• Supatrizia
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-11
  • จำนวนเรื่อง : 5
  • จำนวนผู้ชม : 1146
  • จำนวนผู้โหวต : 9
  • ส่ง msg :
วันนี้ที่เยอรมันฉันได้อะไร
ตอนนี้เรียนเป็นงานหลัก ดูแลบ้านเป็นงานรอง และพอมีเวลาก็ขอเขียนเพราะใจรัก
Permalink : http://www.oknation.net/blog/supatrizia
วันจันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม 2551
บ้านฉันอยู่นี่ ที่แฟรงค์เฟิร์ต [1]
Posted by Supatrizia , ผู้อ่าน : 152 , 16:09:01 น.   | หมวดหมู่ : Life is beautiful : travelling  
พิมพ์หน้านี้


หลายคนพูดว่านครแฟรงค์เฟิร์ตเป็นศูนย์กลางของยุโรป ตอนแรกก็ยังนึกไม่ออกเพราะเนื่องด้วยเป็นคนไม่ชำนาญด้านภูมิศาสตร์มาแต่ไหนแต่ไร แต่ได้อานิสงค์จากกฏหมายใหม่ของที่เยอรมันที่บังคับให้คนที่ย้ายถิ่นฐานตามครอบครัวเข้ามาตั้งหลักปักฐานในประเทศนี้ต้องเรียนคอร์ส "Orientierung" (โอเรียนเทียรุ่ง) ซึ่งจะเป็นเความรู้โดยรวมๆของประเทศเยอรมัน อาทิ รูปแบบการเมือง กฏหมายพื้นฐาน วัฒนธรรม supatrizia สนุกกับคอร์สมาก เพราะเป็นเรื่องที่ห่างมานาน อีกทั้งเป็นการฝึกภาษาที่ยังไม่ค่อยจะชำนาญเท่าใดนัก แต่สรุปได้ว่าเป็นเมืองสำคัญด้านคมนาคมโดยเฉพาะทางอากาศ เพราะในขณะนี้สนามบินแฟร์งเฟิร์ตถือได้ว่าเป็นสนามบินที่มีการขนถ่ายทั้งผู้โดยสาร และสินค้ามากที่สุดเป็นอันดับตันๆของยุโรป

แต่ที่เกริ่นมาทั้งหมด ไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่จะพูดถึงเลยค่ะ เครียดไป วันนี้ Supatrizia ขอพาชมเมืองค่ะ เนื่องด้วยเพื่อนๆ ถามว่าที่นี่จะมีอะไรให้เที่ยวมีแต่คนทำงานกับสำนักงาน งานนี้ชาวแฟรงค์เฟิร์ตอย่างเราต้องออกมาขอแจงค่ะ

เริ่มต้นจากสนามบินนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ต ใครใคร่นั่งแท็กซี่ก็ได้ แต่ใครที่สำภาระไม่ได้มากมายหรือพอหอบหิ้วได้ ขอแนะให้นั่งรถไฟใต้ดินค่ะ ประหยัดกว่ากัน(เยอะ) และก็ไม่ได้ลำบากลำบนต้องลากกระเป๋าตากแดด หรือยืนรอกลางแจ้งเหมือนหมอชิตบ้านเรา เพราะมีทั้งบันไดเลื่อน ลิฟท์เชื่อมถึงสถานีรถไฟด้านล่างสะดวกสบาย โดยเฉพาะถ้าใครคิดว่าอยากออกชมเมืองตั้งแต่วันแรกเพราะไม่เหนื่อย หรือไม่อยากนอนตื่นตลอดคืนเนื่องด้วยอาการเจ็ตแล็ก ( jetlag) ขอแนะให้ซื้อเป็นตั๋ววันนะคะ เพราะสามารถใช้เดินทางต่อได้โดยไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่ (ตามโซนของตั๋วที่ซื้อ) ถ้าใครตั้งใจจะไม่ไปไหนต่อ หรือคิดว่าซื้อตั๋วโดยสารแยกแต่ละครั้งถูกกว่าเพราะไม่ได้ตั้งใจจะไปหลายที่ ตั๋วเที่ยวเดียวจากสนามบินเข้าเมืองจะราคาประมาณ 3.50 - 3.80 ยูโร และถ้าเป็นในโซนเมืองแต่ไม่ถึงสนามบินจะอยู่ที่ราคาตั้งแต่     1 ไปจนถึง 2.20 ยูโรต่อเที่ยว แต่ที่แนะให้ซื้อเป็นตั๋ววันเพราะตั๋วที่นี่สามารถใช้ได้กับทั้งรถราง และรถบัสที่อยู่ในโซนเดียวกันน่ะค่ะ โดยเฉพาะถ้ามากันเป็นกลุ่มตั้งแต่ 4 คนขึ้นไปจะยิ่งคุ้มเพราะจะมีตั๋วแบบสำหรับนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกลุ่ม อ้อลืมบอกไปค่ะว่าราคาตั๋ววันสำหรับผู้ใหญ่จะตกอยู่ที่ราคาตั้งแต่ 5-8 ยูโรแนะให้ลองกดตู้ตั๋วแล้วลองเทียบราคานะคะ เดี๋ยวนี้ง่ายขึ้นเพราะมีหลายภาษาให้เลือกไม่ต้องเดา เพราะตั๋วรถที่นี่เปลี่ยนตามช่วงเวลาน่ะค่ะราคาที่บอกจึงไม่ขอคอนเฟิร์มนะคะ 

