• ซันตะวันยิ้ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vp2538@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-13
  • จำนวนเรื่อง : 103
  • จำนวนผู้ชม : 26128
  • จำนวนผู้โหวต : 288
  • ส่ง msg :
ตะวันยิ้ม
ท่องเที่ยว อนุรักษ์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม อาหารสุขภาพ น้ำใจไมตรี เอื้ออาทรผู้ทุกข์ยาก ช่วยการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรมท้องถิ่น สัพเพเหระ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/suntawanyim
วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม 2551
บัวผุด ดอกไม้ใหญ่ที่สุดในโลก สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า
Posted by ซันตะวันยิ้ม , ผู้อ่าน : 517 , 18:17:42 น.   | หมวดหมู่ : เสียงเพรียกแห่งชีวิต  
พิมพ์หน้านี้


บัวผุด เขาสกบัวผุด ตูม

พายุพัดถล่มเสียหายอย่างหนักในพม่า เตือนให้เราต้องหันกลับมามองรอบตัวเราว่าธรรมชาติถูกทำลายอย่างหนัก จนเริ่มถึงเวลาที่ธรรมชาติกำลังจะทวงคืนจากมนุษย์ และธรรมชาติมิได้แยกแยะผู้กระทำกับผู้บริสุทธิ์ออกจากกันเสียก่อน ชีวิตมากมายต้องเซ่นสังเวยความเห็นแก่ตัวของนายทุนผู้ทำลาย  ทำให้นึกถึง ดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่ว่ากันว่าเป็นดอกไม้แห่งความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า  ที่ชื่อว่า บัวผุด

ชื่อวิทยาศาสตร์ :Refflesia kerrii Meijer
 ชื่อวงศ์ :Raffiesiacoae

บัวผุดเป็นกาฝากชนิดหนึ่งที่อาศัยน้ำเลี้ยงจากรากของพืชชนิดอื่น จะโผล่เฉพาะดอกซึ่งเป็นดอกเดียวขึ้นจากพื้นดินให้เห็นระหว่างฤดูฝนหรือในระยะที่อากาศและพื้นที่ยังมีความชุ่มชื้นสูง คือ ระหว่างพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับลำต้นของบัวผุดมีลักษณะเช่นไร มีการเกาะหรือเชื่อมติดกับพืชที่มันอาศัยอยู่อย่างไร ลักษณะของดอกบัวผุด เมื่อยังตูมอยู่จะคล้ายกับหม้อหรือกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่มีกลีบหนาจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางของดอก 70-80 เซนติเมตร ที่โคนของดอกจะมีกลีบนำสีน้ำตาลอมเหลืองเรียงสลับซับซ้อนกันอยู่มาก ภายในดอกจะมีแผ่นแบนคล้ายจาน ด้านบนมีปุ่มคล้ายหนามแหลมจานนี้จะซ้อนเกสรตัวผู้และรังไข่ไว้ด้านล่าง (สาขาวิจัยนิเวศวิทยา, 2533)

กลางเกษร

   ดอกบัวผุดเมื่อยังสดอยู่จะมีน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม กลีบดอกมีความหนาตั้งแต่ 0.5-1 เซนติเมตร นับว่าเป็นดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ค้นพบในประเทศไทย ในต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย เคยมีรายงานว่า พืชสกุลเดียวกันนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางของดอกมากกว่า 100 เซนติเมตร ก็มี

   จากผลสำรวจและวิจัย ของฝ่ายพฤษศาสตร์ กองบำรุง กรมป่าไม้ พบว่า บัวผุดพันธุ์ใหม่ ที่พบในประเทศไทยนี้ เป็นพืชกาฝากที่เกาะกินเฉพาะน้ำเลี้ยงจากรากของไม้เถาของว่านป่า"ย่านไก่ต้ม" (Tetrastigma papillosum Pianch ) เพียงชนิดเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ในบางครั้งมีผู้เข้าใจผิดว่าเป็นดอกของย่านไก่ต้มซึ่งความจริงแล้วเถาย่านไก่ต้มเป็นพันธุ์ไม้ในวงศ์องุ่น (Vitidaceae) ที่มีเถาขนาดใหญ่พบขึ้นในป่าดิบชื้น

