• Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 519
  • จำนวนผู้ชม : 242672
  • จำนวนผู้โหวต : 3915
  • ส่ง msg :
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน 2551
ป ร า ส า ท เ ข า พ ร ะ วิ ห า ร … รอยอดีต ของมหาปราสาท (3)
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 635 , 05:43:23 น.   | หมวดหมู่ : Cambodia  
พิมพ์หน้านี้


June 26, 2008

ปราสาทเขาพระวิหาร … รอยอดีต ของมหาปราสาท (3)

 

ถนนเรียบ ปูลาดด้วยแผ่นหินอย่างเป็นระเบียบบนลานหินชั้นที่ 2 จากโคปุระชั้นที่ 2 มายังกลุ่มพระมหามณเฑียร ที่ตั้งอยู่บนลานหินชั้นที่ 3 ถนนหินทั้งสองข้างปักเสานางเรียงขนาดย่อม ตลอดสองข้างทางมีคันหินถมดินเพื่อกั้นน้ำฝนไม่ให้ไหลเข้าสู่อาคารสถาน

 

บนลานชั้นเดียวกับโคปุระชั้นที่ 2 นี้ ยังมีสิ่งก่อสร้างอื่น คือ สระหัวสิงห์ อยู่ระหว่างเส้นทางที่ลาดขึ้นไปสู่พระมหามณเฑียรบนชั้นต่อไป เป็นสระรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้าง 9.20 เมตร กรุด้วยท่อนหิน

 

เพื่อให้การเดินชมปราสาทผ่านทางบล็อกนี้ชัดเจนมากขึ้นในเรื่องของรูปร่างของมหาปราสาทและส่วนของภวาลัย หรือปรางค์ประธาน ในขณะที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ จึงขออ้างอิงภาพร่างด้านล่างเป็นแนวทาง

 

โคปุระ ชั้นที่ 3 (ปราสาทหลังที่ 1 หรือพระมหามณเฑียร) โคปุระชั้นที่ 3 เป็นโคปุระ หลังที่ใหญ่โตมโหฬาร ที่ยังสมบูรณ์ที่สุด ลักษณะการสร้างคล้ายกับโคปุระชั้นที่ 1 และ 2 แต่ต่างกันตรงที่มีฝาผนังกั้นล้อมรอบความใหญ่โตมากกว่าเยอะ(ถ้ามีฝาผนังกั้นหรือกำแพงแก้วล้อมรอบ) นักโบราณคดีเรียกว่า พระมหาปราสาท ประกอบด้วยอาคาร 5 หลัง ขนาดใหญ่ คือพระมหามณเฑียรกลาง อาคารเฉลียงขวา-ซ้าย และมณเฑียรขวาง เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์

 

ปราสาทเขาพระวิหารมีลักษณะที่แผนผังที่ใช้แกนเป็นหลัก ซึ่งความนิยมแผนผังเช่นนี้ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 16 กลุ่มของอาคารหลักซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาประกอบด้วยปราสาทประธานเป็นจุดศูนย์กลางหันหน้าไปทางทิศเหนือล้อมรอบด้วยระเบียงคดทั้งสี่ด้าน ปราศจากบรรณาลัยขนาบเบื้องหน้า ด้วยเหตุนั้นปราสาทประธานนี้จึงโดดเด่นบริเวณกึ่งกลางของลานชั้นในโดยไม่มีอะไรบดบัง ลักษณะของแผนที่เช่นนี้แสดงให้เห็นถึง การวางผังที่กำหนดตำแหน่งอาคารมีความสมบูรณ์ลงตัวตั้งแต่แรกเริ่มของการก่อสร้าง โดยไม่มีการแก้ไขต่อเติมบริเวณลานชั้นในภายหลัง

 