พอเราได้ขึ้นรถไฟสถานีแรกจากสนามบินชื่อ "Stadion" (ตามภาษาเยอรมันอ่านว่า ชตาดิโอน) หลายคนที่เป็นแฟนบอลบุนเดสลิกา หรือการแข่งขันกันระหว่างทีมบอลเยอรมันคงคุ้นเคยกับสนาม "Commerz Arena" เป็นอย่างดี เพราะเป็นสนามเจ้าถิ่นของ "Eintracht Frankfurt" นี้เอง ฤดูนี้ทีมบอลทำแฟนๆ Eintracht ผิดหวังเป็นแถวๆ

สถานีถัดมาชื่อ "Niederrad" (นิเดอร์ราด) เมืองนี้แยกเป็นสองด้าน ด้านนึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย และอีกด้านหนึ่งเรียกเมืองออฟฟิศ (Buero Stadt) ซึ่งทั้งเมืองเป็นตึกสำนักงานทั้งหมด นักท่องเที่ยวไม่ค่อยรู้จัก นอกจากคนที่เคยมาทำงานแต่ก็มีอะไรให้ดูนะคะ เพราะคนที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ก็จะคุ้นหน้ากันเหมือนกับไปตามหมู่บ้านตามต่างจังหวัดบ้านเราน่ะค่ะ มีร้านแฮมเบอเกอร์ที่อร่อยที่สุดในแฟรงค์เฟิร์ต และก็เก่าแก่ที่สุด ถามคนแก่ๆแถวนี้เห็นบอกว่ามีมากว่า 40 ปีได้น่ะค่ะ เคยลองไปชิมดูครั้งนึงอร่อยจริงๆค่ะ ยิ่งถ้าเป็นวันทำงานช่วงพักกลางวัน ก็ต้องต่อแถวกันยาวหน่อยนะคะกว่าจะได้ชิม แต่อร่อยค่ะ ใครที่อยากจะมาลองชิมต้องหาเวลามาช่วงวันธรรมดานะคะ เพราะไม่เปิดทำการะทั้งเสาร์และอาทิตย์ ต้องเดินนิดนึงนะคะจากสถานีรถไฟ ถ้าใครนั่งรถรางมาอาจจะเดินใกล้กว่านิดนึง ลงที่สถานี Melibocusstrasse (อ่านว่า เมลิโบคุส ชตราสเซอร์) แต่วันนี้นิเดอร์ราดไม่ใช่พระเอกค่ะ ถ้ามีโอกาสหรือมีเสียงเรียกร้องจากผู้อ่านก็จะเอามาปอกเปลือกกันทั้งเมืองไปเลยค่ะ

 

"หน้าร้านง่ายๆอย่างนี้เองค่ะ แต่อร่อย (เพื่อนที่เคยชิมบอกว่าอร่อยกว่าที่แปะยี่ห้ออีก นี่ :-)) ! "

"ป้ายบอกเลยว่าเก่าที่สุดในแฟรงค์เฟิร์ต รู้จักกันทั้งหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์"