ทางภาคใต้ที่มีฝนตกอย่างสม่ำเสมอเกือบตลอดทั้งปี พื้นดินเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายตามหุบเขาหรือบริเวณริมลำธาร ดอกย่านไก่ต้มมีสีเขียวอมเหลืองขนาดโตประมาณ 2 เท่าของหัวไม้ขีดไฟเท่านั้น จากการศึกษา พบว่าพันธุ์ไม้ตระกูลบัวผุด (Raffiesia) มีประมาณ 13-14 พันธุ์เท่านั้น บัวผุดที่พบในประเทศไทยได้รับการตั้งชื่อเป็นพันธุ์ของโลกเมื่อ พ.ศ.2527 โดย Dr.M.Meijer จากมหาวิทยาลัย Kentucky สหรัฐอเมริกา ตั้งชื่อพฤกษศาสตร์สากลเพื่อเป็นเกียรติแก่ Dr.A.F.G.Kerr นายแพทย์ชาสไอริช ผู้สำรวจพันธุ์ไม้ชนิดนี้เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2472

   ถึงแม้ว่าดอกบัวผุดจะมีกลิ่นเหม็นมากก็ตาม แต่เป็นพืชสมุนไพรที่หายากมากและมีคุณค่าสูง คือ นอกจากจะนิยมนำมาใช้ปรุงเป็นยาบำรุงสตรีหลังคลอด ให้มีพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงมีผิวพรรณเปล่งปลั่งแล้วยังเป็นยาบำรุงสำหรับบุรุษเพศอีกด้วย

   ในปัจจุบันดอกบัวผุดนับว่าจะหาดูได้ยากยิ่ง ทั้งนี้เพราะเหตุว่า ป่าไม้ถูกทำลายลงไปอย่างมากทำให้สภาพนิเวศน์ของป่าเปลี่ยนไปมาก จะพบดอกบัวผุดบ้างเฉพาะตามอุทยาแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเท่านั้น เช่น อุทยานแห่งชาติเขาสกจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา จังหวัดระยอง เป็นต้น

ดอกบัวผุดสดอยู่เพียงไม่กี่วันเท่านั้น หลังจากบานได้ ๗-๘ วันมันจะเฉาและเน่าอย่างรวดเร็ว ใกล้ๆเจ้าดอกบาน พบดอกบัวผุดที่กำลังย่อยสลายแทบไม่เหลือเค้าเดิม

แมลงหลงกลิ่น หลงกลเข้ามาเป็นผู้ช่วยผสมเกสรดอกบัวผุด ปุ่มคล้ายหนามแหลมมีส่วนกระจาย ความร้อนเพื่อเพื่อส่งกลิ่นกระจายออกไปใน ใจกลาง ส่วนผนังบังดอกจะให้กลิ่นเหม็นเน่า ส่วนใหญ่จะคละคลุ้งอยู่ภายใน 

ดอกกระโทนฤาษีที่พบบริเวณห้วยคอกม้า ดอยสุเทพ กระโถนฤาษีเป็นพืชวงศ์เดียวกับบัวผุด แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก (ขนาดประมาณชามตราไก่ และมีกลีบดอก 10 กลีบ)

อีกสายพันธ์หนึ่งของกระโถนฤาษี พบในป่าดิบแถบภาคตะวันออก และภาคอีสานของไทย

กระโถนฤาษี

ขอบคุณข้อมูลและภาพบางส่วนจาก

http://scitour.most.go.th/index.php?option=com_content&task=view&id=83&Itemid=1

และhttp://www.skn.ac.th/skl/project/boupod/menu.htm


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 92
มะอึก วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 18.54 น.
http://www.oknation.net/blog/panakom

ไม่ได้เห็นดอกบัวผุดมานานแล้ว...
ต้องไปหาดูซะหน่อย....ครับ
ความคิดเห็นที่ 91
หมีปิศาจ วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 00.09 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

เพิ่งเคยเห็นเหมือนกันครับพี่
ขอบคุณสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับบัวผุดนะครับ
ความคิดเห็นที่ 90
ผักบุ้งไฟแดง วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 14.32 น.
http://www.oknation.net/blog/nong9396
อยากให้ทุกวันเป็นวันที่ดี  และโลกนี้สวยงาม



ความคิดเห็นที่ 89
Thaihippy วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 14.20 น.
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy

..นานแล้ว ผมเคยเห็นในป่าที่ ซาราวัก..ต้องไปค้นรูปดูก่อน..ขนาดใหญ่มาก..

