| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
June 08, 2008 เมืองลาวไค (Lao Cai) .. ประตูสู้เมืองจีน ลาวไค .. เมืองเล็กๆที่มีพรมแดนติดกับชายแดนของจีน พรมแดนเวียดนามในบริเวณนี้ถูกแบ่งโดยแม่น้ำแดง แต่เชื่อมต่อกันโดยสะพานคอนกรีต อันเป็นเส้นทางสำคัญของติดต่อค้าขายพรมแดนระหว่าง 2 ประเทศ
มองจากด้านนี้จะเห็นสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดง .. เส้นแบ่งพรมแดนจีน เวียดนาม
นี่คือหลักเขตแดนจีน เวียดนาม ที่ลาวไค จุดยอดฮิตที่ผู้มาเยือนมักจะถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก
บริเวณใกล้ๆหลักแบ่งเขตแดนเป็นวัดในพุทธศาสนา .. รูปแบบของวัดเห็นได้ชัดเจนว่าได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบจีน .. คงเหมือนกับวัดในฮานอย ที่มีร่องรอยของความเชื่อในลัทธิคำสอนแบบขงจื้อ .. เห็นมีชาวเวียดนามมากราบไหว้ ขอพร และสวดมนต์กัน ไม่ต่างกับวัดในเมืองไทย
สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะข้ามแดน จากเวียดนามเข้าสู่ประเทศจีน ต้องแวะทำเรื่องผ่านแดนที่ด่านศุลกากรเวียดนาม ก่อนที่จะเดินข้ามสะพานคอนกรีตไปทำเรื่องที่ด่านจีนต่อ
การค้าขายตามตะเข็บพรมแดนคึกคักมาก ในระหว่างวัน .. จะเห็นคนเวียดนามจูงจักรยาน ซึ่งมีตะกร้าใบใหญ่มากห้อยอยู่ 2 ข้างของจักรยานคันเล็ก .. เดินไปตามสะพานคอนกรีตอันนี้เข้าไปยังฝั่งของจีน เพื่อขนสินค้าที่ผลิตในจีน นำเข้ามาขายในเวียดนาม
เมื่อนำสินค้าจากจีนผ่านเข้ามายังเวียดนามต้องผ่านด่าน ซึ่งเข้าใจว่าเป็นด่านศุลกากร .. ที่ด่านมีการห้ามถ่ายรูป .. อยากรู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะไม่อยากให้มีรูปที่ไม่เหมาะสมปรากฏเป็นหลักฐานหรือเปล่า .. แต่ไม่มีการห้ามการยืนห่างๆ แล้วใช้ศักยภาพของกล้องถ่ายรูปซูมเอาในระยะไกล
คาราวานจักรยานจะขนสินค้าผ่านด่านศุลกากรเวียดนามเข้ามา มองดูเหมือนกองทัพมดทางภาคเหนือของไทย ..
สินค้าที่นำเข้ามา เท่าที่เห็นมีหลากหลายชนิด ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า ข้าวหรือแป้ง (ไม่ค่อยแน่ใจ) เครื่องอุปโภค บริโภคหลากหลายชนิด โดยมีคนอีกกลุ่มหนึ่งคอยรับเพื่อขนส่งเข้าเมืองอีกต่อหนึ่ง
สินค้าบางประเภท เมื่อรวบรวมได้เป็นกอบ เป็นกำ ก็จะใช้แรงงานขนขึ้นรถบรรทุก เพื่อนำไปเก็บในคลังสินค้า หรือแจกจ่ายไปตามร้านค้าอีกทอดหนึ่ง
ถัดออกมาจากด่านศุลกากรไม่ไกลนัก มีหญิงชาวเวียดนามเรียงเป็นแถว ในมือมีธนบัตรเป็นฟ่อนหนาๆทุกคน .. สอบถามจากไกด์ได้ความว่า หญิงเหล่านี้ทำหน้าที่คอยแลกเปลี่ยนเงินตราให้กับพ่อค้า แม่ขายในแถบนี้ เรียกว่า มีธนาคารเคลื่อนที่คอยให้บริการกันเลยทีเดียว
ใกล้ๆกับสะพานข้ามแดน และตรงข้ามสำนักงานด่านตรวจคนเข้าเมืองลาวไค เป็นห้างสรรพสินค้าแห่งเดียวของเมือง ซึ่งสินค้าเกือบทั้งหมดเป็นสินค้าที่มาจากประเทศจีน
หลังจากเดินสำรวจสินค้าจีนในห้างสรรพสินค้า .. เราใช้บริการรถที่มองแล้วเหมือนรถที่ใช้ในสนามกอล์ฟ หรือตามรีสอร์ตที่มีบริเวณกว้างขวางในเมืองไทย เพื่อข้ามสะพานที่ทอดตัวอยู่เหนือแม่น้ำแดง เข้าสู่ตัวเมืองลาวไค
