| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
June 01, 2008 หมู่บ้านกั๊ด กั๊ด (Cat Cat Village) บ่อยครั้งที่ กาลเวลา พาความเปลี่ยนแปลงมาสู่บางสิ่ง .. แต่คำพูดนี้ดูมีความหมายเพียงน้อยนิด เมื่อผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเขาในซาปายังคงดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย .. เสน่ห์ของการมาเยือนซาปา นอกจากที่เราจะได้สัมผัสกับบรรยากาศแห่งความหนาวเย็น ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของขุนเขาแห่งอินโดจีนแล้ว ถัดออกมานอกตัวเมืองยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง รวมถึงหมู่บ้านชาวเขาเผ่าต่างๆให้เราเรียนรู้เรื่องราวของคนในวัฒนธรรมที่แตกต่างไปจากสิ่งที่เราคุ้นเคย
ถนนบนที่ราบค่อยๆพาเราไต่ขึ้นที่ราบสูงทีละน้อย ไต่โค้งของภูเขาขึ้นมาจนเริ่มเห็นยอดภูเขา ถนนยังเป็นถนนที่วิ่งสวนกันคนละเลน เราเดินทางไต่เกาะไปตามเขาสูงขึ้นเรื่อยๆ ถึงจะโค้งไปโค้งมาตลอดเวลา แต่ถนนก็ยังนับว่าใช้ได้และขับไม่ยากนัก .. บางโค้งมองลงไปในหุบเขาข้างล่างดูว่าลึกมาก มองขึ้นไปข้างบนก็เห็นภูเขาสูงเสียดฟ้า .. ทำให้ตระหนักดีว่าตัวเราช่างเล็กนิดเดียวจริงๆ
ทิวทัศน์ที่มองเห็นสมกับเป็นที่ราบสูงจริงๆ เพราะที่ราบโล่งมีน้อย มีระเบียงนาข้าวและไร่พืชผักสุดสายตา หากอยู่สูงเสียดฟ้านับพันเมตรเหนือระดับน้ำทะเล นี่คือที่ราบสูงของเทือกเขาฟานสีปัน เทือกเขาที่ใหญ่ตระการสุดปลายฟ้าของดินแดนอินโดจีน ที่โอบกอดป่าโปร่งของซาปา ประหนึ่งจะปกป้องดินแดนแห่งนี้ไว้จากโลกภายนอก
วันนี้เราเดินทางมาเยือนหมู่บ้าน กั๊ด กั๊ด (cat Cat) ซึ่งเป็นหมู่บ้านม้งดำ อยู่ห่างจากซาปา 3 กิโลเมตร หมู่บ้านกั๊ต กั๊ต เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ของชาวเขาเผ่าม้งซึ่งอพยพมาจากประเทศจีนเมื่อกว่า 300 ปีที่แล้ว ชาวเขาที่นี่นิยมเครื่องแต่งกายในโทนสีน้ำเงินเข้มหรือดำ
ทันทีที่เรามาถึง เราถูกมะรุมมะตุ้มจากหญิงและเด็กชาวเขามากมายหลายสิบคน ส่วนใหญ่จะมีลูกน้อยผูกผ้าห้อยติดอยู่ด้านหลังของผู้เป็นแม่ เธอพยายามที่จะเสนอขายสินค้าที่ถืออยู่ในมือซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานหัตถกรรม ให้กับนักท่องเที่ยวที่มาถึงหมู่บ้านแห่งนี้
หากเสนอขายสินค้าไม่สำเร็จหญิงชาวเขาเหล่านี้ก็จะเดินตาม คอยเสนอบริการกางร่มให้ ..ถัดออกไปไม่ไกล มีสาวม้งแก้มแดง นั่งปักผ้างานฝีมือ โดยไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างว่างเปล่า
ในวันที่อากาศดีๆ นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเยือนหมู่บ้านแห่งนี้ เพราะอยู่ใกล้เมือง เดินข้ามสะพานแขวนแสนสวย ที่พาดผ่านลำธารเล็กๆที่ขนานคั่นกลางระหว่างถนนกับพื้นที่ของหมู่บ้าน .. ลำธารที่น้ำไหลผ่านเหมือนน้ำตก .. หมู่บ้านกั๊ก กั๊ด จึงมีชีวิตชีวาน่าเดินทอดน่องลงไปในใจกลางหมู่บ้าน เพื่อสัมผัสชีวิตชาวเขา
บ้านเรือนของชาวเขาที่นี่สร้างกันแบบง่ายๆ เป็นบ้านไม้รูปร่างเหมือนกระท่อมปลายนา ดูเหมือนจะมีห้องอเนกประสงค์ห้องเดียว บางบ้านใช้เป็นที่ขายของได้ด้วย .. โลกที่อยู่ตรงหน้าคล้ายเป็นโลกอีกใบหนึ่ง ดูสกปรก ไม่เป็นระเบียบ .. แต่สะอาดและบริสุทธิ์
กลางหมู่บ้านเป็นที่ตั้งของโรงเรียนประถมประจำเขต ทราบมาว่ามีครูฝรั่งที่เป็นอาสาสมัครมาสอนภาษาอังกฤษให้เด็กชาวเขาที่นี่ด้วย
เราเดินผ่านป้ายแสดงแหล่งที่ตั้งของสถานที่ต่างๆในหมู่บ้าน พลันได้ยินเสียงสาวน้อยชาวเขาหน้าตาจิ้มลิ้ม กำลังอธิบายเรื่องราวของหมู่บ้านเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงตะวันตกชัดเจนให้ชาวต่างชาติฟัง ได้ยินแล้วทึ่งในความสามารถของเธอค่ะ ไกด์ของเราเล่าให้ฟังว่า คนในหมู่บ้านที่นี่หลายคนสามารถพูดภาษาอังกฤษที่จำเป็นสำหรับการเป็นไกด์นำเที่ยวในหมู่บ้านได้ ดีมากๆ โดยมีครูต่างชาติมาช่วยสอนให้ ไกด์ยังเล่าต่อไปว่า พวกเขาพูดภาษาอังกฤษได้ แต่เขียนและอ่านไม่ได้ .