นายเม็ดฝุ่น เองครับ
ความคิดเห็นที่ 88
มีนา วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 14.17 น.
http://www.oknation.net/blog/mena
มุมมองของมีนา

เพิ่งจะเคยเห็นดอกบัวผุดนี่ล่ะค่ะ
มีหลายสายพันธุ์ด้วย แปลกตาดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 87
Dogstar วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 14.10 น.
http://www.oknation.net/blog/dogstar

dogstar เคยเห็นดอกแบบนี้ที่อินโดนีเซียค่ะ
สถานที่ชื่อ บูกิตติงกิ แต่มันไม่บานค่ะ
ขนาดตูมมันใหญ่มากนะคะ
ตอนนั้นมีหมอกควันจากการเผาป่าจนเกิดวิกฤต
ถึงสงขลาแน่ะค่ะ มันคงได้ผลกระทบด้วย
เขาว่ามันเหม็นร้ายกาจ
ความคิดเห็นที่ 86
theeratatt วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 09.31 น.
http://www.oknation.net/blog/thebier

แวะมาชมดอกไม้ดอกใหญ่
มีความสุขในวันหยุดครับ
ความคิดเห็นที่ 85
ดินเดินทาง วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 05.20 น.
http://www.oknation.net/blog/din-travel

สวัสดี วันอาทิตย์ค่ะ "ลุงซัน"

แค่นี้ละ..อ่อ..มีความสุขในทุกๆวันนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 84
Lyrics วันที่ : 11/05/2008 เวลา : 01.44 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยค่ะ



ประชาชนเป็นอย่างไร ก็ได้รัฐบาลอย่างนั้น
http://www.oknation.net/blog/lunla/2008/05/11/entry-1
ความคิดเห็นที่ 83
กระบี่ทูเดย์ วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 23.26 น.
http://www.oknation.net/blog/krabitoday

เพิ่งเคยเห็น..ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 82
เอื้อยนาง วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 23.25 น.
http://www.oknation.net/blog/ouynang

ธรรมชาติมีสิ่งแปลกๆอีกมากเท่าไหร่หนอ
และถ้าธรรมชาติพูดได้เขาจะแปลกใจกับสิ่งที่มนุษย์ขึ้น
แปลก ๆ บ้างไหมหนอ
ความคิดเห็นที่ 81
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 22.17 น.
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

เดินตามมา ...ใครหนอเอาดอกไม้ประจำจังหวัดของเรา มาโพสต์ ...อ๋อที่แท้ ก้คือคุณซัน นั่นเอง ...


...รู้แค่ว่าเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด และใหญ่ที่สุดในโลก อย่างอื่นก็เพิ่งรู้นี่หล่ะค่ะ หรือว่าคุณซัน ...เป็นคนทางภาคใต้คะ ...
ความคิดเห็นที่ 80
สุรศักดิ์ วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 19.10 น.
http://www.oknation.net/blog/surasakc
ขอเชิญชม << หาดแหลมกุ่ม ... ยังรอรับการเยี่ยมเยือน ! >> up 23 ก.ค.51

เคยได้ยินแต่ชื่อ ยังไม่เคยเห็นดอกจริง
ขอบคุณครับ ที่ทำให้ทราบข้อมูลอย่างละเอียด
ความคิดเห็นที่ 79
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 18.43 น.
http://www.oknation.net/blog/untameheart

แฮะๆๆ น่าสนใจจังเลยครับ เคยได้ยินแต่ชื่อ เพิ่งจะอ่านข้อมูลจริงๆ ก็วันนี้แหละ
แฮะๆ ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 78
แม่สีไฟ วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 14.56 น.
http://www.oknation.net/blog/ting


ดูดี ๆ ก็งามนะคะ
ยังกะปั้น

เคยทราบแต่ว่า มีบัวผุดที่ไหน
บ่งบอกว่าแถบนั้นยังมีความหลากหลายทางชีวภาพ
มีความสมบูรณ์ของธรรมชาติ

คุณสมบัติอื่นเพิ่งทราบค่ะ

ความคิดเห็นที่ 77
veerin วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 14.47 น.
http://www.oknation.net/blog/veerin

สวัสดีวันหยุดค่ะคุณซัน..

