| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
October 24, 2007 ปาย ยามค่ำคืน ปาย .. คือเมืองเล็กๆอันแสนวิเศษ ผู้คนเป็นมิตร มีทัศนียภาพที่ชวนฝัน เป็นจุดหมายที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความอึกทึกครึกโครมของเมืองใหญ่ มาอิงแอบ และสราญกับความสุขสงบ สันโดษ และสันติ เสน่ห์เฉพาะตัวซึ่งมีแต่ปายเท่านั้นที่มอบให้ จะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่หากมาเยือนปายแล้วไม่ได้ออกมาเดินเล่นในตัวอำเภอ ที่ถนนคนเดิน กลางวันมีผู้คนออกมาเดินพอสมควร หากแต่ตอนกลางคืนผู้คนจากหลายท้องถิ่น หลายเชื้อชาติมากมายกว่าตอนกลางวันมากนัก อาจจะเป็นเพราะผู้คนส่วนใหญ่มีกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆในตอนกลางวัน ส่วนตอนย่ำค่ำและกลางคืน ดูเหมือนปายกำลังตื่นตัวต้อนรับผู้มาเยือนอย่างกระตือรือร้นและเป็นมิตร .. แสงจากไฟหลากสี ปลุกฟื้นให้เมืองสว่างไสว .. วิวยามค่ำคืนสะท้อนจากสายน้ำปายบนระเบียงร้านอาหารบางแห่ง ให้บรรยากาศน่าหลงไหล เป็นภาพที่สวยงามจับใจ .. ความงามที่นักเดินทางหลายคนอยากจะทิ้งหัวใจเอาไว้ที่นี่ .. ที่ที่มีเสน่ห์จริงใจจากรอยยิ้ม สายน้ำเย็นรื่น ดอกไม้แย้มกลีบริมทางเดิน .. ที่ที่มีเรื่องเล่า และเรื่องราวอันสุขใจให้พูดถึง กลางคืนในปาย มีกิจกรรมที่คุณเลือกได้มากมายไม่แพ้กลางวัน เริ่มจากการดื่มและดินเนอร์ในสไตล์ที่คุณชื่นชอบ ปาย มีร้านอาหารนานาชาติเป็นตัวเลือก ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารพื้นเมือง อาการอินเดียน อาหารของชาติตะวันตก ทั้งร้านสเต็ก อาหารเม็กซิกัน ซึ่งร้านส่วนใหญ่ เสริฟเครื่องดื่มประเภทเบียร์และไวท์ บนถนนคนเดิน นักท่องเที่ยวหลายคนก็กำลังละเมียดละไมอย่างไม่รีบร้อนกับกาแฟม๊อคค่าร้อนๆในร้านกาแฟเล็กๆ บ้างก็เลือกที่จะเดินชมสินค้าตามถนนคนเดิน ที่ให้อารมณ์และบรรยากาศที่แตกต่างไปจากถนนคนเดินในเชียงใหม่ ด้วยที่เชียงใหม่มุ่งเน้นที่ศิลปะและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ส่วนที่ปายจะเป็นเรื่องของงานศิลปะและงานแฮนด์เมด จากกลุ่มศิลปินที่รวมตัวกันอยู่ที่ปายเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ โปสการ์ด ภาพถ่าย ที่เป็นผลงานของตัวเอง และคนขายก็มีมิตรไมตรีที่น่ารักมาก จนอดใจไม่ไหวต้องควักสตางค์ออกมาซื้อรูปถ่ายที่โดนใจไปหลายใบ ที่น่ารักสุดๆ ก็คือ ทุกคนที่มาขายของ แม้จะวางแบกะดิน แต่ดูเหมือนไม่ได้มาขายของ หากแต่มารวมตัวกันพูดคุญเรื่องงานศิลปะและทักทายนักท่องเที่ยวเสียมากกว่ามากกว่า ฉันสนใจเรื่องถ่ายภาพ คนขายสาวที่ฉันอุดหนุนโปสการ์ดก็กุลีกุจอช่วยแนะนำเทคนิคเบื่องต้นของการถ่ายภาพให้สวยแบบมืออาชีพ แล้งยังเชื้อเชิญให้ไปแวะเยือนร้านเล็กเล็กของเธอที่ทางไปวัดแม่เย็น เพื่อนั่งเล่น นอนเล่น ดื่มกาแฟ อ่านหนังสือที่ชอบได้ตามสะดวก