• Supawan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hello.supawan@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-21
  • จำนวนเรื่อง : 523
  • จำนวนผู้ชม : 244261
  • จำนวนผู้โหวต : 3956
  • ส่ง msg :
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



วันศุกร์ ที่ 18 กรกฎาคม 2551
อุบล .. ราชธานีแห่งสุนทรี … ประเพณีแห่เทียนพรรษา
Posted by Supawan , ผู้อ่าน : 666 , 07:47:10 น.   | หมวดหมู่ : Travelling Northeastern Thailand  
พิมพ์หน้านี้


July 17, 2008

อุบล

.. ราชธานีแห่งสุนทรี … ประเพณีแห่เทียนพรรษา

เรื่องและภาพวันนี้ อาจจะไม่มีความสอดคล้องกัน

... บทความจะเป็นเรื่องราวของวิวัฒนาการของการก่อเกิดเทียนพรรษา แต่ภาพประกอบจะเรื่องของ .. กว่าจะเป็นต้นเทียนสวยงามอลังการให้เราได้ชื่นชม ต้องใช้ความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ภายใต้แรงศรัทธาของชุมชน ให้ขั้นตอนของการทำเทียนพรรษาลุล่วงไปอย่างไร .. หวังว่าคงเป็นการแบ่งปันความรู้สึกดีๆในศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของเราค่ะ .. เดี๋ยวจะมีการแห่เทียนพรรษา จะนำภาพบรรยากาศมาฝากในโอกาสต่อไปค่ะ

----------------------------------------------------------------

อุบลราชธานี เมืองแห่งดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี ปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน ถิ่นไทยนักปราชญ์ ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์

ในคำขวัญที่ยาวมากของจังหวัดอุบลราชธานี ได้มีวลีที่เน้นลักษณะของชาวอุบลฯว่า เป็นผู้ที่ฝักใฝ่ในธรรมและความสามารถในเชิงศิลปกรรม ผู้มาเยือนจะประจักษ์แก่ใจว่าคำกล่าวข้างต้นจริงแค่ไหน เมื่อได้เดินเที่ยวในเมืองอย่างจริงจัง “ทวยราษฏร์ใฝ่ธรรม” จากการที่มีวัดอย่างมากมาย แสดงให้เห็นว่า ชาวเมืองเป็นพุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสในบวรพุทธศานามาช้านาน และแต่ละวัดล้วนสรรค์ร้างความสวยงามทางด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรมไว้อย่างครบถ้วน รวมทั้งเป็นที่ปฏิบัติธรรมหลายแห่ง มีเทศกาลงานบุญอย่างสม่ำเสมอ ที่เรียกว่า “ฮีตสิบสอง”

ในจำนวนฮีตสิบสองนี่ ฮีตที่แปด ได้แก่ งานบุญเข้าพรรษา นับเป็นงานบุญประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ด้วยชาวเมืองมีการจัดทำเทียนพรรษาไปถวายเป็นพุทธบูชาที่วัดอย่างมโหฬารตระการตามาตั้งแต่ครั้งโบราณ

งานเทศกาลเข้าพรรษา เป็นงานประเพณีที่บรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศจัดให้มีขึ้นสืบเนื่องมาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอีสานจะจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ มีการทำบุญทางพระพุทธศาสนา และการแห่แหนนำต้นเทียนไปถวายวัด เป็นทั้งงานบุญและงานสนุกสนานระหว่างหมู่คณะไปในตัว