มีความสุขมากๆนะคะ..

ขอบคุณอย่างมากมายที่เข้าไปอ่านงานที่บ้านค่ะ

ตอนใหม่มาสัญญาว่าจะมาตามค่ะ..อิอิ..

แต่ก็กลัวว่าจะไม่ว่างไปอ่านน่ะสิคะ..
ความคิดเห็นที่ 76
ครูหวด วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 13.21 น.
http://www.oknation.net/blog/sangkom

ในพนาป่าเขามีพันธุ์ไม้แปลก ๆ สวย ๆ งาม ๆ ให้เราได้ชื่นใจเสมอ ว่าแต่ว่ามันเหลือให้เราได้เห็นอีกต่อไปหรือไม่ในเมื่อมนุษย์นับวันแต่จะโลภมาก ๆ กันอย่างนี้
ความคิดเห็นที่ 75
ToeflThailand วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 13.13 น.
http://www.oknation.net/blog/ToeflThailand
แวะมาทักทายกันหน่อยซิครับ :) 

ขอบคุณสำหรับรูปภาพและเรื่องราวครับ
ผมยังไม่เคยเห็นดอกไม้ดังกล่าว
หากเคยได้อ่านว่ากลิ่นของมันจะเหม็น
เหมือน "อึ" เลยเพื่อดึงดูดแมลงนะครับ

เดิมทีเข้าใจว่าพบได้เฉพาะในอินโดนีเซีย
แต่ดีใจที่ยังพบในบางส่วนของประเทศไทยนะครับ
อยากไปดูมากครับ :)

==========================================
เรียนภาษาอังกฤษ, สอบ TOEFL , ศึกษาต่อต่างประเทศ คลิกที่นี้ !!! http://www.ToeflThailand.com
ความคิดเห็นที่ 74
salisa_j วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 11.32 น.
http://www.oknation.net/blog/salisa
ฉันคนนี้...กับความรู้สึกดีดีที่อยู่ในใจ.....

เพิ่งเคยเห็นนะเนี่ย
สวยจังเลยคะ
ความคิดเห็นที่ 73
ครูสบเมย_แม่ฮ่องสอน วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 11.16 น.
http://www.oknation.net/blog/krubaantong

ขอบคุณมากครับที่แวะไปเยี่ยมและให้ข้อคิดครับ..รักษาสุขภาพนะครับ
ความคิดเห็นที่ 72
ณดาพิมพ์ วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 10.08 น.
http://www.oknation.net/blog/nadapim


สุขสันต์วันเสาร์ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 71
zuni วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 09.41 น.
http://www.oknation.net/blog/zuni

อืม..ม นึกว่าบัวผุดกับกระโถนฤาษีคือดอกเดียวกันแต่เรียกได้หลายแบบซอีก น่าเสียดายที่สวยแต่หาความหอมไม่เจอเหมือนรัฐบาลเลยเนอะ เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย..ย หาที่ลงจนได้5555555เอิ๊กๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 70
คนทำงาน วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 09.40 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต  เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด


หวัดดีค่ะ มาส่งกาแฟค่ะ
ความคิดเห็นที่ 69
ยายเม้าท์เองค่ะ วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 08.44 น.
http://www.oknation.net/blog/yaimout
"เม้าท์"  กันไหมคะ? คุณๆขา....

สวัสดีตอนสายๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 68
MeeMee วันที่ : 10/05/2008 เวลา : 08.38 น.
http://www.oknation.net/blog/memoria
ศาสตร์และศิลป์ ในความทรงจำ....

