• Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 523
  • จำนวนผู้ชม : 244261
  • จำนวนผู้โหวต : 3956
  • ส่ง msg :
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



วันจันทร์ ที่ 7 กรกฎาคม 2551
U n s e e n … อ ยุ ธ ย า
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 693 , 05:55:11 น.   | หมวดหมู่ : Traveling Central Thailand  
พิมพ์หน้านี้


July 07, 2008

 

Unseen … อยุธยา

 

Unseen  ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา .. จะมีกี่อย่างไม่อาจคาดเดาได้นะคะ .. แต่สิ่งที่เป็น unseen ที่จะนำมาเล่าและลงรูปให้ดูในวันนี้ อยู่ในวัดท่าการ้องนี่เองค่ะ .. ก่อนที่จะไปดูกัน ขอเล่าเรื่องของวัดท่าการ้องให้ฟังก่อนนะคะ

วัดท่าการ้อง .. เป็นวัดโบราณมีมาแต่สมัยอยุธยา สร้างขึ้นก่อนปี พ.ศ. 2092 ประมาณ 450 ปี เศษมาแล้ว ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้างและสร้างเมื่อใด สันนิษฐานว่าคงเป็นวัดที่ราษฎรสร้าง เพราะไม่ปรากฏรายชื่อพระอารามหลวงสมัยอยุธยา แต่จากการสันนิษฐานตามพุทธลักษณะและซากปรักหักพัง เชื่อว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 13 (พระชัยราชา) แห่งกรุงศรีอยุธยา ราวปี พ.. 2076 เพราะมีท่าน้ำกั้นวัด เป็นช่วงที่บ้านเมืองสงบ ศาสนาเจริญรุ่งเรือง .. จนกระทั่งเสียกรุง … จากการสังเกตเม็ดมะยมรอบกำแพงอุโบสถ เชื่อว่าน่าจะมีการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ตามบันทึกพระราชพงศาวดาร วัดท่าการ้องมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยามากมาย

วัดท่าการ้องได้เป็นที่ฝึกฝนศิลปะแม่ไม้มวยไทยของนักมวยไทยที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งคือ นายขนมต้ม

ในเสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน มีการบันทึกว่า ขุนไกร และสามเณรพลายแก้ว ได้มาอุปสมบทที่วัดท่าการ้อง ตอนที่ขุนแผนถูกจองจำ ณ กรุงศรีอยุธยา ณ วันอังคาร ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 5 ปีกุน เวลาบ่าย 4 โมง พม่ายิงปืนสูงวัดการ้องระดมเข้ามา ณ กรุงศรีอยุธยาแล้วเอาเพลิงจุดเชื้อที่รากกำแพงทรุดลง

ในปี 2309 วัดท่าการ้องได้เคยเป็นที่ตั้งค่ายของพม่าค่ายหนึ่งก่อนเสียกรุงศรีอยุธยา จนมีคำกล่าวว่า ".. นกกาจากวัดการ้อง บินไปเสียบอก ณ ยอดพระปรางค์วัดพระศรีมหาธาตุ ใจกลางกรุงศรีอยุธยา น้ำตาหลวงพ่อโต วันพนัญเชิง ไหลนองพระเนตร อันเป็นลางบอกเหตุสิ้นแล้วแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา

ในสมัยเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 วัดท่าการ้อง ได้ถูกจัดให้เป็นโรงเรียนนายร้อยฝ่ายช่างเทคนิค รุ่น 10-12 เป็นการชั่วคราว โดยใช้ศาลาการเปรียญเป็นห้องเรียน และเป็นที่พักอาศัยก่อนที่จะถูกปล่อยทิ้งขาดการเอาใจใส่ดูแลเป็นเวลานานจนทำให้ทรุดโทรมลงในที่สุด



