|
March 12, 2008
สุดทะเลตะวันออกที่ เกาะกูด เกาะงาม-น้ำใส-ทะเลสวย 
ลมหนาวโรยรา ลมร้อนเริ่มมาเยือน เป็นสัญญาณเตือนถึงผู้นิยมทะเลว่า ร้อนนี้น่าที่จะวันว่างไปพักผ่อน คลายร้อน เที่ยวทะเลไทยให้ชุ่มปอดชื่นใจกัน ซึ่งแม้ว่าบางช่วงฟ้าฝนจะไม่เป็นใจ โปรยปรายลงมาให้เปียกปอนกัน แต่ฤดูนี้เห็นจะไม่มีที่เที่ยวที่ไหนเหมาะเท่าทะเลอีกแล้ว ว่าแล้ว ผู้จัดการท่องเที่ยวจึงเก็บเสื้อผ้ายัดใส่เป้ใบเก่ง สวมรองเท้าคู่เก่า คว้ากล้องตัวเก่ง เสื้อ-กางเกงตัวเก๋า ออกเดินทางสู่อ่าวไทยมุ่งหน้าสู่เกาะกูด แห่งท้องทะเลตราดในทันที เกาะกูด ถือเป็นเกาะใหญ่อันดับ 4 ของไทย รองจาก เกาะภูเก็ต เกาะช้าง และเกาะสมุย เพิ่งได้รับการยกฐานะจากกิ่งอำเภอให้เป็นอำเภอเมื่อไม่นานมานี้ 
ด้วยความที่อยู่ไกลจากฝั่งเพราะเป็นเกาะสุดท้ายแห่งทะเลไทยด้านทิศตะวันออกที่หากเลยไปก็จะเป็นน่านน้ำเขมร เกาะกูดในวันนี้จึงคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก มีทะเลสวย น้ำใส แถมยังมีความสงบและมีความเป็นส่วนตัวสูง ต่างออกไปจากเกาะช้างที่มากไปด้วยแสงสีและความพลุกพล่าน ไม่เพียงเท่านั้นบนเกาะกูดยังมีน้ำจืดค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะป่าต้นน้ำยังดีอยู่ จึงมีลำธารและลำคลองหลายสาย แถมคลองบางสายน้ำงี้ใสแจ๋ว ซึ่งเหมาะแก่การพายเรือคายัคชมทิวทัศน์ทั้งชมคลอง และชมท้องทะเล เพราะบนเกาะยังมีป่าชายเลน ป่าบก และป่าชายหาดให้ชมกันอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย 
นอกจากนี้บนเกาะยังมีน้ำตกอีกหลายสาย โดยมีน้ำตกคลองเจ้าเป็นน้ำตกขึ้นชื่อ อีกทั้งยังเป็นน้ำตกที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประพาสเมื่อปี พ.ศ.2454 และทรงพระราชทานนามน้ำตกแห่งนี้ว่า น้ำตกอนัมก๊ก เพื่อเป็นที่ระลึกแก่องค์เชียงสือ กษัตริย์ญวนผู้ก่อตั้งราชวงศ์เหงียนขึ้นเป็นราชวงศ์สุดท้ายของเวียดนามที่เคยเข้ามาลี้ภัยการจลาจลตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 1 น้ำตกคลองเจ้า เป็นน้ำตก 3 ชั้น มีน้ำใสไหลเย็นตลอดทั้งปี ซึ่งแน่นอนว่าในหน้าแล้งอย่างนี้น้ำตกคลองเจ้าย่อมมีน้ำน้อยเป็นธรรมดาตามวิถีของน้ำตก แต่ก็ยังสามารถลงไปแหวกว่ายเล่นน้ำได้อย่างสบายตัว แต่สำหรับผู้จัดการท่องเที่ยวแล้ว น้ำตกบนเกาะกูดในทริปนี้ ดูเหมือนจะเป็นเพียงดาราประกอบเท่านั้น เพราะเมื่อมาเที่ยวเกาะทั้งที ดารานำย่อมต้องหนีไม่พ้นน้ำทะเลอันใสสวยของเกาะกูดที่ใสแจ๋วแหววราวกระจก โดยเฉพาะน้ำทะเลชายฝั่งนี่สามารถมองลงไปเห็นพื้นทราย โขดหิน และปลาที่แหวกว่ายได้เป็นอย่างดี 
