
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |
พิมพ์หน้านี้
|
เกาะสีชัง .. เขาพระจุลจอมเกล้า (2) รอยพระพุทธบาทจำลอง .. ประดิษฐานอยู่ ณ ไหล่คยาศิระ ไหล่เขาของยอดพระจุลจอมเกล้า เป็นรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ อัญเชิญมาจากตำบลพุทธคยา ประเทศอินเดีย การขึ้นมายังสถานที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท .. ต้องเดินขึ้นบันไดมายังวัดเจ้าพ่อเขาใหญ่ก่อน .. แล้วเดินต่อขึ้นไปยังสถานที่ประดิษฐานองค์พระสังกัจจายส์ หลังจากจุดธูปเทียนบูชาเสร็จ .. แวะกราบที่วิหารโยคี .. ความสูง ณ ตอนนี้ อยู่ที่ประมาณ หนึ่งในสามของความสูงทั้งหมดของยอดเขา .. วิวของเมืองสวยงาม เมื่อมองจากด้านบน ก่อนจะเดินขึ้นเขาต่อไปด้วยบันไดปูนที่ค่อนข้างสูงชันตาม Slope ของภูเขา .. หากเหนื่อยนัก ก็หยุดพักให้พอหายเหนื่อ...แข็งใจอีกนิดค่ะ .. ทางสวรรค์รออยู่ด้านบน โหย ... ยังไม่ถึงอีกหรือนี่ ... หมดแรงแล้ว .. อดทนอีกนิดค่ะ .. ความงาม .. ตามทางเดินสู่สรวงสวรรค์ .. ทัศนียภาพในมุมสูง... ณ ความสูง 2 เท่าของวัดเจ้าพ่อเขาใหญ่ .. ปลายสุดท้ายของขั้นบันได ... มีหินที่ก่อเรียงคล้ายองค์เจดีย์ตั้งอยู่ .. ไม่ทราบที่มาของการสร้างและเหตุผลที่สร้าง .. ถามลุงเจ้าของรถสกายแล๊ป .. ได้ความว่า .. น่าจะเป็นเจดีย์ที่เจ้าอาวาสองค์แรกของวัดจุฑาทิพย์ธรรมสภารามวรวิหารแนผู้ดำริให้สร้าง .. หากมีข้อมูลที่แตกต่าง โปรดช่วยบอกด้วยค่ะ ... เดินตามทางที่นำไปสู่บันไดขี้นเขาอีกหลายขั้นบันได ..ด้านขวามือของบันไดปูนที่นำไปยังรอยพระพุทธบาทจำลอง .. มีระฆังใบขนาดย่อมๆ แขวนอยู่ ให้ผู้ที่มาเยือนตีระฆัง .. อันเป็นสัญญลักษณ์ว่าได้ขึ้นมาถึงแดนสวรรค์นี้แล้ว .. ทิวทัศน์ของเกาะ .. มองจากที่ตั้งของระฆัง เจดีย์ที่เห็นเมื่อครู่นี้ค่ะ ... ด้านซ้ายมือของระฆัง .. เป็นที่ตั้งของรอยพระพุทธบาทจำลอง .. มีร่องรอยให้เห็นความศรัทธาของผู้มาเยือน .. ทองคำเปลวเหลืออร่ามเต็มรอยพระพุทธบาทจำลองอันนี้.. มีพระพุทธรูป อยู่ในบริเวณเดียวกันด้วยค่ะ .. ดอกไม้สีสวย โดดเดี่ยวแต่ไม่เดียวดาย .. ถึงเป็นดอกไม้ริมทางที่เปรียบกับคนแล้วดูไม่ค่อยมีค่า แต่ดอกไม้บนไหล่คยาศิระนั้นมีค่ามากอเนกอนันต์ เทศกาลสักการะรอยพระพุทธบาท