จุดเด่นของวัดท่าการ้องอยู่ที่การเป็นวัดเก่าแก่ สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ท่ามกลางชุมชนอิสลาม 2 หมู่บ้านคือ บ้านท่า กับ บ้านการ้อง อันเป็นวัดพุทธศาสนาที่อยู่ท่ามกลางชุมชนมุสลิม ล้อมรอบทั้งตำบล และชื่อวัดท่าการ้อง เป็นการรวมชื่อ 2 วัดเข้าด้วยกัน คือวัดท่า และวัดการ้อง

พระอุโบสถบูรณะเมื่อปี 2508 เป็นอุโบสถแบบก่ออิฐถือปูน หน้าบันและลายเครื่องบนเป็นไม้จำหลัก  ซุ้มประตูหน้าต่างประดับลายปูนปั้น บานประตูเขียนลายรดน้ำรูปเสี้ยวกางประทับบนหลังสิงโตจีน ช่องลมระเบียงด้านหน้าพระอุโบสถประดับเครื่องเคลือบเขียว มีกำแพงแก้วล้อมรอบพระอุโบสถ เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมศิลปะสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีพระพุทธรูปประธานสมัยอยุธยาที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ มีประชาชนเคารพนับถือมาก คือหลวงพ่อรัตนมงคล (หลวงพ่อยิ้ม)



วัดท่าการ้อง มีจุดเด่นเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของทิวทัศน์รอบบริเวณวัด ที่ตกแต่งด้วยสวนหย่อมดอกไม้หลากสีหลากพันธุ์ ประกอบกับมีศาลาที่นั่งและประดับประดาด้วยน้ำตกขนาดเล็กช่วยให้ร่มรื่น

ที่โด่งดังที่สุดในวัดท่าการ้องแห่งนี้ และต้องถือเป็น Unseen ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเลยทีเดียว นั่นคือ การได้รับการยกย่องจนได้รับรางวัลเป็น “สุดยอดส้วมแห่งปี 2551” ที่ถูกหลักสุขลักษณะ เน้นความสะอาด จัดประดับตกแต่งห้องน้ำอย่างสวยงาม เพื่ออำนวยความสะดวก จนเป็นจุดเด่นที่สร้างชื่อเสียงให้แก่วัด

ไกด์สาวประจำทริปนี้เล่าให้ฟังว่า … เนื่องจากวัดแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนมุสลิม ทำให้ไม่มีพุทธศาสนิกชนใส่บาตรเลยในแต่ละวัน พระที่วัดนี้จึงต้องหุงหาอาหารทานเอง .. ทำให้ไม่มีพระมาประจำอยู่ที่วัดแห่งนี้เป็นเวลานานมาก สภาพของวัดทรุดโทรมเพราะขาดการบำรุงรักษาและซ่อมแซม และถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลายาวนาน ..

ต่อมาในช่วงปลายปี 2543 คณะสงฆ์มีคำสั่งให้ พระครูสุทธิปัญญาโสภณ มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ซึ่งท่านได้เริ่มบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถาน และถาวรวัตถุของวัดท่าการ้องขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เป็นสถานที่ศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสมัยกรุงศรีอยุธยา

ท่านพระครูสุทธิปัญญาโสภณ ได้คิดหาวิธีการที่พัฒนา เรียกศรัทธาและจูงใจให้คนมาวัดนี้ .. ให้วัดกลับมาเจริญรุ่งเรืองดังเช่นในอดีต .. ท่านเชื่อว่ายังมีวิญญาณของคนในอดีตจำนวนมากยังสิงสถิตย์อยู่ที่วัดนี้ ท่านจึงภาวนาขอให้วิญญาณทั้งหลายได้ร่วมกันเข้ามาสร้างบุญสร้างกุศล จะไม่ต้องเป็นวิญญาณเร่ร่อน ได้จุติเป็นมนุษย์ในภพต่อไป

วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ มีพระประธาน คือ พระศรีรัตนมหามงคล และในช่วงที่ท่านสับสนกับวิญญาณคนโบราณอยู่นั้น เหมือนกับมีคนมากระซิบบอกให้ท่านไปขอความช่วยเหลือจากพระประธานในโบสถ์ … ท่านจึงได้เข้าไปบวงสรวงพระประธานร่วมกับพระเถระผู้ใหญ่หลายท่าน โดยให้พราหมณ์เป็นเจ้าพิธี … ท่านก้มลงกราบและอธิษฐานจิตว่า … หากว่าหลวงพ่ออยากให้ลูกอยู่และพัฒนาที่นี่ ก็ขอให้หลวงพ่อช่วยให้ได้รับความสำเร็จด้วย เพราะหากว่าทำงานไม่สำเร็จลูกก็อยู่ไม่ได้ …

เท่านั้นแหละ เกิดปรากฏการณ์คล้ายกับว่าพระพักตร์พระประธานยิ้มออกมา เป็นที่ประจักษ์กับทุกคนในพระอุโบสถ จากนั้นคนทั้งหลายจึงเรียกชื่อองค์พระประธานว่า “หลวงพ่อยิ้ม”

ตั้งแต่นั้นมาวัดท่าการ้องก็ดีวันดีคืน เป็นที่รู้จักกันในหมู่ผู้มีเมตตาจิต แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนและนมัสการหลวงพ่อยิ้ม เป็นความศรัทธาแบบ ไหลไม่แรง ไหลไม่มาก ไหลไม่ขาด

เมื่อมีคนที่เปี่ยมศรัทธามากันไม่หยุด ประชาชนแถวนั้นซึ่งเป็นคนมุสลิม ก็เข้ามาทำการค้าขายกับผู้ที่มาเยือน ทำให้มีรายได้ที่ดี ร่มเย็นเป็นสุข และก่อให้เกิดความเป็นมิตรระหว่างวัดกับชาวบ้าน ก่อเกิดสันติสุขระหว่างชาวพุทธและมุสลิม … ในความสันติสุขที่เกิดขึ้น เชื่อกันว่าเกิดจากพลังศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อยิ้ม …

นอกจากนี้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่เชื่อพลังศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อยิ้มที่บันดาลให้คำอธิษฐานสำเร็จตามความประสงค์ (โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านบทความด้วยค่ะ) เมื่อมาแล้วจึงต้องกลับมาอีกหลายๆครั้ง เพื่อแก้บน …

นั่นคือรูปธรรมของมนต์เรียกใจให้ต้องกลับมาที่วัดท่าการ้องอีก … แต่มีรูปธรรมที่สัมผัสได้ว่า ทำไมมาวัดท่าการ้องแล้วต้องกลับมาอีก คือ มาที่วัดนี้แล้ว จะมีบริการ น้ำเย็น ผ้าเย็น สำหรับผู้มาเยือน ฟรีทุกเวลา … แต่ที่ชนะใจมหาชนยิ่งกว่าคือ “ห้องสุขา” ที่สะอาดสุดๆ ที่เมื่อใช้บริการแล้วต้องประทับใจไม่รู้ลืม

ท่านเจ้าอาวาสบอกว่า สุดๆของสิ่งที่ทุกคนต้องการคือสิ่งนี้ … ท่านมานึกถึงธรรมชาติของคนที่มาวัด ซึ่งพอลงจากรถมา แทนที่จะถามหาว่าเจ้าอาวาสอยู่ไหน  .. ส่วนมากกลับจะถามว่าห้องน้ำอยู่ไหน (ไม่รู้ว่าประชดหรือไม่นะคะ ต้องไปถามท่านเจ้าอาวาสเอาเอง) .. ท่านจึงใช้ธรรมชาติของคนในจุดนี้เรียกผู้คนให้มาที่วัดมากขึ้น และประสบความสำเร็จอย่างงดงามด้วยซิคะ