ขณะที่หาดทราย ชายหาด รวมถึงแหลมและอ่าวต่างๆนั้น บนเกาะกูดก็มีให้เลือกเที่ยวเลือกเล่นน้ำกันอยู่หลายจุดด้วยกัน ซึ่ง ผู้จัดการท่องเที่ยวขอไล่เรียงหาดและอ่าวเด่นๆจากทางฟากฝั่งตะวันตกก่อน(ไล่จากทิศใต้ขึ้นเหนือ) เริ่มจากอ่าวพร้าว อ่าวสุดท้ายใต้สุดของเกาะกูดอันร่มรื่น อ่าวนี้ มีชายหาดขาว โค้งเว้า ยาวประมาณ 800 เมตร มีน้ำทะเลสวยใส ไม่ไกลจากบริเวณชายหาดเป็น วัดอ่าวพร้าว ที่ประดิษฐานของรูปปั้นกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บิดาแห่งกองทัพเรือไทย และวิหารหลวงพ่อดำที่ชาวเกาะกูดต่างให้ความนับถือ จากนั้นถัดไปเป็นหาดบางเบ้า ที่ชื่อเหมือนบ้านบางเบ้าที่เกาะช้าง หาดนี้ค่อนข้างสงบ มีหาดทรายเล็กๆให้เล่นน้ำ พวกฝรั่งซำเหมาที่ชอบเที่ยวราคาประหยัดนิยมมาพักกันที่นี่ 
และเมื่อเดินทางจากหาดบางเบ้าขึ้นไปทางเหนือจะเป็นหาดงามโขหรือหาดง่ามโข่ เป็นหาดทรายขาวสวยสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ ที่นี่มีที่พักหลายแห่งปลูกสร้างอยู่ติดๆกัน ด้านบนของหาดงามโขเต็มไปด้วยสวนมะพร้าวอาชีพดั้งเดิมของชาวเกาะกูดที่ปัจจุบันสวนมะพร้าวบนเกาะกูดลดปริมาณลงไปมาก เพราะสวนถูกขายไปรีสอร์ท บังกะโล ที่พัก ในขณะที่ชาวเกาะกูดสวนหนึ่งก็วางมะพร้าว หันไปทำงานที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ยิ่งมะพร้าวราคาตกต่ำ สวนมะพร้าวก็ยิ่งถูกทิ้งร้างและถูกตัดขายมากขึ้น ส่วนอาชีพประมงที่เคยเป็นอาชีพหลักวันนี้ก็ยังพ่ายแพ้ต่ออาชีพทางการท่องเที่ยวที่นับวันยิ่งมายิ่งรุกคืบเกาะกูดมากขึ้นเรื่อยๆ ขึ้นเหนืออีกไปไม่ไกลจะเป็นหาดคลองเจ้า หาดอันดับ 1 ของเกาะกูด ที่เป็นหาดยาวขาวเนียน ค่อยเทๆลาดลงสู่ทะเลที่มีน้ำใสสวย น่าลงแหวกว่ายเล่นน้ำเป็นยิ่งนัก 
บริเวณหาดคลองเจ้าถือว่ามีรีสอร์ทที่พักปลูกสร้างอยู่ค่อนข้างมาก โดยบนเกาะกูดมีกฎ 1 ที่พัก 1 สะพาน นั่นก็คือ ที่พักแต่ละแห่งสามารถสร้างสะพานเทียบเรือขนาดเล็กได้ 1 สะพาน ซึ่งสะพานเหล่านี้ถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์บนเกาะกูด เพราะบางสะพานสร้างอย่างเรียบง่าย บางสะพานดีไซน์อย่างกิ๊บเก๋ ส่วนบางสะพานก็ดูโยกเยกน่าเสียวไส้ว่าจะพังมิพังแหล่ ถัดหาดคลองเจ้าขึ้นไปอีก มีหาดที่ชื่อฟังแล้วชวนสยึยกึ๋ยไม่น้อยนั่นก็คือ หาดยายกี๋หรือหาดคลองยายกี๋ ที่หลายคนเมื่อได้ยินชื่อหาดนี้แล้วเผลอผวนตามก็ถึงกับสะดุ้ง พร้อมอดสงสัยไม่ได้ว่า 