การทำบุญถวายเทียนแด่พระภิกษุสงฆ์ เป็นปัจจัยหนึ่งในปัจจัยไทยทานร่วมกับการถวายผ้าอาบน้ำฝนที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลเข้าพรรษา เนื่องจากมีพุทธบัญญัติให้พระสงฆ์อยู่ประจำที่ ไม่จาริกไปยังสถานที่ต่างๆในช่วงเข้าพรรษาอันเป็นฤดูฝน คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของทุกๆปี เว้นแต่มีกิจจำเป็นจริงๆเท่านั้น พระภิกษุสงฆ์จึงจำเป็นต้องใช้แสงสว่างจากเทียนมาจุดบูชาพระรัตนตรัย และใช้ในการบำเพ็ญเพียรและศึกษาหาความรู้ทางพระธรรมวินัย การถวายเทียนพรรษาในสมัยต่อมาจึงนิยมหล่อเทียนขนาดใหญ่ เพื่อจุดตลอดระยะเวลา 3 เดือน เรียกกันว่า เทียนจำนำพรรษา อันเป็นที่มาของการตกแต่งเทียนด้วยวิธีการแกะสลัก และการติดพิมพ์ประกวดกันในปัจจุบัน

เมืองอุบลฯ อยู่ในพื้นที่ที่ในอดีตเรียกว่า “ดงอู่ผึ้ง” จึงมีขี้ผึ้งมากมาย จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ปรากฏว่าเครื่องราชบรรณาการที่ส่งเข้ามาที่กรุงเทพฯ ในสมัยนั้น อย่างหนึ่งคือ ขี้ผึ้งอย่างดี และชาวบ้านได้นำขี้ผึ้งจากรวงผึ้งในป่ามาทำเทียนเพื่อจุดบูชาพระและถวายพระมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล

ด้วยแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน และความสามารถอันล้ำเลิศของบรรดาช่างฝีมือในท้องถิ่น งานแห่เทียนพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานีจึงเป็นที่กล่าวขวัญว่าเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ระดับชาติ ….

 แต่ก่อนที่จะมาเป็นเทียนพรรษาที่วิจิตรพิสดารดังเช่นทุกวันนี้ การทำเทียนพรรษษมีวิวัฒนาการมาเป็นลำดับ … ในสมัยโบราณมีการทำอย่างง่ายๆตามแบบที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ คือจะมีการฟั่นเทียนยาวเวียนรอบศรีษะทุกคนในบ้าน นำไปถวายพระสงฆ์ใกล้หมู่บ้าน ต่อมามีการนำเทียนเล่มเล็กๆ หลายๆเล่มมามัดรวมกัน แล้วเอาไปติดตั้งกับฐาน ตกแต่งต้นเทียนด้วยกระดาษสีพันรอบๆ ก็ถือว่าสวยงามแล้ว เรียกว่า “การมัดรวมติดลาย” ซึ่งการมัดรวมเทียนอย่างนี้เป็นต้นแบบเก่าแก่ของเทียนพรรษาของเมืองอุบลฯ … แต่ตอนนั้นการทำต้นเทียนจะต่างคนต่างทำ ยังไม่มีการรวมกลุ่มกันทำ

ผู้มีบทบาทในการพัฒนาการหล่อเทียนให้ต้นใหญ่ขึ้นคือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ เมื่อประมาณปี พ.. 2444 ครั้งทรงดำรงตำแหน่งข้าหลวงต่างพระองค์ สำเร็จราชการมณฑลอีสาน ขณะที่ประทับอยู่ที่เมืองอุบลราชธานี ทรงเห็นว่าการถวานเทียนที่ต่างคนต่างทำดูจะเป็นเทียนเล็ก เทียนน้อย ที่ให้แสงสว่างไม่เพียงพอต่อการนำไปถวายวัดได้ใช้ตลอดพรรษา พระองค์จึงทรงเป็นผู้ริเริ่มให้ชาวเมืองร่วมกันหล่อเทียนต้นใหญ่ แล้วประดับตกแต่งเทียนให้สวยงาม โดยใช้กระดาษสีต่างๆมาทำเป็นลายไทยประดับตกแต่งต้นเทียนและฐานเทียนให้สวยงาม แต่เนื่องจากการทำเทียนต้นใหญ่ต้องใช้เงินทุนสูง พระองค์จึงโปรดให้จัดทำเป็นคณะ พอทำเสร็จแล้ว ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนแปด (วันอาสาฬหบูชา) ก็มีการนำต้นเทียนทุกต้นไปรวมกันที่วังของพระองค์ (วังสงัด) ตกกลางคืนมีมหรสพสมโภชน์อย่างสนุกสนาน ครึกครื้นตลอดคืน รุ่งเช้าวันแรม 1 ค่ำ เดือนแปด อันเป็นวันเข้าพรรษา โปรดให้มีการตักบาตรเลี้ยงพระร่วมกัน เสร็จแล้วก็โปรดให้ราษฎรที่มีพาหนะ เช่น เกวียน รถม้า นำพาหนะมาประดับตกแต่งให้สวยงาม เข้าขบวนแห่ไปรวมกันที่หน้าศาลากลางมณฑลเวลาเที่ยง ทรงประทานรางวัลแก่ผู้ที่ทำต้นเทียนสวยงาม เมื่อพร้อมกันแล้วก็มีการจับฉลาก ถ้าหากต้นเทียนของคณะใดจับฉลากถูกวัดไหน ต้นเทียนของคณะนั้นก็จะแห่ไปถวายวัดนั้นๆ ในเวลาบ่าย 4 โมงเย็น