ปัจจุบันห้องน้ำของวัดที่ให้นักท่องเที่ยวใช้จนประทับใจมี 2 จุด

จุดแรกมี 30 ห้อง อยู่ข้างศาลาการเปรียญ โดยปรับปรุงจากอาคารเก่าเป็นห้องน้ำ ตกแต่งอย่างดี สวยงาม สวยกว่าในโรงแรมอีก
โดยจุดนี้ใช้งบประมาณครั้งแรกประมาณ 3 แสนบาทในการดำเนินการ มีการแยกโซนห้องน้ำหญิง ห้องน้ำชายชัดเจน ห้องน้ำตกแต่งสวยงาม และติดเครื่องปรับอากาศเพื่อความสุขสบายแก่ผู้เข้าใช้บริหาร แต่ช่วงหลังมีการรณรงค์ลดโลกร้อนก็มีบางห้องปิดเครื่องปรับอากาศและให้พัดลมแทน ห้องน้ำตรงจุดนี้ได้รางวัลสุดยอดส้วมแห่งปี
2549 ระดับประเทศ จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และรางวัล Ambassador Toilet (ทูตส้วมโลก) ตามโครงการ "พัฒนาส้วมสาธารณะไทย ประจำปี 2549" จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข



ล่าสุดมีการสร้างห้องสุขาแห่งใหม่อยู่ใกล้ที่จอดรถ ด้วยงบประมาณ 1 ล้านบาทเศษ

เป็นอาคารชั้นเดียว รวมจำนวนห้อง 28 ห้อง อยู่ท่ามกลางสวนสวยที่ร่มรื่น ที่ห้องน้ำชุดนี้เครื่องปรับอากาศ .. มีการแบ่งโซนที่ชัดเจนกว่าเดิม โดยแบ่งเป็นห้องน้ำชาย ห้องน้ำหญิง ห้องน้ำคนชราชายหญิง ห้องน้ำคนพิการ ห้องน้ำสำหรับสาวประเภทสอง ซึ่งตรงจุดนี้บรรดาสาวประเภทสองฮือฮามากเป็นพิเศษเมื่อมาใช้บริการห้องน้ำที่วัดแล้วบอกต่อๆ กัน 

ล่าสุดชนะเลิศรางวัลสุดยอดส้วมแห่งปี"51 อีกเช่นกัน และยังได้รับรางวัล Thailand Tourism Standard 2007-2009 ระดับ 5 ดาว จากกระทรวงการต่างประเทศ ได้รางวัลมาตรฐาน ISO-9001 ด้วยเช่นกัน โดยห้องน้ำต้องทำแยกโซนให้ชัดเจน เพื่อความสะดวกในการเข้าไปใช้ เพราะผู้ที่มากราบไหว้พระมีหลายกลุ่ม การอำนวยความสะดวกเป็นสิ่งที่ควรทำ



พระครูสุทธิปัญญาโสภณ กล่าวว่า สำหรับห้องน้ำโซนสำหรับสาวประเภทสอง นั้นถือว่ารับกระแสตอบรับดี … โดยทางวัดเห็นว่าในสังคมเรานี้มีกลุ่มคนมากมายหลายกลุ่มทั้งคนทั่วไปชายหญิง คนพิการ คนชรา และสาวประเภทสอง โดยเฉพาะสาวประเภทสองเป็นกลุ่มคนที่ตั้งใจทำงาน และอยู่เบื้องหลังการประสบความสำเร็จของผู้อื่นอีกมากมายในสังคม แต่คนทั่วไปกลับมองข้าม ดังนั้นเราควรให้ความสำคัญในเรื่องนี้

สุดยอดส้วมแห่งปีที่วัดท่าการ้อง จึงนับเป็น Unseen ของอยุธยาที่ต้องมาใช้บริการและพิสูจน์ด้วยตัวเองค่ะ … อย่าพลาดเชียวนะคะ หากมาเที่ยวที่อยุธยา ต้องมาที่วัดท่าการ้อง มาดูให้เห็นกับตา สัมผัสด้วยดวงใจกันค่ะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 49
ครูแดง วันที่ : 09/07/2008 เวลา : 07.05 น.
http://www.oknation.net/blog/krudang

รูปปั้นน่ารักมาก ชอบค่ะ
ความคิดเห็นที่ 48
ปู่สถิตย์ภูมิ วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 23.36 น.
http://www.oknation.net/blog/sathitpum

วิมานทองหรือว่าห้องนอนครับนี้
ความคิดเห็นที่ 47
ปอจู วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 20.45 น.
http://www.oknation.net/blog/Paojoo1974


สวัสดีค่ะ.....พี่ศุภาวัลย์...