เอ...ยายกี๋นี่เป็นอะไรกับยายกาดหว่า??? เรื่องนี้ ผู้จัดการท่องเที่ยว ไม่รู้เจงๆ รู้แต่ว่า ชื่อคลอง ชื่อหาด หรือชื่อแหลมบนเกาะกูดหลายๆแห่งมักจะมีชื่อตา ชื่อยาย เข้าไปเกี่ยวข้อง อาทิ แหลมตาต๊วย อ่าวตาโป้ย อ่าวตาอู๋ อ่าวตาติ๊น อ่าวยายเกิด อ่าวยายนาง นอกจากนี้ชื่อคลอง ชื่อหาด หรือชื่อแหลม รวมถึงชื่อน้ำตกที่อยู่ในบริเวณเดียวกันก็จะเป็นชื่อเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น หาดคลองเจ้า อ่าวคลองเจ้า และน้ำตกคลองเจ้า หรือน้ำตกคลองยายกี๋ คลองยายกี๋ อ่าวยายกี๋ หาดยายกี๋ ซึ่งนี่ถือเป็นเสน่ห์เล็กๆน้อยๆจากชื่อสถานที่บนเกาะกูด ที่เมื่อเราฟังแล้วก็ได้แต่ร้องเพลง ไม่เอาน่า อย่าคิดมาก ไม่เอาน่า อย่าคิดไปกันใหญ่เพราะก่อนที่จะคิดผวนเตลิดเปิดเปิงออกทะเลไปถึงฝั่งเขมร บนเกาะกูดฟากฝั่งตะวันออกยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจเด่นๆให้เที่ยวชมกันอีกจำนวนหนึ่ง(ไล่จากทิศใต้ขึ้นเหนือเหมือนเดิม) 
โดยผู้จัดการท่องเที่ยวขอเริ่มที่ อ่าวจาก อ่าวนี้มีหาดทรายขาวเนียนยาวประมาณ 500 เมตรให้เล่นน้ำ อาบแดด ก่อปราสาททราย ถือเป็นอีกจุดหนึ่งบนเกาะที่สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นได้สวยงาม จากอ่าวจากอย่าเพิ่งจากไปไหน เพราะหากขึ้นไปทางเหนือก็จะเป็นอ่าวใหญ่หรืออ่าวหินใหญ่ อันเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวประมง ที่มีผลผลิตจากท้องทะเล และน้ำปลาชั้นดีให้เลือกซื้อติดมือเป็นของฝาก นอกจากนี้อ่าวจากเป็นที่ตั้งของศาลหลวงพ่อดำที่ชาวเกาะกูดเคารพบูชา จากนั้นก็จะเป็นอ่าวกล้วย อ่าวเล็กๆสวยงาม และไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งปลูกสร้าง จากนั้นก็จะเป็นอ่าวกล้วย อ่าวกล้วย อ่าวเล็กๆแต่สวยงาม และยังไร้ซึ่งวี่แววของสิ่งปลูกสร้าง ถัดอ่าวกล้วยขึ้นไปเป็นอ่าวยายเกิด ที่เป็นหาดทรายขาวรูปโค้งครึ่งวงกลม ยาวประมาณ 800 เมตร โดยมีแหลมอ่าวยายเกิดเป็นจุดดำน้ำที่อยู่ไม่ไกลกัน 
ครั้นเมื่อขึ้นเหนือไปอีกก็จะเป็นแหลมอ่าวสลัด และเลยไปก็จะเป็นอ่าวสลัด อันเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวประมงหมู่บ้านอ่าวสลัดที่แม้วันนี้เกาะกูดจะถูกรุกจากภาคการท่องเที่ยว แต่ที่นี่ก็ยังคงมีวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านให้เห็นอยู่ทั่วไป ทั้งเรือประมงที่จอดเรียงราย บ้านเรือนชาวประมงที่ปลูกสร้างอย่างเรียบง่าย การเลี้ยงปู ปลาในกระชัง ไม่เพียงเท่านั้นที่บ้านอ่าวสลัดยังเป็นแหล่งขายอาหารทะเลสดๆแหล่งใหญ่ชั้นดีของเกาะกูด ที่มีกุ้ง หอย ปู ปลา ให้เลือกซื้อกันเพียบ หรือใครที่อยากจะมากินอาหารทะเลสดๆที่นี่ เขาก็มีร้านอาหารของชาวบ้านในราคาเยาไว้บริการ ส่วนถ้าใครที่ชอบวิถีชีวิตพื้นบ้านอันมากไปด้วยเสน่ห์สีสันแบบนี้ก็สามารถติดต่อพักค้างแบบโฮมสเตย์ที่หมู่บ้านแห่งนี้ได้ หรือจะซื้อเป็นแพ็คเกจเที่ยวเกาะกูด นอนโฮมสเตย์ 3 วัน 2 คืน เหมือนตามรีสอร์ททั่วไปแต่ราคาถูกกว่าหลายตังค์ที่นี่ก็มีบริการ 