พระมหามณเฑียร หรือปราสาทประธาน  ตั้งอยู่กลางลานชั้นในสุด ประกอบด้วยครรภคฤหะ มีแผนผังเป็นรูปกากบาทสี่เหลี่ยมจตุรัสขนาด 34 X 34 เมตร ออกมุมตั้งบนฐานปราสาทประธาน หลังคาปั้นลม ซึ่งเรียกว่ามหาปราสาท มีผนังและมุขหรือทางเข้าทั้งสี่ทิศได้แก่ ทิศเหนืออันเป็นทางเข้าสำคัญ มีอันตราละ เชื่อมต่อกับมณฑป ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือ ในขณะที่มุขทางเข้าวิมานอีก 3 ทางอันได้แก่ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก และทิศใต้มีลักษณะเหมือนกันโดยทำเหมือนกับเป็นทางเข้าสู่คฤหะโดยตรง ตามปกตินั้นสถาปัตยกรรมเขมรคงมีลักษณะเช่นเดียวกับสถาปัตยกรรมอินเดีย ซึ่งมีมณฑปตั้งอยู่เกือบเสมอทิศตะวันออก ด้วยเหตุนั้นศาสนสถานเขมรโดยทั่วไปจึงหันหน้าไปทางทิศตะวันออกซึ่งเป็นทิศที่พระอาทิตย์ขึ้น อาจจะมีเหตุผลเกี่ยวกับลัทธิความเชื่อโบราณว่า แสงสว่างของดวงอาทิตย์ได้ก่อให้เกิดพลังแก่รูปเคารพ

 

บันไดขึ้นไปสู่มหาปราสาทบนโคปุระชั้นที่ 4

 

กลุ่มพระมหามณเฑียรกลางมีหน้าต่าง 17 หน้าต่าง ประตู 10 ประตู ที่หน้าต่างทำเป็นลูกกรงลูกมะหวดกั้นไว้ ประตูทำด้วยศิลาล้วน กลุ่มพระมหามณเฑียรกลางประกอบด้วย

 

มุขเหนือ ยังเห็นซากของประตูซุ้มข้างนอกและประตูซุ้มข้างใน

 

        ประตูซุ้มข้างนอก มีหน้าบันจำหลักรูปพระกฤษณะยืนใต้ร่มไม้ในท่าจับฟาด พระองค์จับเท้าสิงห์ด้วยมือขวาและเท้าช้างด้วยมือซ้าย ฟาดด้วยพระหัตถ์ .. ทับหลังจำหลักรูปเทพนั่งชันเข่า .. เสาประตูจำหลักลายพุ่มข้าวบิณฑ์ รูปโยคีนั่งประนมมือ

 

        ประตูซุ้มข้างใน ภาพสลักหน้าบันและทับหลังของซุ้มประตูชั้นในของมุขเหนือ กลุ่มพระมหามณเฑียร โดนเฉพาะหน้าบันนั้น จำหลักเป็นรูปพระกฤษณะโคธวรรธนะ มือซ้ายท้าวสะเอว มือขวาแบกภูเขา เพื่อกั้นบังโคบาลจากห่าฝนและฟ้า เบื้องเท้ามีโคบาลและฝูงโค .. ทับหลังจำหลักรูปนารายณ์ 4 กร ทรงครุฑ มีปีกเหมือนนกธรรมดา ไม่มีมือ อยู่เหนือเศียรเกียรติมุข .. ภาพสลักนี้นับเป็นภาพที่สวยงามแห่งหนึ่งของปราสาทแห่งนี้

 

        หมู่อาคารด้านทิศเหนือ มีกลุ่มของวิหารน้อยใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยกำแพงหินธรรมดา ที่สะดุดตา คือ พระวิหารเล็ก ก่อทึบไม่มีหน้าต่าง เครื่องบนเป็นหินที่มีลวดสายสลักงดงามมาก

 

มุขตะวันออก มีประตูซุ้มด้านเหนือ ด้านใต้ และด้านตะวันตก

        หน้าบันประตูซุ้มด้านเหนือจำหลักรูปเทวดาจับม้าเหนือเศียรเกียรติมุข .. ทับหลังเป็นรูปอุมา-มเหศวรยืนท้าวสะเอวสอดเกี่ยวกัน มือเกาะกุมและตระหวัดรอบคออยู่เหนือเศียรเกียรติมุข