โอ้โห...ห้องน้ำสวยงามสะอาดตามาก ๆ เลยค่ะ...
ต้องหาโอกาสไปซ้ำอีกรอบแล้วล่ะค่ะ...

ป.ล.. ไปมานานนน มากแล้ว...
ตอนนั้นห้องน้ำยังไม่เดิ้ลลล อย่างนี้ค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 46
วาสนา วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 17.48 น.
http://www.oknation.net/blog/wassa

ตามมาเที่ยวต่อค่ะ
ความคิดเห็นที่ 45
มนต์รัตนา วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 17.16 น.
http://www.oknation.net/blog/monruttana


เห็นห้องแล้วง่วงค่า
สวย สงบ สะอาด สบาย
เอ....สรุปว่า ห้องนอน หรือห้องน้ำนะ อิอิอิ
ความคิดเห็นที่ 44
cancer วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 16.45 น.
http://www.oknation.net/blog/ION

สวัสดีค่ะน่าชื่นชม

วันนี้มาเยี่ยมช้า

ติดภาระกิจเลขานุการ SML ของชุมชน
ความคิดเห็นที่ 43
วิฬาเถื่อน วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 16.38 น.
http://www.oknation.net/blog/preeeecha
อัศจรรย์ใจไผ่ ณ ชายทุ่ง ; คมวาบของความคิด : กลุ่มเขียนข้าว

น่าชื่นชมครับ
ความคิดเห็นที่ 42
ครูเก๋ วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 16.20 น.
http://www.oknation.net/blog/clear
++ ปากจัด แต่ไม่ดัดจริต ++

unseen จริงๆด้วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 41
feng_shui วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 16.19 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

หุ หุ ส่วมดี มีชัยไปกว่าครึ่ง


สวัสดีค่ะพี่สุฯ
ความคิดเห็นที่ 40
Sweetsea วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 16.09 น.
http://www.oknation.net/blog/Sweetsea

แวะมาเพราะคิดถึงจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 39
Supawan วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 15.52 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

คุณลูกเสือ ... ไปหลายๆครั้งดีค่ะ ค่อยๆดูไปเรื่อยๆ นี่ยังมีสถานที่ ที่ถ่ายรูปไว้อีกหลายแห่งมากที่ยังไม่ได้เขียนเป็นบทความออกมา แล้วจะทะยอยเขียนสลับกับเรื่องอื่นๆออกมาให้อ่านเรื่อยๆค่ะ ...
ความคิดเห็นที่ 38
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 15.22 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ทุกมุม ผมเกือบไม่เคยเห็นเลยครับพี่
ทั้งที่ไปอยุธยาบ่อยมาก
ความคิดเห็นที่ 37
ฟิวเจอร์ วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 12.37 น.
http://www.oknation.net/blog/cwichuda

ถ้าสถานที่ท่องเที่ยวของไทย มีห้องน้ำอย่างนี้ทุกแห่งก็ดีสิคะ เป็นจุดดึงดูดใจที่ดีเยี่ยมเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 36
pimahn วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 11.57 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2

วัดท่าการ้อง น่าเที่ยวมากๆ บรรยากาศดี
สะอาด ห้องน้ำสะอาดมากๆ ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้อย่างกับโรงแรมเลย
+1 โหวตครับ สำหรับเรื่องและภาพ

------------------------------------------
ขอเชิญไปร่วมแสดงความคิดเห็นตามอัธยาศัยนะครับ

"สวรรค์ส่งมาเกิด?"
http://www.oknation.net/blog/pimahn/2008/07/06/entry-1


"ถนนสายนี้ไม่มีเธอ" ตอนที่ 21 - "จะขอจำจนวันตาย"
http://www.oknation.net/blog/pimahn2/2008/07/05/entry-1
ความคิดเห็นที่ 35
เม็ดพลอยสีชมพู วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 10.44 น.
http://www.oknation.net/blog/fily-grace