มีแต่คนต่างถิ่น นายทุนมากอบโกยจากเกาะกูด แถมส่วนใหญ่ยังขายทัวร์กันในราคาแพงๆ เพราะบางทัวร์ต้องหักค่านายหน้าด้วย ผมกับลูกบ้านจึงคิดว่าขอลองทำทัวร์เองบ้าน เพื่อให้เงินตกถึงมือชาวเกาะกูดจริงๆ ผู้ใหญ่นวลแห่งบ้านอ่าวสลัดบอกกับเรา ก่อนจะเล่าต่อว่า แม้จะไม่ใช่พวกทำทัวร์มืออาชีพ แต่ที่นี่จะเน้นความจริงใจเป็นกันเองและราคาที่ถูกกว่าเป็นหลัก ส่วนที่หลับที่นอนแม้เราจะสู้พวกโรงแรม รีสอร์ท ไม่ได้ แต่ผู้ใหญ่ก็เอาเรื่องของอาหารเข้าสู้ เพราะที่นี่มีอาหารสดๆให้เลือกกินกันอย่างเต็มที่ เรียกว่า นอนแบบบ้านๆ แต่กินอาหารแบบเจ้าสัวทีเดียว ซึ่งถึงแม้ว่าผู้จัดการท่องเที่ยวจะยังไม่เคยมีโอกาสมาค้างแบบโฮมสเตย์ที่นี่ แต่จากการที่ได้มาเที่ยวชมหมู่บ้านและได้หม่ำอาหารทะเสดๆที่นี่ เราก็ขอสนับสนุนและส่งเสริมแนวคิดของผู้ใหญ่นวล และขอให้หมู่บ้านนี้เป็นชุมชนเข้มแข็งไม่หลงระเริงไปกับธุรกิจท่องเที่ยวที่รุมเร้าจนซวนเซเสียศูนย์ หมดสิ้นวิถีอันดีงามของชุมชนเหมือนกับบางชุมชนในต่างพื้นที่ เพราะทุกวันนี้ทะเลและเกาะต่างๆส่วนใหญ่ในบ้านเราถูกทุนต่างถิ่นรุกคืบกลืนกินไปเกือบหมดแล้ว 
สำหรับที่เกาะกูด แม้วันนี้จะยังคงดูสงบงาม แต่ในสายตาของ ผู้จัดการท่องเที่ยว เกาะแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่เฝ้าระวังทางการท่องเที่ยว ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เนื่องมาจากการที่เกาะช้างเริ่มล้น เริ่มโทรม และเริ่มเน่า(ในสายตาบางคน) เกาะกูดจึงเป็นเป้าหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวและนักลงทุน ที่จะแห่กันไปยังที่นั่น ซึ่งหากระบบการจัดการเกาะกูดขององค์กรท้องถิ่น ภาครัฐ เอกชน(นักลงทุน)ในเกาะกูด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ทำงานกันอย่างไม่เป็นโล้เป็นพาย พัฒนาเกาะกูดแบบไร้ทิศทาง อีกทั้งปล่อยให้ทุนต่างถิ่นสามานย์ที่มุ่งเน้นกำไรสูงสุดเป็นหลักใหญ่โดยไม่ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชน ในวันหนึ่งข้างหน้าเกาะกูดที่ยังดูดีในวันนี้ อาจจะดูแย่ในวันหน้าก็เป็นได้ เพราะตัวอย่างนั้นมีให้เห็นแล้ว จากเกาะช้างรุ่นพี่ที่อยู่ไม่ไกลกันนั่นเอง!?! 
*** ขอบคุณบทความจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9510000030368 นำ Link มาฝากโดย Mr. Tote .. ขอบคุณค่ะ

ไปเที่ยวเกาะกูด ก่อนที่เกาะกูดจะแปรเปลี่ยนไปนะคะ
|