พิมพ์หน้านี้
|
เรื่องก่อนหน้าได้สร้างความลำบากให้เพื่อนๆที่แวะเข้ามาอ่าน เพราะอักษรตัวเล็ก หุ หุ แค่ทดสอบว่ารักกันจริงหรือเปล่า เท่านั้นเอ๊งค่า แหม...ชื่นใจที่มิตรรักสหายเนชั่นบล็อกของเรา อ่านไปด่า(ในใจ)ไป จนได้ ..comment มากระบุงโกย ทีหลังจะไม่ทำอีกละกัน วันนี้เก็บเรื่องจากสุพรรณ บรรหารบุรี มาเล่าสู่กันฟังค่ะ
บ่ายวันเสาร์ 2 ก.พ 51 หลังจากไปบ้านลุงทองเหมาะ มาก็เอารถบัสเนชั่นมาจอด ที่นี่ ทำเอาตลาดศรีประจันต์เกือบวุ่น แหะๆๆ รถคันใหญ่ในตลาด ที่ท้องถิ่น เขายังไม่ได้เตรียมสถานที่ให้นักท่องเที่ยว ความที่ถนนแคบและเราก็ไม่รู้จะเอารถจอดตรงไหนดี ทุลักทุเล ก็แบบว่าทัวร์ลงตอนตลาดเกือบวาย น่ะ เรือนไม้ 2 ชั้น ที่ปลูก ขนานลำน้ำท่าจีน และ ขยายบางส่วนให้เชื่อมถึงกันตลอด ทำให้ยามมีแดด หรือ ฝน หลังคาเดียวกันนี้ จะไม่ทำให้คนเดินตลาดเปียก และ หลบร้อนแดดได้ บ้างก็ปิดร้านไม่ขายอะไรแล้ว เค้าว่าย้ายไปอยู่บ้านเดี่ยวหลังโก้ในเมือง ร้านที่เปิดขายกันในวันนี้ มีของที่น่าทึ่งสำหรับจอยหลายอย่าง ฟูกแบบโบราณ หรือที่นอนยัดนุ่นจนแน่นเย็บด้วยมือลวดลายสดใส ทั้งขนาดนอนคนเดียวพับ 3 ท่อน แบบใส่ลงเตียงใหญ่แยกออกเป็น 3 ท่อนทางร้านเขาห่อพลาสติกกันฝุ่นไว้อย่างดี ที่นอนโบราณแบบนี้หาคนเย็บได้ และ คนซื้อไปใช้ได้ยากเต็มทีแล้ว จะเพราะสวยหรูสู้ของห้างไม่ได้ หรือเพราะแรงโฆษณาที่ฝรั่งบอกใช้ที่นอนไม่ถูกสรีระจะปวดหลัง คนไทยรุ่นใหม่จึงไม่ใช้ที่นอนฟูกกัน ที่จริงยายย่าตาปู่ที่นอนฟูกแบบนี้ไม่เห็นจะบ่นปวดหลังอย่างคนรุ่นเราเลย คณะของเราไปดูห้องแถวหนึ่งในตลาด เพราะที่นี่คือ ชาติภูมิสถานของ ท่าน ป.ปยุตโต พระนักคิดนักปฎิบัติธรรมที่มีลูกศิตษ์ลูกหามากมาย (ทุกท่านคงรู้จักท่านดีอยู่แล้วนะ) จอยเดินแยกไปหาดูวิถีชีวิตชาวศรีประจันต์ เตาถ่านกับกระทะใบใหญ่ดำปี๋ที่ควันคลุ้งตลอดนี่เป็นวิธีต้มหน่อไม้ให้อร่อย คุณยายนั่งเฝ้าเตาได้เป็นวัน คนยุกเราทำไมจึงไม่ใจเย็นและสงบแบบนี้บ้างหนอ เมื่อเช้า ครูทองเหมาะท่านสอนภูมิปัญญาไทยดีๆหลายอย่าง การรีบร้อนตามอย่างฝรั่ง เช่นอยากให้ต้นไม่โตเร็วก็สกัดสารเคมีเร่งโตเร่งผล ทำให้ดินเสีย เพราะต้นไม้รีบดึงเอาไปแต่ส่วนที่ถูกเร่ง สมดุลแร่ธาตุที่เคยอยู่แบบธรรมชาติก็ไม่เหลือ อยากกำจัดแมลงก็ฉีดสารเคมี แมลงตาย แต่ เกษตรป่วย และ ผู้บริโภคก็กินสารต่ออีกทีจากพืชพัก สะสมเคมีในร่างกายแบบไม่รู้ตัวจนเป็นมะเร็ง เป็นโรคต่างๆมากมาย จริงแล้ววิธีการในระบบธรรมชาติมีการดูแล กำจัด บำรุง พึ่งพา เกื้อกูล ควบคุม จัดการกัน ให้ลงตัวอยู่แล้ว แต่ผลงานของธรรมชาติไม่เร็วทันใจมนุษย์ จึงทำให้สารเคมีมามีบทบาทมากกับเกษตรกรไทย รัฐก็ไม่เชื่อในภูมิปัญญาท้องถิ่น ดร.จบนอกก็คิดตามฝรั่ง สั่งซื้อพันธุ์พืช ปุ๋ย ยา มาใช้จนส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม และ วิถีชีวิตคนไทย ทั้งที่เรามีของดี แค่ คิด ลงแรง ลงมือทำ ร่วมใจ และตั้งมั่น มีสติว่า เราช่วยกันทำได้ ไม่นานเราจะพลิกชีวิตชาวนาที่เป็นหนี้ คนเมืองที่ป่วย และสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษได้
ในไร่นาของครูทองเหมาะ มีข้าวหอมมะลิดำ ข้าวเบาบางงาม มะละกอพันธุ์ไทยแท้ชื่อปลักไม้ลาย.... อ้อยดำ มะนาวแป้นหอม... มะม่วงทองดำ แต่ละชื่อพันธุ์ ช่างเพราะพริ้งเหลือเกิน ครูแกว่า ให้จอยสังเกตุชื่อพันธุ์ผสมจากห้องทดลองดู มันเป็นพืชติดเบอร์เหมือนผู้หญิงในตู้ จอยก็งงดิ ( พืช กับ สาวตู้ เหมือนกันยังไง ) ครูอธิบายว่า สวย แต่ทำลูกให้ไม่ได้ พืชพันธุ์ผสม ก็ ไม่สามารถทำพันธุ์ต่อๆไปได้ ต้องซื้อเขา แล้ว เมื่อเกษตรกรต้องซื้อทุกอย่าง แล้ว เมื่อไหร่จะลืมตาอ้าปากได้เล่า วันนี้ได้กินอาหารสดจากไร่ เชื่อไหม ว่า อร่อยด้วยรสชาด ที่แตกต่าง จริงๆ ผักอินทรีย์ที่เด็ดเดี๋ยวนั้น ข้าวอินทรีย์ไร้สาร พันธุ์หอมมะลิดำ ข้าวสวยสีดำสนิท (ไม่ใช่สีออกม่วงๆแบบข้าวเหนียวมูลนะ ย้ำ ว่า ดำสนิท ) กับ น้ำพริกแมงดา ปลาช่อนแดดเดียว จอยก็แค่กินข้าวไป 3 จานเอง
ตอนลงไปในนา เพื่อน 2 คนนี้ บุญตา กับ กฤษณะ สอนพี่จอยให้รู้จักแมลงดี แมลงที่คอยกำจัดศัตรูพืช สอนเรื่องขี้หมูสารพัดประโยชน์ และ วันหน้าเขาจะพาพี่ จอยไปจับแมงดา ด้วย จะได้เอาไปทำกินเองที่กรุงเทพ วันนี้ทำได้แค่หวง ทุกอย่าง และ โกรธที่ไม่ค่อยมีใครเห็นคุณค่าวิถีไทย แต่ จอยจะลงมือทำไร่นาแบบภูมิปัญญาไทยอย่างลุงทองเหมาะให้ได้ ในสักวัน
|
| SAREX2008 | ||
ไปหัวหินร่วมซ้อมกู้ภัยอากาศยานและเรือ มิ.ย 51 |
||
|
View All |
||
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |