมี่ยงกินหมดเกลี้ยงทุกขันโตกเลย ใบเมี่ยงคือใบชาแก่ อาหารสดจากป่ามันหวานอร่อย ไม่ปรุงอะไรมากมาย ทำง่ายๆ ทำให้ได้สารอาหารมากกว่า แกงถุง -อาหารกล่อง ทั้งหลายแหล่ ขันโตกนี้ทำให้ ออฟ นันทสิทธิ์ นิตย์เมธากินข้าว2จานพูน คืนนี้วงสนทนาชาวเรา กับ พ่อหลวงคุยกันอย่างออกรส ดื่มแก้หนาวหมดเหล้า 2 ขวดก็ยังสู้ลมแรงเย็นวาบๆไม่ได้ ตีหนึ่งที่ 9 องศา ความที่มอมมาทั้งวันยังไงก็ต้องอาบน้ำ จอยเห็นควันลอยออกมาจากตัวด้วย ตัวเราอุ่นเจอน้ำที่ขังไว้ในโอ่ง วิญญาณลอยออกมาเลย555 เข้านอนบนฟูก ปูบนไม้กระดานบ้านนั่นแหละ เสียงลมพัดอู้ผ่านร่องกระดานทำให้ นอนหลับๆตื่น แล้วอีกพักก็ตื่นจริงๆ เพราะแม่แกก่อฟืนหุงข้าว (ใช้ไม้สนท่อนเดียวต้มน้ำ หุงข้าว ทอดไข่ ) เราจะไปตักบารตกัน จอยอาสาช่วยแม่ตำน้ำพริกเป็นอาหารเช้า เจ้าอาวาสให้ศีลให้พรแล้วก็กลับมาทานข้าวเช้า เมนู คือผลฟักแม้วต้มกับน้ำพริก ไข่เจียวไม่ฟูแต่อร่อยมากแคบหมูติดมัน จอยกินข้าวนึ่งไป 3 ก้อนใหญ่ๆ อาหารง่ายๆ ที่ปรุงอย่างจริงใจที่สดขนาดนี้กินยังไงก็อร่อยค่ะ สุขที่สุดกับชีวิตง่าย ง่าย และความรู้เรื่องพลังงานที่แทรกอยู่ในวิถีชุมชน กลับลงมาได้แต่เป็นห่วงแม่กำปองเพราะเห็นมี รีสอรท์หลังใหญ่สวยทันสมัยแอบแทรกอยู่อย่างกลมกลืนกับโฮมสเตย์ชาวบ้าน ห่วงว่าความง่ายงามจากบ้านหลังเล็กที่ฉันสัมผัส จะหมดลง แล้วกลับกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไร้คุณค่าทางใจชนิด แค่มีเงินก็แวะมาพักได้ไม่ใช่มาเพราะรักและคิดถึงพ่อ-แม่ที่เคยให้พักให้เป็นครอบครัว อย่างที่จอยรู้สึกกับแม่อัมพร มาทำงานครั้งนี้ศุนันทวดีจึงมีครอบครัวอบอุ่นเป็นของขวัญชีวิตอีกด้วย
|
| อีกวัน | ||
ทำไปเถะทุกอย่างที่อยากทำน่ะ |
||
|
View All |
||
| << | มกราคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||