เราแวะที่ตลาดท้องถิ่นของเมืองลาวไค ซึ่งดูไปแล้วเหมือนตลาดปีนังแถวๆคลองเตย .. พบว่าสินค้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่มาจากจีน ทั้งอาหารแห้ง สุราและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ บุหรี่ ของเด็กเล่น เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องสำอางของจีน และสินค้าจุกจิกอีกมากมาย
ตลาดสดท้องถิ่นอยู่ในบริเวณเดียวกัน .. ดูไม่แตกต่างจากตลาดสดในต่างจังหวัดของไทย .. สินค้าที่วางขายเป็นผลผลิตทางเกษตรกรรมของท้องถิ่น ทั้งผัก ผลไม้ ผลิตผลทางเกษตรแปรรูป อาหารปรุงเสร็จพร้อมรับประทาน
เรามีโอกาสแวะไปที่โบสถ์คริสต์ใกล้ๆตลาด .. ซึ่งนอกจากจะมีรูปปั้นและสิ่งสักการะทางศาสนาที่ควรจะมีแล้ว ยังมองเห็นต้นไม้แคระ หรือบอนไซ ที่สมบูรณ์และรูปทรงงดงามมากๆ เรียงรายอยู่รอบๆบริเวณโบสถ์ .. เห็นแล้วอยากจะหอบกลับมาบ้านสักหลายๆต้น
ศูนย์กลางของเมืองลาวไค อยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของสะพานที่นำเราจากสถานีรถไฟไปสู่ตลาด มองเห็นธนาคาร ร้านค้าชุมชน โบสถ์ โรงแรม ในรูปแบบที่ปนกันระหว่างความทันสมัยและอนุรักษ์นิยม
รถเทียมม้าที่ให้ความรู้สึกขัดแย้ง ระหว่างความเป็นเมืองโบราณ กับเมืองที่กำลังจะพัฒนาเป็นเมืองหน้าด่านที่ทันสมัยของเวียดนาม
ด้วยเป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ที่ตะเข็บพรมแดน จึงไม่ค่อยมีกิจกรรมมากมายให้เห็น .. มีโรงแรมและภัตตาคารให้บริการนักท่องเที่ยวไม่มากแห่ง ร้านค้ามีอยู่เป็นกลุ่มเล็กๆ จุดที่น่าสนใจแห่งเดียวตามที่เห็นในการไปเยือนในระยะเวลาสั้นๆ ดูเหมือนจะเป็นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำแดง ที่ทางเมืองสร้างให้เป็นบริเวณพักผ่อน เดินออกกำลัง หรือแม้กระทั่งนั่งนิ่งๆ มองดูสายน้ำสีปูนไหลผ่านสายตา สู่บริเวณสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำ ที่แบ่งดินแดนนี้ออกเป็นสองประเทศ สองชนชาติ กฎเกณฑ์ที่มนุษย์เป็นผู้กำหนด
ณ จุดนี้สามารถมองเห็นห้างสรรพสินค้าของลาวไคในฝั่งตรงข้ามได้ชัดเจน อีกฝากหนึ่งของสายตา มองเห็นอาคารบ้านเรือนริมของลาวไคริมตลิ่งสูงของฝั่งแม่น้ำ
ด้านบนของริมเขื่อนที่เราไปนั่งพัก เป็นโรงแรมสำหรับบริการนักท่องเที่ยว .. ดูมีระดับทีเดียวค่ะ
เราแวะอุดหนุนแม่ค้าที่ขายสับปะรดริมทางเดิน เหมาหมดเลย .. เอาเท่าไหร่?
หลังอาหารเย็นที่ภัตตาคารใกล้ๆกับสถานีรถไฟ มีโอกาสหันกลับมามองลาวไคยามค่ำอีกครั้ง มองเห็นมีตลาดเย็นตรงข้ามกับสถานีรถไฟ ขายสินค้าจำพวกผลไม้ สินค้าทำมือประเภทของที่ระลึก ของเด็กเล่น อุปกรณ์ไฟฟ้า แต่มีไม่มากรายนัก ที่น่าสนใจคือมองเห็นผู้คนออกมานั่งดื่มเบียร์รอบๆเสาไฟต้นสูงที่เป็นเหมือนวงเวียนจราจรของเมือง
เราล่ำลาซาปาและลาวไค ด้วยการโดยสารรถไฟพิเศษเดินทางกลับฮานอย .. พร้อมกับความตั้งใจว่าจะกลับมาดูทุ่งรวงทองในซาปาอีกครั้งในช่วงปลายปี
|