| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
May 18, 2008 มารู้จัก .. พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 และ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เมื่ออ่านประวัติศาสตร์เขมร มักจะพบชื่อกษัตริย์ที่ลงท้ายด้วยคำว่า วรมัน กันบ่อยๆ คำนี้มาจากภาษาสันสกฤตที่แปลว่า เสื้อเกราะ หรืออาจจะหมายความถึง การปกป้องรักษา ก็ได้ เช่น ชัยวรมัน หมายว่า มีชัยชนะคอยปกปักรักษา ส่วน สุริยวรมัน หมายถึง มีพระอาทิตย์เป็นผู้ปกป้อง สองชื่อนี้เป็นพระนามของ 2 กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เขมร
พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 (พ.ศ. 1656 - 1688) พระองค์ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์นักรบที่เข้มแข็ง ทรงปราบกบฏในอาณาจักรและแว่นแคว้นโดยรอบจนราบคาบ ยกเว้นเพียงอาณาจักรไดเวียดเท่านั้น ทรงขยายอาณาจักรเขมรโบราณไปกว้างใหญ่ยิ่งกว่ากษัตริย์องค์ก่อนๆ แต่ความยิ่งใหญ่ที่สุดของพระองค์คือ ทรงสร้างมหาปราสาทนครวัด ศาสนสถานที่สำคัญที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จัก เพื่ออุทิศให้แก่พระวิษณุเทพ ที่พระองค์ทรงนับถือ แทนไศวนิกายและพุทธมหายานตามกษัตริย์องค์ก่อนๆ แต่ปราสาทแห่งนี้ก็สร้างไม่เสร็จครบถ้วนตามพระประสงค์ในรัชสมัยของพระองค์
นอกจากนั้น พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ยังทรงสร้างศาสนสถานมหึมาอีกหลายแห่ง เช่น ปราสาทบึงมาลา ปราสาทพระพิธู ปราสาทเจ้าสายเทวดา ปราสาทบันทายสำเหร่ ปราสาทธัมมานน ซึ่งอยู่ในอาณาบริเวณพระนครหลวง อีกทั้งยังได้สร้างปราสาทวัดภู ในลาว เพิ่มเติมจากสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ด้วย
ตลอดรัชสมัยของพระองค์เต็มไปด้วยการศึกสงคราม ดังภาพสลักที่ปรากฏบนระเบียงปราสาทนครวัด เช่นการทำสงครามกับอาณาจักรไดเวียด อาณาจักรจามปา และการยกทัพเข้าโจมตีอาณาจักรไดเวียดครั้งที่ 2 นี่เอง พระองค์ทรงพระประชวรในระหว่างทาง และสวรรคตกลางป่า เชื่อว่าพระองค์อยู่ในราชสมบัตินานกว่า 50 ปี และได้ทรงฉลองพระนามภายหลังสวรรคตว่า ปรมวิษณุโลก
พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1724 - 1763) เจ้าชายวรมันเป็นโอรสของพระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2 ประสูติในระหว่างปี พ.ศ. 1663 1668 ทรงเสกสมรสตั้งแต่ทรงพระเยาว์กับเจ้าหญิงชัยราชเทวี สตรีที่มีบทบาทและอิทธิพลสำคัญที่สุดเหนือพระองค์ รวมทั้งโน้มนำให้พระองค์หันมานับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน
ราว พ.ศ. 1720 1721 พระเจ้าชัยอินทรวรมันแห่งอาณาจักรจามปา ทรงนำทัพจามบุกเข้าโจมตียโศธรปุระ กองทัพเรือจามบุกเข้าถึงโตนเลสาบ เผาเมือง และปล้นสะดมสมบัติกลับไปเป็นจำนวนมาก รวมทั้งจับพระเจ้าตรีภูวนาทิตวรมันประหารชีวิต เชื่อกันว่า การรุกรานเมืองยโศธปุระครั้งนั้น เจ้าชายวรมันได้วางเฉยยอมให้เมืองแตก จากนั้นพระองค์จึงกู้แผ่นดินขึ้นมาใหม่ โดยนำทัพสู้กับพวกจามนานถึง 4 ปี จนสามารถพิชิตกองเรือจามผู้เชี่ยวชาญการเดินเรือได้อย่างราบคาบ ในยุทธการทางเรือที่โตนเลสาบ