ต้นเทียนแต่ละปีจึงสวยงามประณีตขึ้นเป็นลำดับ จนกระทั่งปี พ.. 2480 จึงมีการคิดพิมพ์ลายดอกผึ้ง เป็นลายต่างๆจากพิมพ์ที่ทำขึ้น แบบพิมพ์แรกๆแกะจากกาบกล้วยบ้าง ผลไม้บ้าง เช่น มะละกอ ฟักทอง ฟักเขียว มันเทศ ต่อมาจึงพัฒนาวิธีแกะสลักลายพิมพ์บนไม้เนื้อแข็ง ทนทาน และแกะสลักเป็นลายง่ายๆ เช่น ลายประจำยาม ลาบบัวคว่ำ ลายบัวหงาย เป็นต้น … เมื่อทำแบบพิมพ์ลายเสร็จแล้ว นำไปจุ่มในขี้ผึ้งที่ต้มจนหลอมละลาน ขี้ผึ้งจะติดกับแม่พิมพ์ นำแบบพิมพ์ไปจุ่มในน้ำเย็นอีกครั้ง จะได้ลายขี้ผึ้งตามแบบพิมพ์ แล้วนำไปติดกับต้นเทียนที่หล่อไว้แล้ว ส่วนฐานและส่วนประกอบอื่นๆก็ทำลวดลายตามที่คิดไว้ การทำเช่นนี้เรียกว่าการทำต้นเทียนประเภทติดพิมพ์

เมื่อมีการทำต้นเทียนติดพิมพ์มาหลายๆทศวรรษแล้ว บรรดาช่างฝีมือจึงคิดสร้างสรรค์ประดิษฐ์ต้นเทียนแบบใหม่ขึ้นมา โดยการแกะสลักลวดลายลงบนต้นเทียนเลย เหมือนกับการแกะสลักไม้ โดยช่างจะใช้เครื่องมือแกะสลักลวดลายลงบนต้นเทียนที่หล่อกลึงลำต้นเทียนเรียบร้อยแล้ว โดยวาดภาพตามที่ช่างต้องการแกะสลักลงบนต้นเทียน พร้อมทั้งกำหนดสัดส่วนและรายละเอียดของลวดลาย ให้มีความสมบูรณ์ในด้านองค์ประกอบของศิลป์ ซึ่งต้องพิถีพิถันในเรื่องการวางรูปแบบ การจัดภาพ การให้จุดเด่น การให้รายละเอียด การให้ความอ่อนช้อย การสร้างความกลมกลืน ตลอดจนการกำหนดสัญลักษณ์เป็นลายลึก ลายตื้น ลายใหญ่ ลายเล็ก ลายซ้อน และลายอื่นๆ