จัดขึ้นกลางเดือน 3 ของทุกปี ยอดพระจุลจอมเกล้า .. ถัดจากรอยพระพุทธบาทจำลอง มีป้ายบอกทางขึ้นไปที่ยอดพระจุลจอมเกล้า ที่เรียกว่า ไหล่คยาศิระ .. จากจุดนี้ไม่มีทางที่ถูกแผ้วถางเป็นรอยทางไว้เป็นตัวเลือกในการปีนเขา .. เส้นทางขึ้นเป็นเขาค่อนข้างสูงชัน .. หินคมมาก และมีต้นไม้ขนาดไม่ใหญ่นักขึ้นกระจายท่ามกลางเถาวัลย์ที่ขึ้นระเกะระกะอยู่หนาแน่น พร้อมกับพืชจำพวกที่ดอกหรือผลคอยจะมาติดเกาะตามเสื้อผ้า หรือแข้งขาอยู่ร่ำไป .. เราต้องคอยปัดหรือหักกิ่งไม้เล็กๆลง เพื่อขอเป็นทางที่จะปีนขึ้นต่อไป.. การปีนต้องระมัดระวังมากๆ .. ควรเตรียมเรื่องรองเท้าและการแต่งกายให้เหมาะสม เพื่อความปลอดภัย .. วันที่ไปปีนเขาลูกนี้ ไม่ได้เตรียมตัว เตรียมใจไปพบกับสภาพดังกล่าว เลยไม่ปลอดภัยเท่าที่ควร .. หินบางก้อนไม่ได้ฝังตัวแน่น เวลาจะก้าวเท้าเหยียบต้องระวังมากๆ ..เจองูตัวหนึ่งด้วยค่ะ แต่หลังจากทักทายกัน ..เราตัดสินใจที่จะไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกันค่ะ .. ต่างใช้ Converse ทางใครทางมันค่ะ J ณ จุดที่ความสูงเป็น 3 เท่าของความสูงของวัดเจ้าพ่อเขาใหญ่ .. เป็นยอดที่สูงที่สุดของเขาแห่งจุลจอมเกล้า และเป็นที่ตั้งของเสาธงอัษฎางค์ และศิลาจารึกพระบรมนามาภิไธย จ จ จ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2434 เป็นบริเวณที่สามารถชมทิวทัศน์เกาะสีชังได้โดยรอบ ผิดหวังเล็กๆ .. กับเสาธง และการปฏิบัติต่อสถานที่ที่เป็นที่ตั้งของศิลาจารึกพระปรมาภิไธย .. สถานที่ที่สำคัญเยี่ยงนี้ น่าจะดูดีกว่าที่เห็นในวันที่ไปเยือน .. เป็นที่ที่เห็นแล้วเศร้าอีกแล้วค่ะ ... หลังจากถ่ายรูปท่ามกลางความร้อนจัดจากแสงแดด เนื่องจากบนลานโล่งที่ยอดพระจุลจอมเกล้าไม่มีที่หลบพักจากความร้อนได้ .. เราสำรวจพบบันไดที่นำลงมานั่งพักด้านข้าง .. แต่เมื่อโทรศัพท์ถามลุงที่รออยู่เชิงเขา.. ไม่มีทางเลือกค่ะ ต้องปีนลงมาทางเดิม.. วิวของเมืองถ่ายจากที่สูง .. ลุงสกายแล๊ปเล่าว่า .. เมื่อกว่าร้อยปีที่แล้ว จะมีหน่วยทหารขึ้นไปเฝ้าดูเรือที่ผ่านเข้าออกในบริเวณนี้ และจะส่งสัญญาณธงมาที่หน่วยทหารด้านล่าง .. ไม่แน่ใจว่าส่งสัญญาณกันด้วยวิธีไหน .. รู้แต่ว่าหากป็นสมัยนี้ ก็คงใช้วิทยุสื่อสาร หรือโทรศัพท์มือถือเป็นตัวช่วยค่ะ ..
|