จากนั้นเราก็จะข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ "Main"(ไม) แล้วเรามาก็จะถึงสถานีรถไฟหลักของแฟรงค์เฟิร์ต เรียกว่า "Frankfurt Hauptbahnhof" (แฟร์งเฟิร์ต เฮ้าพท์บานโฮป) หรือสมัยที่ยังทำงานอยู่สายการบิน ในออฟฟิสเรียกกันว่าสถานีหัวลำโพง คนที่จะต่อไปเที่ยวต่อในเมืองอื่นๆ และใช้การเดินทางโดยรถไฟ เช่น  Duesseldorf (ดุสเซลดอร์ฟ)  หรือ Muenchen  (มุนเค่น) ก็จะมาขึ้นรถไฟจากที่นี่ (หรือถ้าใครไม่ได้แวะเที่ยวที่แฟรงค์เฟิร์ตก็สามารถขึ้นรถไฟระยะยาวได้จากสนามบินได้เลย) เพราะเป็นสถานีต้นสาย และก็เป็นแหล่งรวมของโรงแรมมากมายเพราะเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างเมือง สนามบิน และศูนย์การประชุมที่ไม่เคยว่าง เพราะแฟร์งเฟิร์ตเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ จนคนเยอรมันเองยังล้อกันว่า "Bankfurt" แต่ส่วนใหญ่จะเป็นระดับปานกลาง (แต่โรงแรมส่วนใหญ่ในเยอรมันจะสะอาด ถึงแม้จะเป็นระดับปานกลาง และบริการก็อยู่ในระดับค่อนข้างดี เพียงแต่ไม่หรูหราและอลังการเท่าโรงแรมห้าดาวเท่านั้น)

ต่อมาเป็นสถานีของคนทำงาน เพราะขึ้นจากสถานีนี้ไปจะเป็นตึกสำนักงานระฟ้า ใครอยากขึ้นตึกที่สูงที่สุดของนครแฟร์งเฟิร์ตที่ชื่อ Helaba (เฮลาบา) จ่ายค่าขึ้นคนละ 4 ยูโร หรืออยากเดินชมสถาปัตยกรรมตึกสูงก็แวะลงที่สถานีนี้ แต่ไม่แนะนำให้มาตอนเย็นมากๆ หรือไม่ใช่วันทำงานเพราะสถานีนี้จะเงียบมากๆ ถึงแม้ความปลอดภัยในเยอรมันค่อนข้างสูง แต่เที่ยวต่างถิ่นต้องระวังให้มากไว้เป็นดีที่สุด

สองสถานีถัดมาคงไม่มีใครที่จะมาที่แฟรงค์เฟิร์ตแล้วไม่ท่องชื่อมาจากกรุงเทพฯ เพราะเป็นแหล่งช้อปปิ้งแหล่งใหญ่ของที่นี่ สถานีแรกชื่อ "Hauptwache"(เฮ้าพท์วัคเคอร์) และสถานีถัดมาชื่อ "Konstablerwache" (คอนสตาเบลวัคเคอร์) สองสถานีนี้ถ้าใครที่ชอบเดิน โดยเฉพาะขาช้อปไม่ว่าจะเป็นช้อปจริงจังหรือวินโดว์ช้อปปิ้ง จะเพลิดเพลินมากถ้าเดินตลอดทั้งสาย ก็จะแนะให้ลงที่ คอนสตราบลาวัคเคอร์ แล้วเดินย้อนกลับไปสถานีเฮ้าพท์วัคเคอร์ตามถนนที่ชื่อ "Zeil" (ไซล์) คงมีคนถามต่อว่าแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นทิศไหนแค่นั่งรถไฟมาก็ลำบากกับภาษาอยู่แล้ว แถมไม่คุ้นตาเหมือนกรุงเทพฯ บ้านเรา supatrizia ขอแนะว่าพอขึ้นมาจากสถานี คอนสตราบลาวัคเคอร์ ซึ่งจะมีหลายทางออกให้เลือกทางออกที่เขียนว่า "Ausgang Zeil" ( Ausgang ในภาษาเยอรมันหมายถึง ทางออก) พอเดินขึ้นมาถึงถนนที่เป็นทางเดินข้างนอกสถานีรถไฟ เงยหน้านิดๆ แล้วหมุนตัวดูรอบๆเล็กน้อย มองหาป้าย "C&A" (ภาษาเยอรมันอ่านว่า เซอุนอา)