สิ่งที่สำคัญสำหรับต้นเทียนประเภทแกะสลัก คือ ต้องแกะสลักเป็นเรื่องราว ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ หรือนิทานชาดก ทั้งนี้เพื่อโน้มน้าวจิตใจของพุทธศาสนิกชนให้เกิดความเลื่อมใส รู้สึกยินดีและอิ่มใจเมื่อได้พบเห็น ทั้งยังโน้มน้าวจิตใจของคณะกรรมการให้ลงคะแนนให้มากๆด้วย

สำหรับเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับต้นเทียน คือขบวนแห่เทียนพรรษา ซึ่งเริ่มในสมัยพระบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์เช่นกัน … ก่อนหน้านั้นการนำเทียนไปถวายวัดยังไม่มีการแห่แหนแต่อย่างใด .. ในปี พ.. 2444 เมืองอุบลราชธานีมีการจัดงานบุญบั้งไฟ ทุกคุ้มบ้านจะมีการนะบั้งไฟมารวมกัน แล้วจุดบั้งไฟขึ้นไปบนท้องฟ้า ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุ บั้งไฟตกลงมาถูกชาวบ้านตาย ประกอบกับในงานมีการดื่มสุราแล้วมีเรื่องวิวาทชกต่อยกัน จึงทรงสั่งให้งดการจัดงานบุญบั้งไฟขึ้นในเขตเมืองอุบลราชธานี และให้จัดงานประเพณีแห้เทียนพรรษาแทน

การแห่เทียนพรรษาของเมืองอุบลฯมาจากประเพณีถวายเทียน ระยะแรกเป็นการรวมตัวของชาวบ้านจากคุ่มวัดต่างๆร่วมกันจัดงานประเพณี ไม่มีขบวนแห่และการประกวดต้นเทียน แต่ถือเป็นประเพณีสืบต่อเนื่องกันมาไม่ขาด จนถึงเมื่อปี พ.. 2470 มีการกำหนดว่าหลังจากที่จับฉลากถูกวัดไหน ต้นเทียนของคณะนั้นจะถูกนำขึ้นเกวียน หรือรถม้า ประดับตกแต่งรถให้สวยงาม ให้หญิงสาวสวยที่จัดมาเป็นผู้ถือต้นเทียน มีการประโคมพิณพาทย์แตรวง แห่เป็นขบวน หากต้นเทียนของคณะใดจะมีการแสดงตำนานต่างๆ หรือจำอวด ขบขัน ก็นำมาแสดวงในขบวนแห่ของตนไปพร้อมๆกัน โดยแห่ไปตามถนนสายสำคัญๆของเมือง แห่ด้วยความสนุกสนานครึกครื้นเป็นขบวนยาว มีประชาชนออกมาชมขบวนแห่อย่างเนืองแน่น เมื่อขบวนแห่ถึงจุดหมายปลายทาง เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมก็ให้แยกย้ายไปถวายต้นเทียนตามที่จับฉลากไว้แล้วทุกวัด

นับตั้งแต่ปี พ.. 2502 เป็นต้นมา นับเป็นยุคทองของการทำเทียนพรรษาอุบลฯ ช่างรุ่นใหม่ได้ริเริ่มหล่อเทียนให้มีขนาดใหญ่โตและสูงกว่าเม มีการแกะสลักลวดลายประดับโอบต้นเทียนให้มีความวิจิตรพิสดารมากยิ่งขึ้น ทำให้กิติศัพท์การประกอบและการแห่เทียนพรรษาเป็นที่เลื่องลือทั่วประเทศ  และเมื่อปี พ.. 2520 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เข้ามาสนับสนุนการจัดวานประเพณีแห่เทียนพรรษาให้เป็นงานระดับชาติและมีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ไปทั่วโลก การจัดงานจึงเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่ชาวคุ้มวัดทุกแห่งเข้ามาร่วมจัดงานอย่างคับคั่ง โดยร่วมมือกับชุมชน โรงเรียน และหน่วยราชการต่างๆ พร้อมทั้งเตรียมเทียนและขบวนแห่อย่างพิถีพิถัน เพื่อชื่อเสียงของคุ้มบ้านของตนเอง