*0* สวยมากมากเลยค่ะ ได้ความรู้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 34
กอบธรรม วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 10.17 น.
http://www.oknation.net/blog/anakkumlangbai

ยิ่งได้เห็นอะไรดีๆ มีความรู้สึกเหมือนว่าอยู่ในกะลาครอบ
ความคิดเห็นที่ 33
สุรศักดิ์ วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 10.14 น.
http://www.oknation.net/blog/surasakc
ขอเชิญอ่าน << มาเพิ่มพลังให้ตนเอง... (12)  ป้องกันการสูญเสียพลัง  >> อัพบล็อก  15  ต.ค. 51

สุดยอดอลังการของห้องน้ำวัด แห่งหนึ่ง
ต้องยกนิ้วให้กับการกู้สถานการณ์วัดร้าง
ให้ดึงดูดความสนใจของผู้คนให้กลับมา
เที่ยวชมและไหว้พระอีกครั้งหนึ่ง
เป็นไอเดียเก๋ไก๋ไม่เบา
ขอบคุณคุณสุภาวัลย์ที่กรุณาค้นคว้า
ประวัติศาสตร์ของวัดนี้มาให้ทราบอย่างละเอียด
ผมทราบแต่เพียงเป็นที่ตั้งของค่ายพม่าและยิงปืนใหญ่
ระดมเข้ากรุง เท่านั้น โหวตให้เลยครับ
ความคิดเห็นที่ 32
ชุติภัทร์ วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 10.07 น.
http://www.oknation.net/blog/way1
อย่าเพิ่งตัดสินฉัน จากสิ่งที่คุณอ่าน จนกว่าคุณจะได้รู้จักตัวจริงของฉัน

unseen จริงค่ะ

น่าไป
ความคิดเห็นที่ 31
ting วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 09.49 น.
http://www.oknation.net/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง

สวัสดีค่ะคุณศุภวรรณ
เข้าใจตกแต่งสถานที่วัดนะค่ะ
น่าไปชมพักผ่อนจิตใจคะ
ความคิดเห็นที่ 30
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 09.40 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

สวัสดียามเช้าครับ เห็นพระแล้วแสนสุขใจ

ขอมอบ 1 โวท พร้อมยกมือไหว้งาม ๆ ให้เจ้าของบล็อกผู้น่ารักครับ
ความคิดเห็นที่ 29
redribbons07 วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 09.33 น.
http://www.oknation.net/blog/redribbons07

ห้องน้ำสวยน่าเข้าจริง ๆ ค่ะ


ความคิดเห็นที่ 28
Supawan วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 09.28 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

คุณชมพูภูคา ... ล้านเล็กๆ .. Spyone ...

ดีใจ และขอบคุณมากๆที่แวะมาเยี่ยมนะคะ
ความคิดเห็นที่ 27
ล้านเล็กๆ วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 09.22 น.
http://www.oknation.net/blog/lan-car-fair

สะอาดๆ....แบบน้ทุกวัดก็ดีสิครับ

ญาติโยมจะได้เเข้ไปใช้กันอย่างสุข...สบายใจ

ปล. อรุณสวัสดิ์นะครับ....หวังว่าพี่สุ...คงสบายดีครับ
ความคิดเห็นที่ 26
spyone วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 09.22 น.
http://www.oknation.net/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

ขอบคุณค่ะ...
ความคิดเห็นที่ 25
chompoopookha วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 09.14 น.
http://www.oknation.net/blog/chompoopookha

ห้องน้ำ น่านอนจัง... คงเย็นสบายดีนะคะ...
ความคิดเห็นที่ 24
Supawan วันที่ : 07/07/2008 เวลา : 09.13 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีค่ะ คุณบุปผา และครูทิพย์ ...

เคยไปวัดร่องขุ่นค่ะ ที่นั่นห้องน้ำทองอร่ามมลังมเรืองจริงๆค่ะ ...
ความคิดเห็นที่ 23
ครูทิพย์