        หน้าบันประตูซุ้มด้านใต้ จำหลักรูปพระคเนศเหนือเศียรเกียรติมุข ทับหลังเป็นเทพนั่งชันเข่า

        หน้าบันและทับหลังประตูซุ้มด้านตะวันตก จำหลักเป็นเป็นรูปเทพนั่งเหนือเศียรเกียรติมุข

 

มุขตะวันตก ลักษณะเหมือนมุขตะวันออก

        หน้าบันประตูซุ้มด้านเหนือจำหลักรูปเทพรำเหนือเศียรเกียรติมุข ทับหลังก็เช่นเดียวกัน

        หน้าบันและทับหลังของประตูซุ้มด้านใต้และด้านตะวันออก เป็นแบบเดียวกันกับมุขตะวันออก

 

มุขใต้ ลักษณะเช่นเดียวกับมุขเหนือ ซุ้มประตูมุขด้านทิศใต้บนโคปุระชั้นที่ 3 ที่มองเห็นหน้าบันของประตูทั้งชั้นนอกและชั้นในได้อย่างชัดเจนและสง่างาม

 

        ภาพสลักที่งามวิจิตรบนหน้าบันและทับหลังซุ้มประตูชั้นในของมุขด้านทิศใต้ ของอาคารกลุ่มพระมหามณเฑียร หน้าบันแสดงภาพพระอิศวรและพระอุมาทรงโคอุศุภราชประทับอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

 

        หน้าบันซุ้มข้างนอกจำหลักรูปพระอิศวรนั่งชันเข่าบนหลังโคอุศุภราช .. ทับหลังเป็นรูปพระพรหมและชายาบนแท่นมีหงส์แบก .. หน้าจั่วของหลังคามีเชิงชายขมวดงอนดั่งเศียรนาคราช ซุ้มประตูหน้าบันและทับหลังที่แกะสลักอย่างสวยงาม ณ อาคารมุขใต้นี้ นัยเป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของปราสาทเขาพระวิหาร โดยเฉพาะช่องว่างที่อยู่ระหว่างภาพสลักในกรอบสามเหลี่ยมที่มีลวดลายสลักพันกับกรอบซุ้มเรือนแก้ว แสดงให้เห็นถึงการใช้พื้นที่อย่างชาญฉลาด

 

แง่มุมและด้านต่างๆของกลุ่มอาคารโคปุระชั้นที่ 3 นี้ ล้วนแล้วแต่เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยกฐานสูง และมุงหลังคาด้วยเครื่องไม้และกระเบื้อง

                 

ห้องใหญ่ ด้านเหนือมีหน้าต่าง 6 ช่อง ด้านใต้ 2 ช่อง ติดลูกกรงหินเกลี้ยง ภายในห้องไม่มีลวดลาย

 

อาคารเฉลียงซ้าย-ขวา เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า อาคารด้านชวาซ้าย ต่างแบ่งเป็น 3 ห้อง ซึ่งเข้าใจว่าอาคารเฉลียงขวา-ซ้ายนี้สร้างเพิ่มภายหลัง

 

มณเฑียรขวาง เป็นอาคารอยู่ด้านซ้ายและขวา



NOTE : พรุ่งนี้เราจะเข้าสู่โคปุระชั้นที่ 4 ที่ตั้งของระเบียงคด และภวาลัย รวมถึงเป้ยตาดีค่ะ .. ติดตามนะคะ

ขอบคุณ .. เนื้อความและภาพบางส่วนจากหนังสือ “เขาพระวิหาร” โดย ดร.ธิดา สาระยา

และ  http://www.oceansmile.com/E/Srisaket/Khoapravihan.htm

http://www.sisaket.go.th/nation_park/prasat_khaopravihan_th.html

http://www.oceansmile.com/E/Srisaket/Khoapravihan.htm


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 52
ใบไม้ไกลต้น วันที่ : 27/06/2008 เวลา : 00.59 น.
http://www.oknation.net/blog/lancelot

กระแสเขาพระวิหารมาแรง ภาพสวยดีครับ เล่าเรื่องได้ดี
ความคิดเห็นที่ 51
skinhead วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 23.49 น.
http://www.oknation.net/blog/skinhead
          ส     กิ     น     เ     ฮ     ด         

บอกได้คำเดียวครับยิ่งใหญ่
จนบางครั้งมนุษย์ตัวเล็กก็ยังไม่เข้าใจ
ความคิดเห็นที่ 50
วนเวียน วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 23.35 น.
http://www.oknation.net/blog/marryjen
วนเวียน.. 

ความคิดเห็นที่ 49
Canary วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 23.02 น.
http://www.oknation.net/blog/ajhara

มีภาพเขียนประกอบ ทำให้จินตนาการความสวยงามได้ดียิ่งขึ้น
ความคิดเห็นที่ 48
MrTote วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 21.58 น.
http://www.oknation.net/blog/MrTote
มิสเตอร์โต๋เต๋


สวัสดีครับ แวะมาชมปราสาทที่เป็นปัญหาร้อนแรงในขณะนี้ พิจารณาดูดี ๆ ก็กองหินเก่า ๆ กองหนึ่ง ที่ต่างคนต่างก็เห็นว่ามีคุณค่า ก็เลยเป็นเรื่องขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่อาณาจักรขอมล่มสลายไปนานแล้ว!
ความคิดเห็นที่ 47
pimahn วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 21.33 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2

สวัสดีครับ พี่สุภาวัลย์

เป็นบุญตาจริงๆครับ ทีได้เห็นภาพปราสาทเขาพระวิหาร
ทั้งๆที่ตัวเองยังนั่งอยู่ที่บ้าน

+1 โหวตด้วยความขอบคุณ ที่พี่สุภาวัลย์ตั้งอกตั้งใจนำภาพพร้อมคำบรรยาย
มาโพสต์ให้ชมและอ่านกัน



--------------------------------
ขอเชิญแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ

"มีใครเป็นแบบนี้บ้าง - มีใครได้แบบนี้บ้าง?"
http://www.oknation.net/blog/pimahn/2008/06/26/entry-1
ความคิดเห็นที่ 46
สีน้ำฟ้า วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 21.03 น.
http://www.oknation.net/blog/prettybluesea
http://www.oknation.net/blog/rimtarn   บ้านริมธาร


สวัสดีค่ะพี่..
ตามมาจากบ้านพี่มะอึก.. ได้ข่าวพลาดตอนเจ้มิ่ง ขออนุญาตไปปัสสาวะ..

ย้อนหลังกลับไปดูได้นะคะ http://www.me.in.th/live/
ความคิดเห็นที่ 45
thesaint วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 20.56 น.
http://www.oknation.net/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


----ทราบว่าวันพรุ่งนี้ ( 27) คนไทย บางส่วนจะไปแสดงพลังทวงคืนเขาพระวิหารครับ เสียดายกับบทบาททหารไทยจริงๆ ( ที่ไม่ทำอะไรเลย) -----
ความคิดเห็นที่ 44
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 20.33 น.
http://www.oknation.net/blog/derreiser

ขอบคุณมากครับ
ความคิดเห็นที่ 43
ลีกั๊ก วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 20.29 น.
http://www.oknation.net/blog/mranoi

สบายดีนะค่ะ ไม่ได้เข้ามาเยี่ยมน๊านนาน
ความคิดเห็นที่ 42
คนลานเมือง วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 19.00 น.
http://www.oknation.net/blog/suttipongnation

ขอบคุณมากครับ
ความคิดเห็นที่ 41
นาราด้า วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 18.53 น.
http://www.oknation.net/blog/tarot
ไพ่ยิปซีทำนายชีวิต

สวัสดียามเย็นนะคะ
ชอบทริปนี้มากเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 40
Supawan วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 18.39 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ครูเก๋ ...

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
ความคิดเห็นที่ 39
Supawan วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 18.37 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ลุงต้าลี่ ...

พรุ่งนี้จะมีบทความและรูปของภวาลัยมาให้อ่านและดูค่ะ
ความคิดเห็นที่ 38
ครูเก๋ วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 18.37 น.
http://www.oknation.net/blog/clear
++ ปากจัด แต่ไม่ดัดจริต ++

ตามชมตอน๓ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 37
ลุงต้าลี่ วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 18.14 น.
http://www.oknation.net/blog/loongdali

เห็นภาพสเก็ตจากEntryนี้ ทำให้พอนึกภาพจากซากปรักหักพังของปราสาทพระวิหารที่ปรากฏอยู่ในปัจุบันออก ส่วนปรางค์พระมหามณเฑียร หรือปราสาทประธาน เดี๋ยวนี้คนเขมรเอาพระพุทธรูปไปประดิษฐานไว้ให้คนได้กราบไหว้
ความคิดเห็นที่ 36
toymcp วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 17.54 น.
http://www.oknation.net/blog/toymcp
Glory Glory Man United.

ไม่เคยไปเลยสักที
ความคิดเห็นที่ 35
freeman วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 17.48 น.
http://www.oknation.net/blog/hanako

เคยไปสองครั้งครับ ประทับใจ
แต่ก็ดูโทรม ไม่สวยเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะว่าดูแลโดยฝ่ายโน้น
ความคิดเห็นที่ 34
ครูเอก วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 17.39 น.
http://www.oknation.net/blog/kruak

เพราะความงดงามอันมหัศจรรย์นี้เองที่ใคร ๆ ก็อยากเป็นเจ้าของอยากให้เป็นสมบัติคู่ประเทศของเรา แค่เห็นภาพถ่ายก็ตื่นตา ตื่นใจ แล้วค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 33
Supawan วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 16.52 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

คุณซันตะวันยิ้ม ...

น่าจะช่วยกันรักษา ไว้ให้ชื่นชมกันทั้งโลก .. ปลอดจากสิ่งสมมุติ เช่นการเมือง
ความคิดเห็นที่ 32
Supawan วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 15.57 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

น้องพร ...

ดอกไม้สวยมากค่ะ .. ขอบคุณนะคะ
ความคิดเห็นที่ 31
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 14.38 น.
http://www.oknation.net/blog/SingMueSai
บล็อกหลังที่สอง http://www.oknation.net/blog/SingMeuSai2......บล็อกหลังที่สาม http://www.oknation.net/blog/SingMeuSai3


ความคิดเห็นที่ 30
ช่างนอกตำรา วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 14.19 น.
http://www.oknation.net/blog/VRThai

วันนี้ขอดูแค่รูปก่อน..น่าสนใจมากครับ.
วันหลังจะแวะมาอ่านตั้งแต่ต้นครับ.
ความคิดเห็นที่ 29
Supawan วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 14.09 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

Toujaa ... น่าจะไปเที่ยวสักครั้งนะคะ เนชั่นจะจัดทริป ลองไปกับคณะเพื่อนๆซิคะ
ความคิดเห็นที่ 28
Supawan วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 14.08 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความช่วงสายถึงบ่ายๆ

เพิ่งกลับมาจากไปไหว้พระค่ะ .. ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียนนะคะ
ความคิดเห็นที่ 27
toujaa วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 13.10 น.
http://www.oknation.net/blog/toujaa

ยังไม่เคยไปเลย อยากไปเที่ยวเหมือนกันนะ
ความคิดเห็นที่ 26
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 26/06/2008 เวลา : 13.01 น.
http://www.oknation.net/blog/somchoke101

สวัสดีครับ เคยไปเที่ยวมา 2 ครั้ง เมื่อ 6 ปีที่แล้วครับ