การแห่เทียนพรรษาเป็นประเพณีที่สำคัญของเมืองอุบลฯ ที่แสดงคุณค่าทางวัฒนธรรมหลายประการ เช่นคุณค่าทางจริยธรรม บุญกุศลตามความเชื่อทางพุทธศาสนา การฟื้นฟูสืบทอดศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นและของชาติ จัดแสดงวิถีชีวิตของชุมชน ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของชุมชนตามแนวฮีตสิบสองคองสิบสี่ เช่นเซิ้ง ลำเพลิน ลำสีทันดอน มองเซิง ฯลฯ นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงองค์ประกอบของงงานศิลปหัตถกรรมที่สมบูรณ์ในทุกด้าน คือ วิจิตรศิลป์ ในงานสถาปัตยกรรม คือการออกแบบต้นเทียนและส่วนประกอบต่างๆ ในงานจิตรกรรม คือ การวาดภาพลายเส้นลงบนต้นเทียนก่อนแกะสลัก และงานประติมากรรม การปั้นหุ่นองค์ประกอบฯ รวมทั้งเกิดภูมิปัญญาในท้องถิ่นใหม่ๆ ในด้านดนตรี นาฏศิลป์ รวมถึงก่อเกิดช่างฝีมือรุ่นใหม่ๆ สืบทอดช่างรุ่นเก่าไว้เป็นจำนวนมาก

ฉันไดไปเยือนชุมชนประดิษฐ์ต้นเทียน เพื่อชมรากฐานภูมิปัญญาของช่างเทียนเมืองอุบล .. เทียนที่งดงามวิจิตรแต่ละต้นต้องใช้เวลาในการดำเนินการไม่น้อยกว่า 2 เดือน อาศัยความร่วมมือของผู้คนในชุมชนจำนวนมาก กรรมวิธีและเคล็ดลับของแต่ละสกุลช่างในการเตรียมการแต่ละขั้นตอน และบรรยากาศของวิถีชุมชนที่ร่วมแรง ร่วมใจกันทำงานนั้นนับเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านที่น่าชื่นชมศึกษา


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 27
spyone วันที่ : 21/07/2008 เวลา : 11.51 น.
http://www.oknation.net/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

งดงามจนใจละลายเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 26
สายธาร วันที่ : 20/07/2008 เวลา : 15.48 น.
http://www.oknation.net/blog/cyberfrogy
" รำลึกถึงผองเพื่อนผู้หาญกล้า    วีรกรรมเดือนตุลาที่ยิ่งใหญ่  "


หวัดดีคร๊า....บ ผมชื่อ CJ...

ตามตาสายธารมาเที่ยวบ้าน...คุณยายสุฯ..
ความคิดเห็นที่ 25
สุรศักดิ์ วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 20.49 น.
http://www.oknation.net/blog/surasakc
ขอเชิญอ่าน << มาเพิ่มพลังให้ตนเอง... (12)  ป้องกันการสูญเสียพลัง  >> อัพบล็อก  15  ต.ค. 51

ดีมากครับ ได้ทราบเบื้องหลังของการหล่อเทียนที่ยิ่งใหญ่
กว่าจะสำเร็จงดงามได้ ต้องใช้ทั้งแรงกาย แรงทุนทรัพย์ แรงปัญญา
และแรงศรัทธา ดย่างมาก
ขอบคุณมากครับ
ความคิดเห็นที่ 24
นานาจิตตัง วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 10.40 น.
http://www.oknation.net/blog/yorwor
Comment  allez-vous ?