นาข้าวท้ายหมู่บ้าน.. ที่นี่มีทิวทัศน์ของระเบียงนาข้าวแบบขั้นบันไดที่งดงามยิ่ง
กล้องเก่าตัวเก่ง สลับกันทำงานเพื่อบันทึกความทรงจำและความประทับใจที่เห็น ให้ไหลช้าๆผ่านเลนซ์ไปเรื่อยๆ .. และเมื่อวันเวลาผ่านไป ภาพแห่งความทรงจำของการเดินทางกลายเป็นสีซีดจาง จะได้นำภาพเหล่านี้กลับมาดูอีก
เราออกเดินทางจากกลางหมู่บ้านกั๊ด กั๊ด โดยรถบัสแล่นผ่านขึ้นมาตามถนนเส้นเดิม .. เมื่อรถไต่ขึ้นมายังระดับความสูงพอสมควร .. ฟ้าเปิดให้เรามีโอกาสถ่ายรูประเบียงของนาขั้นบันไดที่สวยจนต้องกดชัตเตอร์ของกล้องซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า จนแทบลืมหายใจ
ด้วยความที่ซาปาเป็นดินแดนบนดอยสูง ทำให้มีส่วนของพื้นที่ราบค่อนข้างน้อยชาวบ้านจึงต้องเพาะปลูกพืชพันธุ์ตามไหล่เขาในลักษณะของนาขั้นบันได ซึ่งนอกจากจะเจริญเติบโตได้ดีแล้ว ยังก่อให้เกิดวิวทิวทัศน์ที่สวยงามน่าชม
วิถีชีวิตชาวบ้านที่นี่ช่างบริสุทธิ์และเรียบง่าย ผู้คนแต่งกายแบบพื้นเมืองทำนา ขยันทำมาหากิน และไม่ว่าภูเขาจะสูงใหญ่แค่ไหนก็ยังปีนป่ายขึ้นไปทำนาขั้นบันไดไว้ถี่ยิบ ทุกหย่อมที่มีพื้นดินถูกสร้างเป็นขั้นและหว่านข้าวไว้เต็ม ไม่ให้เสียพื้นที่ไปแม้เล็กน้อย
มองลงไปในอีกมุมหนึ่ง เห็นชาวนากำลังใช้ควายไถนาที่เชิงเขา .. เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก ด้วยในช่วงเดือนเมษายนเป็นช่วงที่ชาวนากำลังเตรีมดินเพื่อทำนาในฤดูกาลต่อไป ต้นข้าวสีเขียวเข้มยังไม่มีให้เห็นในเดือนนี้ .. นี่เองเป็นสาเหตุให้ฉันตั้งใจที่จะออกเดินทางอีกครั้งในยามที่ต้นข้าวในระเบียงนาข้าวขั้นบันไดกำลังออกรวงชูช่ออวดแสงแดดและสายตาของนักเดินทาง .. จินตนาการไปว่าคงมองเห็นเหมือนพรมสีเขียวหนานุ่มที่ลาดปู และโอบกอดขุนเขาสูงๆต่ำๆไปสุดลูกหูลูกตา
สักพัก .. ฝนตกลงมาอีกครั้ง เหมือนจะตั้งใจมอบความชุ่มฉ่ำให้กับระเบียงนาข้าวขั้นบันไดตามไหล่เขา .. มองเห็นสาวชาวเขา .. เย้าแดง .. เดินมาตามทาง สีแดงสดของผ้าโพกผม ตัดกับสีของนาข้าวและท้องฟ้า สร้างมิติที่สวยงามจนต้องถ่ายรูปมามากมาย
ทราบมาว่า .. สาวเย้าแดง จะประดับประดาเสื้อผ้าของพวกเธอด้วยผ้าสีแดงเป็นส่วนใหญ่ และผ้าโพกผมสีแดงสดของพวกเธอ ยังเป็นเครื่องแสดงฐานะทางเศรษฐกิจด้วยอีกอย่างหนึ่งเช่นกัน หากผ้าโพกผมมีขนาดใหญ่ .. เธอคงมีฐานะที่ดี
สาวเย้าแดง นิยมโกนหน้าผากและคิ้วด้วยค่ะ .. ความงามคนละมิติกับสาวชาวเมือง
|