ห้างนี้เป็นห้างที่อยู่แทบจะสุดท้ายของถนนสายช้อปปิ้ง ถ้าเลยจากห้างนี้ไปก็จะไม่ค่อยมีร้านรวงให้เห็นเท่าไหร่แล้ว แล้วขาช้อป และขาชมก็เริ่มจากห้างนี้ได้เลยและพอออกจากห้างให้เดินตามถนนไซล์สังเกตได้ว่าห้างนี้จะอยู่ด้านหลังเรา พอเดินพ้นมาบล็อกตึกนึง ถ้ายังไม่เห็นร้าน "Zara" หรือ "MNG" อยู่ทางด้านขวามือก็แสดงว่าผิดทิศนะจ๊ะ ใครที่เดินถูกแล้วก็เริ่มออกเดินทางได้ ร้านค้าทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ สารพัดเรียงกันตลอดสาย บางคนที่ไม่ตั้งใจซื้อ อาจจะได้ของติดมือกลับบ้านอย่างไม่ตั้งใจ ยิ่งถ้ามาช่วงจังหวะเหมาะที่เป็นเดือนที่ลดราคาเสื้อผ้าฤดูก่อนยิ่งมีโอกาสสูงที่จะควักกระเป๋าซื้ออะไรกลับบ้านไป เพราะเคยมีเพื่อนที่มาทำงานที่ยุโรป แล้วแวะเข้าออฟฟิศที่แฟร์งเฟิร์ตแค่ไม่กี่วัน ตอนแรกโทรมาบอกว่าคงไม่ซื้อของอีกแล้วเพราะกระเป๋าเดินทางเต็มจนออกลูกอีกหนึ่งใบ โป๊ะเชะมาเจอช่วงลดราคาเสื้อผ้าหน้าร้อน ที่ลดกระหน่ำจนถูกกว่าซื้อที่เมืองไทย อดใจไม่ได้ซื้อเสื้อ และชุดเดรสสวยติดมือก่อนกลับเมืองไทยด้วยความถูกใจและถูกราคา

ถ้าใครคิดถึงอาหารไทยหลังจากที่มาเยือนนครแฟรงค์เฟิร์ต ตรงแยกแรกที่ตรงหัวถนนมีร้านแมคโดนัล มีร้านอาหารไทยที่เป็นดังกลางเมืองอยู่ตรงถนนนี้สองร้านนะคะ ร้านแรกชื่อเกาะสมุย และร้านที่สองชื่อพระรามห้า (Rama 5) ปกติจะนัดกับเพื่อนบ่อยๆที่ร้านเกาะสมุยหากใครอยากทานอาหารไทยขึ้นมา เพราะรสชาติอร่อย และราคาประหยัดกว่าร้านพระรามห้า แต่ร้านพระรามห้าจะหรูหรากว่าน่ะค่ะ อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะคะ จะลองดูทั้งสองร้านก็ได้ไม่ว่ากัน อร่อยทั้งสองร้าน แต่อย่าเอาราคาไปเทียบกับที่เมืองไทยนะคะ เพราะอาจจะช็อคได้ แต่อาหารไทยอร่อยๆก็หายากแล้วนะคะ เพราะเห็นเขียนหน้าร้านว่าร้านอาหารไทย แต่เจ้าของเป็นคนเวียดนามบ้าง คนจีนบ้างน่ะค่ะ หรือถ้าใครมีร้านอร่อยๆกลางเมือง ก็บอกกล่าวกันได้นะคะ

หลังจากที่ผ่านช่วงตึกแรกมาก็จะเจอแยกเล็กๆด้านขวามือจะเห็นป้ายชื่อถนนที่ตัดกับถนนไซล์ชื่อ "Schaefergasse" (เชฟเฟร์กาสเซอร์) ที่ตรงหัวมุมจะเป็นร้านเสื้อผ้าวัยรุ่น Pimkie กับห้างใหญ่ Karstadt ถ้าใครอยากดูของใช้ของเบบี๊ แนะให้ลองเดินเข้าตรอกนี้นะคะ จะเจอร้านชื่อ "Baby-Walz" อยู่ด้านขวามือมีของใช้น่ารักสำหรับทารกเต็มไปหมดแต่ราคาสูงทีเดียวนะคะ ถ้าใครชอบทำของแต่งบ้านเอง หรือ จัดงานปาร์ตี้ต่างๆ หรือของขวัญ และเหมาะมากสำหรับผู้ชอบงานอดิเรกเป็นงานฝีมือ ตั้งแต่เย็บปักถักร้อยไปจนถึงโมเสส เดินเลยร้านเบบี้วอลซ์ไปจะเจอร้านชื่อ Idee มีของให้เลือกมากมายตั้งแต่สติ๊กเกอร์ กรอบรูปที่ยังไม่ได้ทาสีหรือประกอบ สีสารพัดชนิด กระดาษหลากสี ริ้บบิ้น ลวด และอื่นๆที่ยังสาทยายไม่หมด นอกจากนี้ก็จะมีผลิตภัณฑ์ตามเทศกาลมาเพื่อให้ลงมือประดิษฐ์ของแต่งบ้าน ใครไม่ได้มีงานอดิเรกดังกล่าวจะลองเดินเข้าไปดูได้ค่ะเหมือนเป็นร้านขายของกระจุกกระจิกสำหรับแต่งบ้าน สวยดีค่ะ