สวัสดีครับ

กว่าจะออกมาสวยสดงดงาม นี่ก็ลำบากเหมือนกันนะ
ความคิดเห็นที่ 23
รัตติกาลแห่งราตรี วันที่ : 19/07/2008 เวลา : 00.32 น.
http://www.oknation.net/blog/happyIateekan
มีความสุขกับเวลาที่เป็นกลางคืนแห่งราตรีกาลไปบ้านหลังที่ 2" บ้านนิยายทั้งเรื่องสั้นและเรื่องยาว. ( ก๊อปลิ้งค์ข้างล่างนี้ได้เลยครับ ) http://www.oknation.net/blog/happylateekan

สวยงามมากครับพี่ ฝีมือจริงๆเลยนะครับ วิธีการทำก็ละเอียดอ่อนมากครับดีเยี่ยมมากๆเลยครับ......

ขอบคุณมากครับที่ไปเยี่ยมกันนะครับแม้ว่าผมจะมาตอบพี่ช้าไปหน่อยครับขอบคุณมากจริงๆครับ.

รัตติกาลแห่งราตรี.1 และ 2 ครับ.
ความคิดเห็นที่ 22
อะหนึ่ง วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 19.30 น.
http://www.oknation.net/blog/mindhand
..อนึ่ง....คิดถึงพอสังเขป.. ..อะหนึ่ง..

ศิลปะงานบุญ
วิจิตรแห่งธรรม
งามล้ำค่าแห่งพระพุทธศาสนา
ความคิดเห็นที่ 21
ทวิน วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 19.07 น.
http://www.oknation.net/blog/twin

แวะมาเยี่ยมครับ เมื่อเช้าก็ไปรับบุญเข้าพรรษามาเหมือนกันครับ
ความคิดเห็นที่ 20
buasawan วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 16.46 น.

ดีจังเลยค่ะ..ได้เห็นขั้นตอนละเอียด อยากไปร่วมทำจังเลย เคยแต่แกะสลักเทียนต้นเล็กถวายเอง ปีนี้ไม่มีเวลา ต้องกู้ชาติก่อนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 19
tyty วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 15.44 น.
http://www.oknation.net/blog/tyty1789

งานรวมใจชาวพุทธเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 18
ทรายรุ้ง วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 15.43 น.
http://www.oknation.net/blog/kartai
เกาะกูด science : กลุ่มเขียนข้าว http://www.oknation.net/blog/scienceteachวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน เนื้อหาวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6

ความวิจิตรงดงามของต้นเทียนแต่ละต้นล้วนมาจากความร่วมมือร่วมใจของวัดและชุมชน..ที่เขาเรียกว่า สามัคคี..
มีความสุขมาก ๆค่ะ
ความคิดเห็นที่ 17
BlueHill วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 15.17 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ฟ้าคราม ป่าเขียว กาแฟหอมกรุ่น

อ่านวิธีทำเขียนพรรษาก็คุ้มแล้วครับพี่ ยังมีภาพสวย ๆ มาให้ชมกันอีก
ความคิดเห็นที่ 16
คมเบตง วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 14.34 น.
http://www.oknation.net/blog/betongtoday

สวัสดี...วันเข้าพรรษาครับ
ความคิดเห็นที่ 15
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 14.26 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

สุดยอดจริงๆ...
สัวสดีวันพระครับพี่
ความคิดเห็นที่ 14
สารวัตรเอ๋ วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 13.42 น.
http://www.oknation.net/blog/cop-guide

สวัสดีวันเข้าพรรษาครับ....เบื้องหลังความสวยงามต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ^o^ มาชวนไปอ่านครับ

Tour of duty ตอน เวียนเทียน วัดเมืองยะลา วันประกาศหยุดยิง
http://www.oknation.net/blog/cop-guide/2008/07/17/entry-1

ผบ.ตร...ตรวจแถวกองกำลังตำรวจ จชต.......(.ที่ยังเหลือ)
http://www.oknation.net/blog/cop-guide/2008/07/16/entry-1
ความคิดเห็นที่ 13
น้ำทะเล วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 10.01 น.
http://www.oknation.net/blog/soda

จะคอมเม้นท์ตั้งแต่เช้าแล้วคับ
แต่ โดนตัดสัญญาณโทรศัพท์ (ทั้งเมือง)
เลยวุ่นวายหน่อย
เก็บตังค์ก่อนนะคับ ต้องไปให้ได้แน่นอน "อุบล"
ความคิดเห็นที่ 12
kunlek วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 09.51 น.
http://www.oknation.net/blog/kunlek
ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวของเราเอง


สวัสดี...วันเข้าพรรษาค่ะ
มาชมการหล่อเทียน ที่ยังไม่เคยเห็นค่ะ สวยงามมากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 11
Supawan วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 09.26 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ...