แวะมาทักทายวันเสาร์ค่ะ

มีความสุขวันหยุดสุดสัปดาห์นะคะ
ความคิดเห็นที่ 67
รุสสกี้ วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 23.14 น.
http://www.oknation.net/blog/russky
ในงานศพ จะมีขี้เมาน้อยกว่างานแต่งงานหนึ่งคนเสมอ

อยากทดลองดมว่าจะฉุนขนาดไหน
ความคิดเห็นที่ 66
มนุสฺเสสุ วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 22.15 น.
http://www.oknation.net/blog/support

เขาบอกว่าหายาก เเต่เหม็นบรรลัยเลยเอิกๆๆ ไม่รู้จริงปะ
555-*- มาดูมาเเล ครับ
ความคิดเห็นที่ 65
ศิษย์กวง วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 21.11 น.
http://www.oknation.net/blog/sitthi

หวัดดีครับพี่ซันฯ
เกิดมาพึ่งจะเคยเห็น...
ทั้งสวย...ทั้งมหัศจรรย์...
ธรรมชาติ...ยิ่งใหญ่จริงๆ
ความคิดเห็นที่ 64
คนช่างเล่า วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 20.08 น.
http://www.oknation.net/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องเก่า...

ครับคุณคงเป็นนักรักษ์ธรรมชาติเช่นกัน

ทุกๆครั้งที่ผมกลับบ้านผมจะขับรถยนต์ไปโน้นมานี้

อยากรู้เหมืองร้างๆที่ฝรั่งมันมาขุดไว้

ผมคิดเช่นกันว่าสักวันธรรมชาติจะเอาคืนมั่งละ

บ้านเราก็อย่าประมาทเลย
ความคิดเห็นที่ 63
ดาเรน วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 18.58 น.
http://www.oknation.net/blog/darain


เคยเห็นในรูปครับ แต่ไม่นึกว่าจะดอกใหญ่มากอย่างนั้น...

ตาม คห.45 ครับ

ดีน ดาเรน ครับ.....
ความคิดเห็นที่ 62
สุนทรเสก วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 18.50 น.
http://www.oknation.net/blog/nasan2513

เคยไปครับ ...แต่ยังไม่เคยเลย ตั้งใจจะชมอีกน่ะ อาจพา อสม.ไปด้วยน่ะ จากนาสาร
ความคิดเห็นที่ 61
คนทำงาน วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 18.43 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต  เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด

+1 ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 60
คนทำงาน วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 18.40 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต  เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด

เพิ่งเคยเห็นเหมือนกันบัวผุด น้ำหนัก 10 กก.เชียวเหรอ

ขอบคุณที่นำมาให้ชมค่ะ
ความคิดเห็นที่ 59
อธิฏฐาน วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 17.41 น.
http://www.oknation.net/blog/sandstone
เพราะคุณเป็นมากกว่าเพื่อน

ขอบคุณมากค่ะ ไม่เคยเห็นของจริงแต่เคยอ่านจากหนังสือค่ะ
ความคิดเห็นที่ 58
แม่ค้า วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 17.19 น.
http://www.oknation.net/blog/jiracafe


เคยไปเดินป่าแถว "ต้นน้ำพะโตะ"

เหมือนเคยเจอดอกนี้อ่ะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 57
นางราตรี วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 17.17 น.
http://www.oknation.net/blog/midnight
http://www.oknation.net/blog/fangcows http://www.oknation.net/blog/atnoonแม้เพียงสายลมพัดโชยอ่อนตะวันรอนทำให้ใจหวั่นก้าวเดินใต้แสงแห่งพระจันทร์ไล่ตามฝันหมายไขว่คว้าดาว 

ถ้านางราตรีเอาขาจุ่มลงไปมันจะงับไหมค่ะ
เห็นภาพแล้วนึกถึงจินตนิยายของพนมเทียน
นึกถึงนกยักษ์นึกถึงเถาววัลย์กินคน
แล้วก้นึกถึงอินเดียน่าโจนส์เมืองไทย
ระพินทร์ ไพรวัลย์
ความคิดเห็นที่ 56
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 17.14 น.
http://www.oknation.net/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

เพิ่งเคยเห็นเหมือนกันค่ะ
เข้าใจตั้งชื่อเนอะ
ความคิดเห็นที่ 55
ปราโมทย์ วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 16.59 น.
http://www.oknation.net/blog/pramote

ช่วยกันรักษา ช่วยกันสร้างความสามัคคี ทดแทนคุณที่ได้เกิดบนแผ่นดินไทย
ความคิดเห็นที่ 54
ปราณชลี วันที่ : 09/05/2008 เวลา : 15.45 น.
http://www.oknation.net/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

นี้คือหนึ่งในสุดยอดของธรรมชาติอันน่ามหัศจรรย์