ปี พ.ศ. 1724 ยโศธปุระกลับสู่ความสงบ พระองค์ทรงปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ ทรงพระนามว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พร้อมกับบูรณปฏิสังขรณ์ราชธานีขึ้นมาใหม่ รู้จักกันในชื่อ เมืองพระนครหลวง หรือ นครธม หรือ นครใหญ่ และย้ายศูนย์กลางของราชธานีจากปราสาทปาปวนในลัทธิไศวนิกาย มายังปราสาทบายนที่สร้างขึ้นใหม่ ให้เป็นศาสนสถานในลัทธิมหายานแทน จากนั้นมา ศูนย์กลางแห่งอาณาจักรเขมรโบราณก็คือ ปราสาทบายน หรือนครธม
พระองค์ทรงสถาปนาคติ พระพุทธเจ้าที่ยังมีชีวิต หรือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรขึ้นมา ซึ่งหมายถึงตัวพระองค์เองคือพระโพธิสัตว์ที่เกิดมาเพื่อปัดเป่าทุกข์ภัยให้แก่ราษฎร ภาพสลักรูปใบหน้าที่ปรากฏตามปรางค์ในหลายปราสาทที่ทรงสร้างขึ้น เชื่อว่าคือใบหน้าของพระองค์ในภาคพระโฑธืฃิสัตว์อวโลกิเตศวรนั่นเอง
หลังจากสถาปนาศูนย์กลางอาณาจักรแล้ว พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จึงทรงแก้แค้นศตรูเก่าคืออาณาจักรจามปา ใน พ.ศ. 1733 กองทัพของพระองค์ก็สามารถยึดเมืองวิชัยยะ เมืองหลวงของจามปาได้
นอกเหนือจากการสงครามแล้ว พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้สร้างพุทธสถานไว้มากมาย เช่น ปราสาทบันทายคดี ปราสาทตาพรม ที่สร้างถวายพระมารดา ปราสาทพระขรรค์ สร้างถวายพระบิดา ปราสาทตาโสม ปราสาทนาคพัน ปราสาทบันทายฉมาร์
ในเขตประเทศไทยปัจจุบัน พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นผู้บูรณะปราสาทหินพิมายและปราสาทเขาพนมรุ้ง ให้เป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน
นอกจากนี้ พระองค์ยังโปรดให้สร้าง บ้านมีไฟ หรือที่พักคนเดินทาง ซึ่งก่อด้วยศิลา และจุดไฟไว้ตลอด ศาสตราจารย์ หลุยส์ ฟิโนต์ ผู้อำนวยการคนแรกของสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพาทิศ เรียกอาคารแบบนี้ว่า ธรรมศาลา จารึกที่ปราสาทพระขรรค์ กล่าวถึงที่พักคนเดินทางว่ามีจำนวน 121 แห่ง อยู่ตามทางเดินทั่วราชอาณาจักร และตามทางเดินไปเมืองต่างๆ ในจำนวนนั้น มี 17 แห่งอยู่ระหว่างการเดินจากเมืองพระนครไปยังเมืองพิมาย ซึ่งศาสตรจารย์ ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล พบว่าที่พักคนเดินทางเท่าที่ค้นพบแล้วมี 7 แห่ง แต่ละแห่งห่างกันประมาณ 12 15 กิโลเมตร .. เข้าใจว่าอาจารย์เจี๊ยบ ค้นพบเพิ่มเติมอีกหลายแห่ง
จารึกปราสาทพระขรรค์ระบุอีกว่า มีการสร้างโรงพยาบาล หรือที่จารึกเรียกว่า อโรคยาศาลา จำนวน 102 แห่ง กระจายอยู่ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งมีส่วนหนึ่งอยู่ในเขตประเทศไทย
พระองค์ปกครองอาณาจักรได้อย่างเบ็ดเสร๊จ ทั้งในทางโลกและทางธรรม อย่างที่ไม่เคยมีกษัตริย์พระองค์ใดเคยทำได้มาก่อน ทั้งก่อนและหลังยุคของพระองค์ พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสิ้นพระชนม์ในระหว่างปี พ.ศ. 1758 1762 เชื่อกันว่าทรงมีพระชนม์ชีพยืนยาวถึง 94 ปี ด้ฉลองพระนามหลังสวรรคตว่า มหาบรมสุคตะ หมายความว่า พระพุทธเจ้าผู้ยิ่งใหญ่
Note : ขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือคู่มือนำเที่ยวนครวัด นครธม |