หวังว่าทุกคนคงมีความสุขในวันเข้าพรรษานะคะ .. จะไปดูขบวนแห้เทียนแล้วนะคะ ขออภัยที่ไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนนะคะ .. จะนำรูปสวยๆมาฝากค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
feng_shui วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 09.18 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

สวัสดี...วันเข้าพรรษาค่ะ

ขอให้มีความสุขยิ่งขึ้นๆ

ปล.เย็นนี้ถึงจะมีตักบาตรดอกไม้ที่วัดราชบพิธฯค่ะพี่
แล้วก็วัดในรัชกาลที่4 ด้วยค่ะ

อนุโมทนาบุญด้วยนะคะพี่

feng_shui
ความคิดเห็นที่ 9
MeeMee วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 09.14 น.
http://www.oknation.net/blog/memoria
Life is Art........

เป็นภาพประวัติศาสตร์ได้เลยค่ะพี่....น่าสนใจทีเดียว
ความคิดเห็นที่ 8
slipknot วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 09.00 น.
http://www.oknation.net/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยยตอนนี้มีบ้านอีกหลัง www.oknation.net/blog/hellstory อย่าลืมแวะไปชมบ้างนะ...คริ...คริ...คริ

อรุณสวัสดิ์...ครับ
ความคิดเห็นที่ 7
siampatriot วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 08.58 น.
http://www.oknation.net/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

เป็นงานร่วมแรงร่วมใจสร้างความสามัคคีที่น่านับถือจริงๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 6
ting วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 08.42 น.
http://www.oknation.net/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง

สวัสดีค่ะ
ที่เยอรมันทีวีเขานำวิธีการทำเทียนเข้าพรรษาของจังหวัดอุบลมาให้ด้วยค่ะ
ขออนุโมทนาบุญด้วยนะค่ะ
ความคิดเห็นที่ 5
สายธาร วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 08.26 น.
http://www.oknation.net/blog/cyberfrogy
" รำลึกถึงผองเพื่อนผู้หาญกล้า    วีรกรรมเดือนตุลาที่ยิ่งใหญ่  "


เข้าพรรษาแล้วครับ....นำพลังธรรม...พลังบุญ...มาฝาก..
ความคิดเห็นที่ 4
Supawan วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 08.22 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ต้องขอโทษที่บทความไม่เรียงลำดับอย่างที่ต้องการจะให้เป็น ... พยายามแก้ไขกว่า 1 ชั่วโมงแล้วค่ะ แต่ไม่สำเร็จ คิดว่าคอมพิวเตอร๋ที่ใช้ที่ร้านนี้คงมีปัญหาในการจัดการข้อมูล เดี๋ยวจะลองหาร้านอื่นดูค่ะ

ตอนนี้ดูภาพไปก่อนก็แล้วกันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3
กัปตันแจ๊ค_จอมโจรจอมใจ วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 07.55 น.
http://www.oknation.net/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำ หากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น


ความคิดเห็นที่ 2
saleman วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 07.52 น.
http://www.oknation.net/blog/saleman

เจาะลึก เบื้องหลัง งานหล่อเทียน ที่ยิ่งใหญ่ของชาวอุบล สุดยอดจริงๆ ครับพี่
งามมากครับ
ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 18/07/2008 เวลา : 07.48 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีค่ะ ...

มีความสุขในวันสำคัญของชาวพุทธนะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น: