| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
May 07, 2008 สุสานโฮจิมินห์ (Lang Chu Tich Ho Chi Minh / Ho Chi Minh Mausoleum) สุสานโอจิมินห์ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ที่ถนนเดียนเบียนฟู (Dien Bien Phu) [ริเวณจัตุรัสบาร์ดิงห์ (Ba Dinh) ซึ่งเป็นลานกว้าง มีธงสีแดงสดที่มีดาวสีเหลืองตรงกลางโบกสะบัดอยู่บนเสาธงสูง และมีตึกสี่เหลี่ยมมหึมาอยู่ตรงกลาง
สุสานแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2516 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2518 ตัวอาคารสุสานดูอลังการ สะดุดตาด้วยสีเทาล้วนของหินอ่อนและหินแกรนิตและไม้เนื้อดีจากทั่วประเทศ เป็นอาคารที่โดดเด่นและสง่างามมาก โดยมีชื่อเรียกในภาษาเวียดนามว่า จู่ติกโฮจิมินห์ (Lang Chu Tich Ho Chi Minh) .. หรือสุสานของโฮจิมินห์ ..
ที่จัตุรัสบาร์ดิงห์นี่เองที่โฮจิมินห์ได้อ่านคำประกาศอิสรภาพของประเทศเวียดนาม ในวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2488 และอีก 34 ปีต่อมา ในวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2512 วันเดียวกันนั้นยังเป็นวันเสียชีวิตของโฮจิมิยห์อีกด้วย .. แม้ว่าจะได้ถูกประกาศอย่างเป็นทางการว่า เป็นวันที่ 3 มาเป็นเวลาหลายปี เนื่องจากรัฐบาลไม่ต้องการทำลายบรรยากาศการเฉลิมฉลองวันชาติที่มีในวันก่อนหน้านั้น
ไกด์เล่าว่าสุสานแห่งนี้มักจะปิดเป็นเวลา 3 เดือนในฤดูใบไม้ร่วง เพื่อให้ศพลุงโฮได้พัก และรับการดูแล ซ่อมบำรุง เดิมต้องส่งร่างของท่านไปรับการทำความสะอาดและดูแลที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำเรื่องนี้มาก่อนจากร่างของเลนินและสตาลิน แต่ปัจจุบันแพทย์ของเวียดนามสามารถทำเรื่องการดูแลรักษาร่างของลุงโฮได้เอง ทำให้ร่างของลุงโฮไม่ต้องเสี่ยงต่อการบุบสลายจากการเคลื่อนย้ายอีกต่อไป
คุณอ๊าว .. ไกด์ของเรา เล่าให้ฟังว่าก่อนที่ลุงโฮจะเสียชีวิต ท่านได้ทำพินัยกรรมระบุให้ทำการเผาศพของท่านเมื่อท่านเสียชีวิตลง แล้วให้นำเถ้ากระดูกไปโปรยทั่วทุกภูมิภาคของเวียดนาม เมื่อลุงโฮเสียชีวิตลง คณะกรรมการของพรรคฯ ได้ลงมติให้เก็บรักษาร่างของลุงโฮเอาไว้ เพื่อให้ประชาชนเวียดนามได้เข้ามาคารวะ เพื่อระลึกถึงวีระบุรุษของพวกเขา ฟังแล้วให้คิดถึงเรื่องราวของนักการเมืองที่บ้านเรา จะมีนักการเมืองสักคนไหมหนอที่เสียสละ และต่อสู่เพื่อแระเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริงเช่นลุงโฮของชาวเวียดนาม น่ากลัวจะเป็นความฝันที่ยากที่จะเป็นความจริงเสียมากกว่า
ร่างของลุงโฮได้รับการเข้าเยี่ยมคารวะจากผู้มาเยือน ทั้งแขกของรัฐบาล คณะบุคคลต่างๆ วันละหลายพันคน ที่น่าสนใจคือผู้เข้าเยี่ยมคารวะส่วนมากจะเป็นชาวเวียดนามเอง ที่เดินทางมาจากทุกภูมิภาค ... ทุกคนเข้าแถวเรียงกันยาวเหยียด และก้าวเดินอย่างสงบตามทางที่จัดไว้ให้อย่างเป็นระเบียบ
น้ำพุในบริเวณอาคารอำนวยการ และเรื่องราวการต่อสู้เพื่อเอกราชและการรวมชาติของชาวเวียดนามในอดีต ที่ทางการเวียดนามจัดไว้ให้ดู ระหว่างที่ยืนรอในแถว
พิธีเข้าเยี่ยมสุสานลุงโฮอย่างเป็นทางการ จากประมุขของประเทศต่างๆ และบุคคลสำคัญ องค์กรระหว่างประเทศ และคณะบุคคล .. ภาพด้านล่างเป็นภาพที่จัดแสดงเอาไว้ให้ผู้สนใจดูค่ะ ไม่ได้ถ่ายเอง
การเข้าเยี่ยมคารวะร่างของลุงโฮ ทุกคนต้องเดินไปเรื่อยๆ ห้ามหยุด และห้ามถ่ายรูป เราต้องฝากกล้อง โทรศัพท์ และสัมภาระต่างๆไว้กับไกด์หลังจากที่สิ่งของทุกอย่างผ่านการตรวจเอ็กเรย์จากเครื่องแสกนเนอร์แล้ว ภายในสุสานเก็บศพอาบน้ำยาของลุงโฮ อดีตประธานาธิบดีของเวียดนาม ปกติจะเปิดให้ประชาชนเข้าเยี่ยมลุงโฮตั้งแต่เช้า จนถึงเวลา 11 โมง เพื่อให้คนทั่วไปได้รู้จักผู้นำประเทศที่แข็งแกร่ง ร่างของลุงโฮ ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในโลงแก้ว มีทหารในชุดเครื่องแบบสีขาวเต็มยศ ยืนประจำการอยู่ทั้งสี่มุม เหมือนคอยอยู่เป็นเพื่อนร่างที่หลับสนนิทตลอดกาลของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขา .. เมื่อเรามองไปที่ร่างท่าน จะเห็นชายผู้เป็นวีระบุรุษผู้ทำการรวมชาติเวียดนามในชุดแต่งกายชายเวียดนามดั้งเดิมสีคล้ำ มีผ้าสีดำคลุมจากปลายเท้าขึ้นมาถึงหน้าอก .. เหมือนลุงโฮกำลังนอนหลับสนิท .. บรรยากาศรอบๆตัวดูศักสิทธิ์ สัมผัสได้ถึงสายตาที่แสดงความชื่นชม กระแสจิตของชาวเวียดนาม เพื่อนร่วมชาติของลุงที่ส่งไปยังร่างที่สงบนิ่งชั่วนิรันดร์ May your soul rest in peace forever .. uncle Ho
อีกด้านหนึ่งของจตุรัสบาร์ดิงห์เป็นที่ตั้งของที่ทำการพรรค และอีกด้านเป็นที่ตั้งของกระทรวงต่างประเทศ อาคารสีเหลืองมัสตาร์ดเข้มเช่นเคย ทั้งสองแห่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลเช่นกัน แสดงถึงอิทธิพลของสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส ที่ได้สร้างตึกรามบ้านช่องในแบบยุโรปคลาสสิกไว้ตามเมืองใหญ่แทบทุกเมืองในเวียดนาม
เวียดนามวันนี้ จึงมีความผสมผสานของทุกอย่าง ทั้งสิ่งก่อสร้าง ศาสนา วิถีชีวิต และอาหารการกินของหลายวัฒนธรรมในประเทศเดียว |