หลังจากเดินกลับขึ้นมาถนนไซล์จะมีอีกแยกอยู่ฝั่งตรงข้ามตัดกับถนนชื่อ "Hasengasse"  ถ้าใครอยากจะชมตลาดสดของฝรั่งก็เดินตามถนนเส้นนี้ลงไปเรื่อยๆ นะคะ แยกแรกจะเจอห้องสมุดของแฟรงค์เฟิร์ต มีหนังสือภาษาอังกฤษให้อ่าน และอินเตอร์เน็ทให้เล่น แต่คนเยอะนะคะ สามารถเข้าไปแวะอ่านหนังสือได้ หรือพักดื่มกาแฟ จากห้องสมุดเดินตรงขึ้นไปอีกจะเจอป้ายที่ไม่สะดุดตาของตลาด "Klein Markt Halle" (ไคลมาคฮัลเล) เค้าบอกกันว่าหาของกินได้จากทุกมุมโลกที่นี่ นึกถึงตลาด อตก. บ้านเราน่ะค่ะที่หามะม่วงนอกฤดูกินได้แต่ราคาก็ต้องทุ่มกันเล็กน้อย ในตลาดก็มีทั้งมุมกาแฟเล็กๆ ร้านอาหารที่ยืนรับประทาน ร้านขายผลไม้จากทุกมุมโลก ร้านขายเนื้อ ร้านขายเครื่องเทศ ร้านขายต้นไม้ และอื่นๆ ก็น่าชมไปอีกแบบค่ะ

"สังเกตได้ว่าจะมีน้ำพุหน้าตาแบบนี้อยู่ตรงหัวถนนที่จะเดินไปไคลมาคฮัลเลน่ะค่ะ"

"มองตรงไปจะเห็นหน้าตาถนนเป็นแบบนี้นะคะ สังเกตได้ว่าจะมีร้านขายเสื้อผ้าชื่อ "Chicaco" ด้านซ้ายมือ และโบสถ์อย่างที่เห็นในภาพน่ะค่ะ"

"ด้านหน้าห้องสมุด เราก็เป็นสมาชิกด้วยนะ"

"หน้าทางเข้าตลาด ต้องเดินระวังๆ นะคะ เพราะป้ายไม่เป็นที่สังเกต แต่ร้านค้าด้านข้างสองร้าน ด้านขวาเป็นร้านจักรยาน และด้านซ้ายเป็นร้านรองเท้าค่ะ"

ใครชมตลาดจนอิ่มใจ ก็เดินกลับขึ้นมาไซล์นะคะ ใครจะขึ้นจากอีกด้านนึงของทางเข้าตลาดก็ได้แต่ก็จะตัดถนนไซล์ส่วนนึงไป พอเดินตามถนนไซล์มาได้พักใหญ่ๆ จะเจอร้านรองเท้าร้านใหญ่ที่ชื่อ "Hako" อยู่ซ้ายมือ ถ้าใครอยากเดินไปชมเมืองส่วนเดียวที่เหลือจากสงครามโลกครั้งที่สองที่เรียก "Romer" ก็สามารถเลี้ยวซ้ายแยกแรกก่อนที่จะผ่านร้านรองเท้าร้านนี้ ถนน Liebfrauenstrasse แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะถึงจตุรัสโรเมร์ ถ้าเดินตรงไปจากจตุรัสอีกก็จะถึงริมแม่น้ำไมซ์ที่จะมีท่าให้ขึ้นเรือนำเที่ยวที่ล่องตามแม่น้ำช่วงสั้น มีให้เลือกระหว่าง 6.95 ยูโร สำหรับการล่องเรือ 50 นาที หรือ 8.95 ยูโร สำหรับ 90 นาที  (ทั้งสองราราเป็นสำหรับราคาผู้ใหญ่) ถ้าใครเมื่อยขานั่งเรือชมแม่น้ำก็เป็นการพักขาและชื่นชมธรรมชาติและตึกสวยงามของสองฝั่งแม่น้ำได้เป็นอย่างดี ลืมบอกไปว่าถ้าใครหิวก็จะมีร้านเค้กเก่าแก่ของแฟรงค์เฟิร์ต (ขอต๊ะชื่อไว้ก่อนนะคะ)หรือจะเลือกนั่งตามร้านกาแฟระหว่างทางก็ได้ มีกาแฟหอมกรุ่น และไอศครีมสารพัดรสให้ลองชิม

