• Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 521
  • จำนวนผู้ชม : 243294
  • จำนวนผู้โหวต : 3934
  • ส่ง msg :
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2551
เสน่ห์กรุงเทพ … วัดราชบพิตร .. นอกเป็นไทย ในเป็นฝรั่ง (1)
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 855 , 06:03:53 น.   | หมวดหมู่ : Traveling Bangkok  
พิมพ์หน้านี้


July 11, 2008

เสน่ห์กรุงเทพ … วัดราชบพิตร .. นอกเป็นไทย ในเป็นฝรั่ง (1)

 

ในวันที่แสงแดดจ้ากลางฤดูร้อน ฉันมุ่งหน้าออกจากบ้าน ใช้บริการของเรือด่วนเจ้าพระยามุ่งหน้าสู่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ … ในยามที่น้ำมันราคาแพงเช่นนี้ บริการขนส่งสาธารณะดูจะเป็นทางเลือกที่เข้าท่าทีเดียว การเดินทางโดยทางน้ำก็เป็นตัวเลือกที่ฉันนิยมชมชอบ ด้วยการที่ไม่ต้องไปติดหนึบอยู่ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัดไปทั่งกรุง อีกทั้งตลอดระยะเวลาของการเดินทางก็มีวิวทิวทัศน์สวยแปลกตาผ่านเข้ามาให้ชมไม่ขาดสาย และที่ดีที่สุดก็คือมีสายลมเย็นโชยผ่าน ทำให้การเดินทางรื่นรมย์ขึ้นอีกอักโข จนถึงจุดหมายปลายทาง

เดินเลียบเลาะริมรั้วสวนสราญรมย์ ระหว่างถนนอัษฏางค์และถนนเฟื่องนคร ก็จะเห็นพระอารามเบญจรงค์ตั้งตระหง่านอยู่

วัดราชบพิตร หรือวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร เป็นวัดที่รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเป็นวัดแรก หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์ได้ 1 ปี เพื่อให้เป็นวัดประจำรัชกาลตามโบราณราชประเพณี เป็นวัดธรรมยุกติกนิกาย ครั้นถึงรัชกาลที่ 6 ทรงคำนึงถึงว่า วัดเป็นศาสนสถานที่มีการสร้างขึ้นมากแล้ว จึงทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างโรงเรียนวชิราวุธเป็นสถานศึกษาของกุลบุตร แทนการสร้างวัด ด้วยแนวทางพระราชดำรินี้ รัชกาลที่ 7 ก็มิได้ทรงสร้างวัด หากทรงรับพระราชภาระทำนุบำรุงปฏิสังขรณ์พระอารามนี้แทนการสร้างวัดประจำรัชกาล

นอกจากนี้วัดราชบพิตร ยังเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชเจ้าและสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 11 และองค์ที่ 18 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และยังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมารพระองค์แรก เมื่อทรงผนวชเป็ยสามเณร

ภายในวัดแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ เขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส และเขตสุสานหลวง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นวัดประจำรัชกาล เมื่อ พ.. 2412 โดยสร้างเลียนแบบ 2 วัดคือ วัดพระปฐมเจดีย์ กับ วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม ซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 4 แล้วเสร็จในปี พ.. 2413 แล้วมีการนิมนต์พระสงฆ์จากวัดโสมนัสวรวิหารมาจำพรรษาอยู่ พร้อมอัญเชิญพระพุทธนิรันตรายมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถ

วัดนี้สร้างตามโบราณราชประเพณี อย่างวัดราชประดิษฐ์ มีพระมหาเจดีย์เป็นหลัก ห้อมล้อมด้วยระเบียงบริวารทิศสองวิหาร เหนือ – ใต้ แบบวัดพระปฐมเจดีย์ คือพระอุโบสถกับพระวิหารวางแนวทิศตรงข้าม ด้านข้างจะมีทางเข้าไปรอบๆพระเจดีย์ นับเป็นพระอารามหลวงสุดท้ายที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างตามโบราณราชประเพณี ที่มีการสร้างวัดประจำรัชกาล

พระมหาเจดีย์ เป็นแบบทรงกลมตั้งอยู่บนฐานทักษิณ ประดับกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์อัดพิมพ์นูนทั้งองค์ ฐานทักษิณเจาะเป็นซุ้ม 16 ซุ้ม ประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ 14 ซุ้ม และพระรูปหล่อสมเด็จพระสังฆราชเจ้า และสมเด็จพระสังฆราช ในด้านทิศตะวันตกและทิศตะวันออก อีก 2 ซุ้ม เป็นประตูเข้าออกภายในพระเจดีย์

ภายในพระเจดีย์มีชุกชี ประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาปางนาคปรกอยู่ เป็นศิลปะแบบลพบุรี เล่ากันว่า มีการขุดพบใต้ต้นตะเคียนริมคลองหลอด ซึ่งเชื่อกันว่าคนที่อยากมีลูกมาขอพรก็จะมีลูกสมใจ

ภายในพระเจดีย์ยังมีทางขึ้นไปบนฐานเจดีย์ได้ ในอดีตสามารถมองเห็นภูเขาทองได้ด้วย ชั้นประทักษิณทำเป็นพนัก  ระเบียงโปร่ง ยอดปลีเป็นลูกแก้วกลม ครอบพระกรัณฑ์และผอบที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

ส่วนสาเหตุที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานนามว่า วัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม หมายถึงวัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้าง และมีมหาสีมาอันเป็นเสาศิลาจำหลักยอดเป็นรูปเสมาธรรมจักร 8 เสา ตั้งเป็นสีมาที่กำแพงทั้ง 8 ทิศ ทำให้เสมาของวัดนี้พิเศษไม่เหมือนที่วัดอื่น

“ราชบพิตร” … หมายถึง พระอารามที่พระเจ้าแผ่นดินสร้าง … “สถิตมหาสีมาราม” หมายถึงพระอารามที่มีมหาเสมา หรือเสมาใหญ่

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ ทั้งพระอุโบสถ วิหาร และเจดีย์ ระเบียงแก้ว ล้วนตกแต่งด้วยลายกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์ทั้งสิ้น ทุกแผ่นเขียนด้วยมือ และออกแบบรูปทรงกระเบื้องขนาดต่างๆอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์ ระเบียง พระอุโบสถ และจากการที่มีศิลปกรรมกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์ที่งามวิจิตรเป็นเอกลักษณ์แห่งเดียวในประเทศไทยนี่เอง จึงได้รับการขนานนามว่า “พระอารามเครื่องเบญจรงค์”

จุดเด่นของวัดราชบพิตรอยู่ที่โครงสร้างของพระอุโบสถที่สูงโปร่ง การจัดวางผังที่ลงตัว ใครที่เคยไปที่วัดนี้คงยอมรับว่าเป็นพระอุโบสถที่สวยทั้งภายนอกและภายใน ขณะที่ภายนอกใช้ศิลปะไทยประดับกระเบื้องเคลือบที่งามวิจิตรแห่งเดียวในประเทศไทย

 ภายในตกแต่งเป็นแบบฝรั่ง ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์ของความลงตัวระหว่างตะวันตก และตะวันออก … สะท้อนจุดเปลี่ยนของไทย ที่เริ่มเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ และการรับเอาศิลปะตะวันตกเข้ามาแสดงให้เห็นผ่านเพดานโบสถ์ที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโกธิคของยุโรป

ผนังด้านในเมื่อปี 2472 ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ ได้ลบภาพพระพุทธประวัติออก และทำเป็นลายดอกไม้ร่วงสีทองบนพื้นสีฟ้าน้ำเงินแทน

รายละเอียดของสถาปัตยกรรมของวัด ยังชวนตื่นตา ตื่นใจ จากการผสานทั้งศิลปะทั้งตะวันออกและตะวันตก อาทิ บานประตูและหน้าต่างพระอุโบสถ ภายในปิดทองลายรดน้ำพุ่มข้างบิณฑ์ ภายนอกมีลายพิเศษสวยงาม มีนัยยะทางประวัติศาสตร์ นั่นคือ ลวดลายจำลองมาจากเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 5 แบบ เรียงลำดับขั้นสูงต่ำ จากบนลงล่าง 5 ตระกุล ซึ่งการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้เริ่มมีขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 บานประตูนี้ได้รับยกย่องว่าเป็นศิลปะชิ้นสำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์

พระประธาน ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานบนฐานชุกชีหินอ่อนจากประเทศอิตาลี มีพระนามว่า “พระพุทธอังคีรส” แปลว่ามีรัศมีแผ่ซ่านออกมาจากพระวรกาย หล่อขึ้นมาในสมัยรัชกาลที่ 4 กะไหล่ทองคำเนื้อแปด หนัก 180 บาท เป็นทองที่แต่งพระองค์รัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ฐานบัลลังก์ทองเนื้อหก หนัก 48 บาท

รองรับเหนือพระพุทธอังคีรส มีนพปฎลมหาเศวตฉัตรกั้น เดิมเป็นเศวตฉัตรกั้นเหนือพระโกศพระบรมศพรัชกาลที่ 5

ภายใต้ฐานบัลลังก์กะไหล่ทองบรรจุพระบรมอัฐิและพระอัฐิ 6 พระองค์คือ รัชกาลที่ 2 รัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 สมเด็จพระศรีสุลาลัยพระบรมราชชนนีในรัชกาลที่ 3 และพระบรมอัยยิกาเธอสมเด็จกรมพระยาสุดารัตนราชประยูร พระธิดาในรัชกาลที่ 3 (พระอภิบาลรัชกาลที่ 5 เมื่อทรงพระเยาว์)

พระพุทธนิรันตราย ประดิษฐานบนฐานชุกชีเบญจาหน้าพระพุทธอังคีรส ฐานชุกชีเบญจาซีกเล็กนี้เคยเป็นฐานประกอบแท่นที่ทรงพระโกศพระศพ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพชรรัตน์ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิเพชร มีเรือนแก้วเป็นพุ่มมหาโพธิ์ ยอดพระมหามงกุฎมีอักษรขอมจารึกพระนามแสดงพระพุทธคุณบนกลีบบัว ด้านหน้า 9 ด้านหลัง 9 ที่ฐานล่างสุดมีที่รองรับน้ำสรงพระ มีท่อทำเป็นรูปศีรษะโต หมายความว่า โคตมโคตร รัชกาลที่ 4 มีพระราชดำริพระราชทานแก่วัดในในคณะธรรมยุกติกนิกาย

รูปแบบการตกแต่งภายใน ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีอิทธิพลของวัฒนธรรมทางโลกตะวันตกอยู่มาก

ราชสักการะ ในการเสด็จพระราชด้ำนินกลับจากยุโรป ร.. 126 และที่ประทับสมเด็จพระสังฆราชเจ้า


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 67
อิฐเผา วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 10.12 น.
http://www.oknation.net/blog/thailand-photographic

งดงามมากๆ ครับ ศิลปกรรมไทยงมงามและมีคุณค่าจริงๆ สำหรับพวกเราชาวไทย ว่างไปเยี่ยมชมกันบ้างนะครับ มีรูปวัดพระศรีสรรเพชญ์ อยุธยาไว้ให้ติชมครับ
http://www.oknation.net/blog/thailand-photographic/gallery
ความคิดเห็นที่ 66
ครูแดง วันที่ : 13/07/2008 เวลา : 09.17 น.
http://www.oknation.net/blog/krudang

ขอบคุณมากค่ะ ไม่เคยไปเลยค่ะ คงต้องไปแล้วละ สวยจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 65
AnnieLove วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 23.08 น.
http://www.oknation.net/blog/Annielove

สวยจริงๆๆ คะ สวยมาก เหมือนว่าตอนเด็กจะเคยไปแต่คิดว่ายังเด็กเกินไปที่จะรู้ซึ้งถึงความสวย ไว้ไปกรุงเทพครั้งหน้าจะหาเวลาไปคะ ขอบคุณสำหรับรูปสวยๆๆ เห็นแล้วนับถือช่างศิลป์ของไทยจริงๆๆ
ความคิดเห็นที่ 64
ปอจู วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 21.30 น.
http://www.oknation.net/blog/Paojoo1974


สวัสดีค่ะ.....พี่ศุภาวัลย์..

"ซึ่งเชื่อกันว่าคนที่อยากมีลูกมาขอพรก็จะมีลูกสมใจ"
พี่ศุภาวัลย์คะ..มันข้ามขั้นตอนไปหน่อยอะค่ะ..
มีขั้นตอนก่อนหน้านี้ให้ปอจูขออ๊ะป่าวคะ.....??
ความคิดเห็นที่ 63
ขุมทรัพย์เพชร. วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 17.53 น.
http://www.oknation.net/blog/wahiniawitt

งดงามมากครับ
ถึงไม่เคยไปก็อยากไปคราวนี้แหละครับ
ได้ยินคำร่ำลือมามากมายเกี่ยวกับวัดนี้ทั้งประวัติของพระพุทธรูปและรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ลงตัว
วันนนี้ได้เห็นด้วยตาครั้งแรกครับ
ขอบคุณมากครับ
ความคิดเห็นที่ 62
TaTee วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 14.31 น.
http://www.oknation.net/blog/poo

เคยไปวัดราชบพิตรนานมากแล้ว..เป็นวัดที่สวยวัดหนึ่ง และมีแบบแปลนที่แปลกตามาก...แต่ไม่มีโอกาสเข้าไปดูข้างใน...ขอบคุณที่นำเสนอคับ
ความคิดเห็นที่ 61
thesaint วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 12.34 น.
http://www.oknation.net/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


---- งดงามกับความเป็นไทย อย่างแท้จริงครับ -----
ความคิดเห็นที่ 60
wansuk วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 11.39 น.
http://www.oknation.net/blog/wansuk

ขอบคุณค่ะ...ที่พาชมวัดราชบพิตร
ช่างสวยงามเหลือเกิน
ความคิดเห็นที่ 59
hooknoi วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 11.37 น.
http://www.oknation.net/blog/hooknoi

งามแบบตะวันตกพบตะวันออกจริงๆครับ ทั้งๆที่อยู่ใกล้แค่นี้เอง แต่ผมก็ยังไม่เคยไปซะที
ความคิดเห็นที่ 58
เสือจุ่น วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 11.29 น.
http://www.oknation.net/blog/tigerjun
21 กันยา คาร์ฟรีเดย์ ร่วมกันขึ่จักรยานทั่วประเทศ ติดตามได้ที่ http://www.bangkokcarfreeday.com

เข้าพรรษา ไปตักบาตรดอกไม้ที่ วัดบวรนิเวศ กันไหมครับ
ความคิดเห็นที่ 57
ย่าดา วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 10.09 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

โอ้โหบทความของวัดนี้เล่าขานมาได้ละเอียดยิบทีเดียว
เห็นแล้วอยากไปเที่ยวไหว้พระที่นี่จัง
ความคิดเห็นที่ 56
boran-new วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 08.20 น.
http://www.oknation.net/blog/tain

สวยงามมากครับ
ความคิดเห็นที่ 55
อะหนึ่ง วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 06.10 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

ตามมาไหว้พระครับ
ความคิดเห็นที่ 54
Louvorian วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 05.35 น.
http://www.oknation.net/blog/louvorian

วัดราชบพิธ
ความคิดเห็นที่ 53
จิ้งจก วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 02.58 น.
http://www.oknation.net/blog/ryuki2007

ชอบจังครับ โหวตให้ +1
ความคิดเห็นที่ 52
ปี๊นปี๊น วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 02.03 น.
http://www.oknation.net/blog/peanpean
"ไม่ได้อะไรก็ไม่เป็นไร แค่มีคุณธรรมก็พอแล้ว"

งดงามมากครับ
ความคิดเห็นที่ 51
joeyman วันที่ : 12/07/2008 เวลา : 00.00 น.
http://www.oknation.net/blog/inmind


สวยจริงๆครับ เห็นทีคนโง่จะต้องปั่นจักรยานไปเที่ยวบ้างแล้วล่ะครับ...ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 50
สายธาร วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 21.00 น.
http://www.oknation.net/blog/cyberfrogy
" รำลึกถึงผองเพื่อนผู้หาญกล้า    วีรกรรมเดือนตุลาที่ยิ่งใหญ่  "

กรุงเทพฯ..เมืองสวรรค์จริงๆครับ....แต่ตอนนี้อยู่สระบุรี...เมืองหิน....

ขอบคุณครับ...สำหรับความสวยงามแบบไทยๆ...ที่ตรึงใจฝรั่งได้.....
ความคิดเห็นที่ 49
Canary วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 20.39 น.
http://www.oknation.net/blog/ajhara

ไม่คิดว่าจะงามขนาดนี้ ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 48
กัสโต้ วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 20.17 น.
http://www.oknation.net/blog/custo
LIFE IS BEAUTIFUL WHEN YOU WALK SLOWLY

สวยมากค่ะ

ต้องไปเยี่ยมชมด้วยตัวเองให้ได้
ความคิดเห็นที่ 47
เจเจค่ะ วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 19.25 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 

ภาพชุดนี้สวยมากค่ะพี่
ความคิดเห็นที่ 46
ต.เต้ย วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 18.34 น.
http://www.oknation.net/blog/SurMonChemin
  เ ด็ ก ร้ า ย ๆ ที่ ไ ม่ มี ใ ค ร ป ล า บ ป ลื้ ม นั ก   

ทองอร่ามมาก สวยจังค่ะ
ความคิดเห็นที่ 45
บังใบ้ วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 18.29 น.
http://www.oknation.net/blog/bangbai
เพียงผ่าน...จึงสัมผัส

เมื่อพูดถึงกรุงเทพก็คงนึกถึงภาพที่ทุกสิ่งทุกอย่างวุ่นวายไม่ว่าจะเป็นยวดยานพาหะนะ หรือว่าผู่คนก็ตามแต่คงคงจะมีแค่สถานที่หนึ่งที่ทำให้คนเมืองรู้สึกสงบก็คือ...วัด...
ความคิดเห็นที่ 44
หมีปิศาจ วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 17.16 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

งดงามจริงๆ ครับ ไม่ว่าจะทั้งภายนอก ภายใน

ผมก็เคยไปครั้งเดียวจริงๆ ไปงานบวชเพื่อน
แต่ผมไปสาย และตอนนั้นไม่ได้สังเกตขนาดที่พี่สุ บอกเล่าไว้ในเอนทรี่นี้

ว่าไปแล้ว สุดยอดจริงๆ ครับ +1 นะครับ
ความคิดเห็นที่ 43
จันทร์วารี วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 16.47 น.
http://www.oknation.net/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

เป็นวัดที่สวยงามมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 42
market วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 16.17 น.
http://www.oknation.net/blog/market

วัดสวยมากค่ะ ขอบคุณนะคะที่เอามาฝาก
ความคิดเห็นที่ 41
ทิวสน วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 16.11 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

ตื่นตา งานศิลป์ครับ

ขอบคุณที่เก็บภาพมาให้ชม พร้อมเล่าให้ฟังครับพี่
เพิ่งมีโอกาสได้ชมครับ

+1
ความคิดเห็นที่ 40
ฝนเดือน วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 16.04 น.
http://www.oknation.net/blog/fontree

ยังไม่มีโอกาสไปเที่ยวสักครั้ง...สวยครับ
ความคิดเห็นที่ 39
พานทองชุบ วันที่ : 11/07/2008 เวลา : 16.00 น.

ผมขอเสริมเล็กน้อย ประตูและหน้าต่าง พระอุโบสถ เดิมเป็นประตูและหน้าต่าง ปราสาทในพระบรมมหาราชวังที่ถูกไฟไหม้ ศิลปการแกะสลักไม้ประดับมุกไฟ สวยงามมาก ส่วนด้านพระวิหารยังเป็นของดังเดิม
สุสานหลวง ด้านคลองหลอด เป็นอนุสรณ์สถานของพระประยูรวงศ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เจดีย์และสิ่งปลูกสร้างงดงาม หลากหลายรูปแบบ