| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
May 29, 2008 Sapa The amazing town in the mist (1) เดินทางด้วยรถไฟทั้งคืนจากฮานอยมาที่เมืองลาวไค หลังอาหารเช้าเราเดินทางต่อท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาตลอดเวลา .. ผ่านเทือกเขาน้อยใหญ่ ..
ถนนที่ลดเลี้ยวเคี้ยวคดมาพักใหญ่ รถมินิบัสก็พาเรามาถึงโรงแรมที่พัก คือ Sapa Hotel โรงแรมนี้เป็นโรงแรมในยุคแรกๆในซาปา ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ที่มีฉากของอีกฝากหนึ่งของถนนเป็นสวนดอกไม้ริมทะเลสาบสวยมาก ส่วนอีกฝากเป็นที่ตั้งของอาคารสไตล์ตะวันตกสวยคลาสสิกจริงๆ ..
สวนดอกไม้ฝั่งตรงข้ามโรงแรม ยามที่หมอกหนาเคลื่อนตัวลงมาปกคลุมผืนดิน
สวนดอกไม้แห่งเดียวกันในชั่วอึดใจต่อมา .. อารมณ์ซาปาแปรเปลี่ยนได้รวดเร็ว .. แค่กระพริบตา สวรรค์ก็เคลื่อนลงมาสู่สายตา และดวงใจ
อาคาร ณ อีกฟากหนึ่งของทะเลสาบ รูปถ่ายจากระเบียงห้องพัก
ภูเขาสูงเสียดฟ้า .. จากระเบียงห้องพัก .. ไหลช้าๆผ่านเลนซ์กล้องตัวเก่า
ฉันเชื่อว่า ทุกสถานที่มีเรื่องราวในอดีตและปัจจุบันที่ผู้มาเยือนควรให้ความสนใจ และยังเชื่อต่อไปว่า สิ่งที่เป็นจิตวิญญาณของเมืองจะทำให้เราเข้าใจสิ่งที่จะได้เห็น ได้รับรู้ได้ดี และเข้าใจลึกซึ้งมากขึ้น อันจะช่วยให้การท่องเที่ยวมีรสชาดและสีสันที่น่าสนใจ .. ซาปา .. เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในหุบเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของลาวไค ห่างจากพรมแดนมณฑลยูนานของจีนที่เพียง 40 กิโลเมตร ภูมิอากาศจะแตกต่างกันมากๆในช่วงวัน คุณจะเห็นหมอกหนาในตอนเช้า แต่เมื่อฟ้าเปิดอากาศจะสดใส อุณหภูมิเฉลี่ย 15 องศา แต่หากเป็นช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม อาจจะลดลงถึงเพียงแค่ 1 องศาเท่านั้น
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบธรรมชาติ หลงเสน่ห์ของขุนเขา อากาศที่เย็นฉ่ำจนหนาวเยือก .
ต้องการสัมผัสกับวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวเขาที่อยู่กับธรรมชาติ งานฝีมือท้องถิ่นของชาวบ้านที่ไม่ประดิดประดอยมากนัก
แต่ยังรักที่จะอ้อยอิ่งกับคาปูชิโนหอมๆ นั่งมองผู้คนเดินเล่นแบบไม่รีบร้อนในเมือง ก่อนจะคว้ามอเตอร์ไซค์คันใหญ่ ขี่รับลมเล่น ลุยดอยสูงลูกแล้วลูกเล่า
แวะแทร๊กกิ้งในหมู่บ้านชาวเขา เพื่อให้กล้องถ่ายรูปตัวเก่งบันทึกความทรงจำแบบลืมหายใจ ตื่นตากับระเบียงนาข้างแบบขั้นบันไดกลางหุบเขาที่มีให้เห็นตลอดเวลา ก่อนจะกลับมาพุงกางกับไวน์ดีๆ เสต๊กอร่อยๆ หรืออาหารเวียดนาม ก่อนจะกลับไปซุกตัวใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่มในโรงแรมสไตล์ฝรั่งเศสริมทะเลสาบ .. รับรองว่า ซาปา จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน
ตามประวัติของเมือง ซาปาเป็นดินแดนของชาวเขาเผ่าม้ง ชาวเย้า และชาวเขาเผ่าอื่น รวมถึงชนกลุ่มน้อยอีกหลายกลุ่ม ซึ่งก็ยังคงมีถิ่นฐานอยู่ในเมืองนี้จนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปัจจุบันซาปามีประชากรอาศัยอยู่ราว 37,000 คน นับเป็นดินแดนแห่งดอยที่มีความหลากหลายของชาติพันธุ์มากที่สุดในประเทศเวียดนาม
ชื่อของซาปาเริ่มเป็นที่รู้จักและปรากฏบนแผนที่ เมื่อครั้งที่ฝรั่งเศสซึ่งปกครองเวียดนามในขณะนั้น ได้มาสร้างสถานีภูเขาขึ้นที่นี่เมื่อปี 2465 เพื่อเป็นเมืองตากอากาศและพักผ่อนสำหรับเจ้าหน้าที่และข้าราชการของฝรั่งเศสที่เข้ามาประจำการในเขตอินโดจีนในยุคสมัยอาณานิคม เพราะด้วยที่ตั้งของซาปาอยู่ในที่สูงเหนือสุดของเวียดนาม โอบล้อมด้วยขุนเขาน้อยใหญ่ จึงมีอากาศเย็นสบายตลอดปี สิ่งก่อสร้าง รูปร่างเหมือนอนุสาวรีย์ด้านล่าง เป็นสิ่งก่อสร้างเพื่อระลึกถึงการเข้ามายังเมืองซาปาของชาวฝรั่งเศส
จากนั้นจึงเริ่มมีชาวต่างชาติซึ่งอยู่ในฮานอย มาพักผ่อนช่วงวันหยุดเป็นประจำ เพราะอากาศดีและความเงียบสงบของเมือง ต่อมาคนเดินทางได้รับทราบข่างสารและเดินทางมาเห็นบรรยากาศจริงๆ จึงทำให้การเดินทางมาเยือนซาปากลายเป็นสิ่งที่นัดเดินทางที่ชื่นชอบธรรมชาตินิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากบรรยากาศแล้วบรรดาชาวเขาที่อยู่ในบริเวณนี้ก็น่าสนใจไปเยี่ยมชมมาก รวมถึงระเบียงนาขั้นบันไดที่ทอดตัวเปี่ยมด้วยเสน่ห์ท่ามกลางขุนเขา และหากชอบแทร็กกิ้งแล้วละก็ ยอดเขาฟานสีปัน (Fansipan Mountain) ก็รอให้คุณขึ้นไปพิชิตที่ความสูง 3,134 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งสูงที่สุดในอินโดจีน
Note : ขอบคุณภาพบางส่วน (ที่ไม่มี Water Mark) จากนิตยสาร TRIPS |