"ก่อนถึงร้านรองเท้า Hako จะเป็นร้าน  "Saturn"  ที่ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด รวมทั้งคอมพิวเตอร์ แผ่นหนังดีวีดี และซีดีเพลง แต่ต้องขึ้นบันไดเลื่อนขึ้นไปชั้นบน เพราะสองชั้นแรกเป็นร้าน Esprit "

"หน้าตาถนนที่ตรงไป Romer"

ชื่อถนนไซล์จะสิ้นสุดที่แยกหลังจากที่เดินผ่านร้านรองเท้าหรือห้าง "Kaufhof Galeria" (อ่านว่า เค้าโฮฟ กาเลอเรีย) มานั่นเอง แต่ถนนสายช้อปปิ้งยังไม่จบแค่นั้นนะคะ ถนนที่เชื่อมต่อจากไซล์ชื่อ "an der Hauptwache" (อัน แดร เฮ้าพท์วัคเคอร์) พอข้ามถนนมาก็จะเจออาคารเก่าอยู่ด้านซ้ายมือ ซึ่งในฤดูใบไม้ผลิ หรือฤดูร้อนจะสามารถนั่งข้างนอกชมบรรยากาศได้ เดินต่อขึ้นไปตามถนนอัน แดร เฮ้าพท์วัคเคอร์แต่ที่แนะนำเป็นร้านขายเจลลี่แบร์ชื่อ Baer Treff ที่จะอยู่ด้านซ้ายมือหลังจากข้ามถนนจากห้างเค้าโฮฟมา เพราะกุมมี่แบร์ร้านนี้ไม่เหนียวมาก แต่นุ่ม และหอมรสผลไม้กว่าที่ซือตามซุปเปอร์มาเก็ตน่ะค่ะ กินแล้วเพลิดเพลินเป็นที่สุด เดินต่อมาจะเจอ ผ่านร้าน WMF ที่ขายอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวคุณภาพดีและรูปลักษณ์ค่อนข้างทันสมัย ถัดมาซ้ายมือเป็นร้านขายเครื่องประดับและนาฬิกายี่ห้อหรู ชื่อ "Wempe" ด้านซ้ายมือ มีทั้ง Patek, Rolex ให้เลือกซื้อตามความหนักของกระเป๋า แต่ supatrizia เดินดูหน้าร้านก็แทบจะเป็นลมกับราคาของแล้วจ้า แต่ก็ขอชม (ข้างนอก) นิดนึง เลยมาก็มีที่ให้นั่งพักก่อนที่จะเป็นลมล้มพับไปไม่ใช่ร้านกาแฟแต่เป็นร้านหนังสือใหญ่ด้านซ้ายมือ ซึ่งถ้าใครเป็นหนอนหนังสือหรือเมื่อยขาก็แวะพักที่ร้านนี้ได้นะคะ ชื่อร้าน "Hugendubel Buchhandler" เพราะมีหนังสือภาษาอังกฤษให้เลือก มีที่นั่งให้อ่านเหมือนที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ แต่ใหญ่กว่ากันมาก เดินขึ้นไปข้างบนมีมุมกาแฟให้จิบกันได้ค่ะ และไม่แน่อาจจะเจอเป็นนักเขียนดังเพราะเห็นป้ายโฆษณาอยู่บ่อยๆ

"ร้านอาหารที่บอก"

"ร้านขายเจลลี่แบร์ อยู่ข้างแมคฯ"