แตเนื่องจากเวลาน้อยฉันเลยไม่อาจรับคำเชื้อเชิญนี้ได้ ต้องขอตัวเป็นวันข้างหน้าหากได้กลับมาเยือนเมืองแห่งนี้อีกครั้ง .. ภาพบรรยากาศที่เป็นมิตรอย่างนี้ คงหาที่อื่นไม่ได้ หากไม่ใช่ที่ปาย เดินไป ทักทายผู้คนไปจนเหนื่อย ฉันจึงไปแวะพักที่ร้านกาแฟเล็กๆน่ารักร้านหนึ่งบนถนนคนเดิน ความน่ารักของร้านนี้อยู่ที่การดัดแปลงรถโฟล์คตู้กระป๋องสีชมพูเปิดด้านข้างให้เป็นร้านขายกาแฟ น้ำผลไม้ปั่นหลายสุตรหลายรส เค็กขนาดพอเหมาะไม่เล็กไม่ใหญ่ รสชาดอร่อย โดยมีที่นั่งสำหรับลูกค้าเป็นสตูลทรงสูงข้างๆรถนั่นเอง เดิมร้านนี้ขายแฮมเบอร์เกอร์ที่ชื่อเสียงระบือไปไกล ที่ผู้ใดมาที่ปายต้องหาเวลาไปนั่งกินเบอร์เกอร์การันตีรสชาดแบบซานฟรานซิสโกแท้ๆ ที่ขนมปังนุ่มๆผสมกลิ่นหอมของเนื้อหทักเองของที่นี่ เดี๋ยวนี้ร้านนี้ไม่เสริฟเบอร์เกออร์แล้วค่ะ เพราะคนติดใจกันมากจนเจ้าของร้านทั้งสองทำไม่ไหว เมื่อนาฬิกาล่วงเข้าสู่ช่วงกลางคืน .. สำหรับคุณที่ยังนอนไม่หลับในปาย กระตือรือร้นที่จะค้นหาบางสิ่ง และมีดนตรีในหัวใจ มีสถานที่หลายแห่งที่เป็นตัวเลือก .. แต่ที่อยู่ในลำดับต้นๆคือ Be Bop โรงบ่มดนตรีที่ไร้พรมแดน ที่เจ้าของเป็นคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู๋ในออสเตรเลียมากว่า 20 ปี ได้นำเอาดนตรีร็อคที่เต้นได้ แบบ Disco Rock & Roll ในแบบที่เขาชื่นชอบเข้ามาที่ปาย ด้วยบรรยากาศย้อนยุคในอาคารไม้เก่าๆ แต่ไอเดียด้านดนตรีไม่เก่าตาม ที่นี่เน้นรสชาดดนตรีแบบเล่นสด จัดจ้านในฝีมือของนักดนตรีทั้งมืออาชีพ และสมัครเล่นและจากหลายๆชาติ ทุกจังหวะที่นักดนตรีใส่อารมณ์ลงไปในเพลง เร่งให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นทนไม่ไหว ต้องลุกออกมาขยับตัวตามจัหวะ ทั้ง Reggae Funk Rock&Roll Jazz ถูกรวมเอาไว้ที่นี่ ไม่แบ่งแยกว่าคุณคือคอเพลงแบบไหน Groove Yard คลับเล็กๆที่เขียนคอนเซ็บเก่าๆเอาไว้ว่า เป็นพื้นที่สำหรับนักดนตรีและนักเดินทางที่หมุนเวียนกันเข้ามาที่เมืองแห่งนี้ ได้แลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมแสดงความคิดเห็นในเรื่องเพลง ดนตรี และความเป็นไปในเมืองนี้ แม้เจ้าของจะเป็นคนเดียวกับ Be Bop และระยะห่างกันแค่ 10 เมตร แต่ Groove Yard ก็แตกต่างทั้งดีไซด์และดนตรี ว่ากันว่า หาก Be Bop คือคุณลุงที่ยังมีไฟและยังสนุกกับเสียงเพลง Groove Yard ก็คือคนรุ่นหลานที่เก็บจุดเด่นขอลศิลปะและแนวเพลงต่างๆมาผสมกันกลายเป็นคอนเซ็ปของศิลปะที่มีเอกลักษณ์ คลับเก๋ๆแห่งนี้อาจจะดูเหมือนเน้นที่เสียงของดนตรี หากแต่ใส่รายละเอียดของอาร์ตในรูปต่างๆที่อยู่รอบๆตัว ไม่ว่าจะเป็น Light Art รูปไมโครโฟน หรือลายกราฟฟิคจากศิลปินชั้นครู ที่มาสร้างสรรผลงานกันที่นี่ จนทำให้คลับแห่งนี้โดดเด่นในดีไซด์แต่สื่อถึงดนตรีได้อย่างลงตัว
*** ขอบคุณนิตยสาร NOW สำหรับภาพและเรื่องของ Be Bop และ Groove Yard |