พอออกมาจากร้านหนังสือก็จะสุดถนนอัน แดร์ เฮ้าพท์วัคเคอร์ แต่ทัวร์ยังไม่จบนะคะสามารถเดินต่อขึ้นไปได้ตามถนนนี้ที่มีชื่อทางการว่า Kalbaecher Gasse... แต่มีชื่อเล่นว่า Fresgass เป็นถนนใหญ่สำหรับคนเดินเท่านั้น เป็นช่องถนนที่เต็มไปด้วยร้านกาแฟสวยๆ ร้านไอศครีมอร่อย ร้านขายอาหารที่เรียกกันว่าเป็นของเลิศรส และพิเศษ หรือคุณภาพดีกว่าที่ขายกันในซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป เดินขึ้นตามถนนนี้ไปเรื่อยข้ามถนนไปอีกทีก็จะถึง "Opern" ที่เป็นโรงละครเก่าแก่ของแฟรงค์เฟิร์ตและมีคำจารึกของนักคิดชาวเยอรมัน "เกอร์เธ่" อยู่ด้านบน ชาวแฟรงค์เฟิร์ตกล่าวว่าถ้าใครมาไม่ถึงที่ Opern แสดงว่ายังมาไม่ถึงแฟรงค์เฟิร์ตนะคะ :-))

"หน้าตาของถนน Fressgasse "

หลังจากที่ชมความงามของอาคาร Opern กันแล้วเดินข้ามถนนกลับมาที่ Fressgasse แต่เดินเบี่ยงไปทางขาวมือของหัวถนนนะคะจะเห็นป้ายถนนชื่อ "Goethe Strasse" เรียกกันว่าเป็นถนนแฟชั่นหรูที่สุดของเมือง เพราะเป็นที่ตั้งของร้านบูติกดังๆที่สามารถจะนึกชื่อกันออก อาทิ Luis Vitton, Channel, Versace, Gucci, Massimo Dutti, Long Champ สาธยายไม่หมด รวมทั้งร้านกาแฟที่ขายเครื่องทำกาแฟที่อินเทรนด์ของที่นี่อยู่ขณะนี้ Nespresso ไม่แน่ใจว่ามีให้เห็นที่เมืองไทยกันหรือยัง เป็นเครื่องทำกาแฟที่บอกกันว่าได้กลิ่นกาแฟหอมกรุ่น เพราะกาแฟถูกเก็บไว้ในถ้วยเล็กที่ปิดอย่างดีกลิ่นไม่ระเหยไปไหนเรียกว่า แคปซูล จะดื่มทีก็ใช้หนึ่งถ้วยใส่เครื่องกดปุ่มได้กาแฟหอมกรุ่นเพียงปลายนิ้วสัมผัส

ไม่ใช่แค่ที่ช้อปปิ้งที่แฟรงค์เฟิร์ตมีให้ชม แต่ทั้งสถาปัตยกรรม พิพิธภัณฑ์ สวนพรรณไม้ (เหมือนสวนหลวง ร. 9) สวนสัตว์ ถ้ามีโอกาสในครั้งถัดไปจะพาไปเที่ยวกันต่อนะคะ วันนี้คนพาเที่ยวก็ปวดขา ลูกทัวร์ก็คงไม่แพ้กัน แล้วเอาไว้เจอกันในเรื่องถัดไปนะคะ ภาพข้างล่างเป็นส่วนหนึ่งที่อยากให้บ้านเราเป็นบ้างน่ะค่ะ สีเขียวทั่วเมือง แม้กระทั่งศูนย์กลางแหล่งช้อปปิ้ง เห็นแล้วอดถ่ายไม่ได้ค่ะ แต่ภาพแรกยังไม่ค่อยเห็นใบเขียวๆ เพราะปีนี้ฤดูหนาวยาวมาก แต่พอซักพักจะเขียวสะพรั่งไปหมด สวยเชียวค่ะ บรรยาการจริงในวันธรรมดาและวันเสาร์จะคับคั่งมากค่ะ แต่บังเอิญว่าภาพที่ถ่ายมาให้ดูเป็นวันอาทิตย์ ร้านรวงต่างๆไม่เปิด ก็เลยสงบอย่างที่เห็นน่ะค่ะ

หมายเหตุ

- การสะกดคำในเรื่องอาจจะไม่ตรงกับการสะกดจริงเนื่องด้วยข้อจำกัดของตัวอักษร อาทิ ถ้าสะกดด้วย ae จะเป็น a ที่มีจุดข้างบนสองจุด, ถ้าสะกดด้วย ue  จะหมายถึงอักษร u ที่มีจุดข้างบนสองจุด หรือถ้าสะกดด้วยตัว ss  สองตัวติดกันตัวอักษรที่สะกดตามป้ายอาจจะเป็นตัวอักษรที่เขียนคล้ายกับสัญลักษณ์เบต้า

- คำสะกดภาษาไทยในวงเล็บอาจจะไม่ตรงกับการออกเสียงจริงซะทีเดียวเนื่องจาก การออกเสียงบางคำในภาษาเยอรมันไม่สามารถเทียบให้ตรงได้ซะทีเดียว

© Supatrizia


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
dekkid วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 23.11 น.
http://www.oknation.net/blog/reading

ขอบคุณนะคะ จะติดตามอ่านไปเรื่อยๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
กระเจี๊ยบ วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 18.53 น.
http://www.oknation.net/blog/JinjokJiap
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

Supatrizia วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 16.50 น.
http://www.oknation.net/blog/supatrizia
© Supatrizia

สวยดีนะคะ เคยเดินผ่านที่ Bad Homburg ได้ยินว่าอันตราย (กับกระเป๋าสตางค์)

ขอถามนิดนึงซิคะว่ากว่าจะคล่องภาษาเยอรมันนานมั้ย เรียนจนอ่อนใจรู้สึกว่ายังไม่ไปไหนซักที
--------------------------------------------------------------------

กระเจี๊ยบเรียนแบบกระท่อนกระแท่นค่ะ เรียนปีแรกเมื่อปี 2002 เรียนหลักสูตรเร่งรัด 6 เดือน เรียน จ.-ศ. 8.30-15.00 น. ที่ Euro Schule เป็นโรงเรียนเอกชน แล้วก็หยุดไป มีความรู้สึกว่าภาษาเยอรมันไม่พัฒนาสักที เลยกลับไปเรียนที่ vhs อีกเมื่อปลายปี 2005 แล้วก็เรียนมาเรื่อย ๆ อาทิตย์ละ 2วัน ๆ ละ 90 นาที

จนป่านนี้ก็ยังรู้สึกว่ายังไม่คล่องภาษาเยอรมัน ยิ่งเรียนยิ่งโง่ ต้องเรียนอีกเยอะมาก ครูที่ vhs บอกว่าต้องหัดอ่าน ฟัง พูด เขียน บ่อย ๆ และต้องแก้ที่เคยผิด ให้ถูกให้ได้ เพราะหากไม่แก้ไข อยู่มา 15 ปี 20 ปี ภาษาเราเป็นไง ก็เป็นอย่างนั้น ไม่มีการพัฒนา
ฟังแล้วคงจะจริง เพราะจนป่านนี้เยอรมันของกระเจี๊ยบยังไม่ไปถึงไหนเลยค่ะ
เลยชอบที่จะไปเรียน เพราะมีปัญหาจะเอาไปถามครู ถามสามีไม่ค่อยได้ค่ะ เขาสอนไม่เป็น ทะเลาะกันทุกที

เคยไปงาน Bad Homburg หนหนึ่งค่ะ จําไม่ได้ว่าปีไหน เพื่อนเขาแต่งหรูเข้าคาสิโน แต่เจี๊ยบไม่ได้เข้าไปเพราะใส่กางเกงยีนส์ เขาห้ามเข้า ไม่คิดเข้าอยู่แล้วด้วย

ปีนี้อยากไปงาน Bad Homburg ค่ะ ไม่รู้ว่าจะได้ไปหรือเปล่า จัดวันที่ 26-27 ก.ค. จะได้ไปโต๋เต๋เดินเที่ยวฟรังเฟิร์ตบ้าง อ่านแล้วอยากไป
ความคิดเห็นที่ 3
กระเจี๊ยบ วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 16.23 น.
http://www.oknation.net/blog/JinjokJiap
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

ได้แต่นั่งรถไฟ ไปขึ้นเครื่องที่สนามบินฟรังเฟิร์ตค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
dekkid วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 16.19 น.
http://www.oknation.net/blog/reading

ว่างๆถ่ายรูปห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์มาให้ดูด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 12/05/2008 เวลา : 16.15 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เคยแค่"แวะ"ลงจากเครื่อง กินอาหารเที่ยง แล้วไปเมืองอื่นเลยครับ
ไม่ได้เที่ยวเมืองนี้
แต่ชอบทีมบอลครับ ไฮทรัค แฟรงเฟิร์ต
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31