| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||
พิมพ์หน้านี้
|
August 01, 20 พริบพรี ในวันที่ลั่นทมห่มเขาวัง (2)
ฝนตกลงมาพอให้ชุ่มฉ่ำ เมื่อเราเดินลงมาจากพระธาตุจอมเพชร มุ่งหน้าสู่จุดหมายถัดไป คือหมู่ราชมณเฑียร ทำให้ถ่ายรูปไม่ได้เท่าที่ต้องการ .. แต่ก็ขาดไปแค่นิดหน่อยค่ะ ด้วยเหตุที่ไม่มีการอนุญาตให้ถ่ายภาพภายในหมู่ราชมณเฑียรทั้งหมด
หมู่ราชมณเฑียร ตั้งอยู่บนยอดเขาทางทิศตะวันตก ประกอบด้วย พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ เป็นพระที่นั่งองค์ใหญ่ที่สุด แต่เดิมพระที่นั่งองค์นี้ใช้สำหรับเป็นท้องพระโรง แต่ภายหลังเปลี่ยนไปใช้ต้อนรับพระราชอาคันตุกะ จากต่างประเทศ ท้องพระโรงด้านหน้าจัดเป็นห้องเสวย ส่วนด้านหลังจัดเป็นห้องบรรทม มุขทางด้านทิศตะวันออกเป็นห้องสรง และห้องพระบังคน ปัจจุบันภายในจัดเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนครคีรี จัดแสดงโบราณวัตถุ เปิดให้ประชาชนไปได้เข้าชม
พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรค์ อยู่ด้านหลังของพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ โดยมีทางเดินเชื่อมกัน เป็นพระที่นั่งสองชั้น เดิมเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้าเทพศิรินทรา บรมราชินีในรัชกาลที่ 4 ปัจจุบันภายในเป็นที่ประดิษฐานโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ได้แก่ แท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท อยู่ทางด้านหลังพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์สามารถเดินชมติดต่อกันไปได้ พระที่นั่งองค์นี้สร้างตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงต้องการให้พระนครคีรีเทียบเสมอพระบรมมหาราชวัง กล่าวคือ มีพระที่นั่งเรือนยอดเป็นยอดปราสาท ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
อยู่ใกล้กับพระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท และพระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ เป็นศิลปะแบบผสมระหว่างไทย จีน และตะวันตก กล่าวคือ เป็นพระที่นั่งชั้นเดียวคล้ายเก๋งจีนมีประตูหน้าต่างเป็นวงโค้ง ตกแต่งด้วยเสาปลอมติดผนัง ส่วนที่หัวเสานั้นเป็นศิลปะกรีกแบบไอโอนิคเหนือหัวเสาทำลวดลายลักษณะเป็นลูกโลก และดอกไม้ ใบไม้ประดิษฐ์ ทรงใช้เป็นที่ประชุทสาธยายธรรม
ตำหนักสันฐาคารสถาน ทรงใช้เป็นตำหนักสำหรับรับแขกเมือง ซึ่งสามารถพักแรมได้ หอพิมานเพชรมเหศวร ประกอบด้วยหอย่อยอีก 3 หอ ทรงใช้เป็นศาลาเทพารักษ์ (ศาลพระภูมิเจ้าที่) หอหนึ่งเป็นหอประโคมสังคีต และอีกหอหนึ่งเป็นหอประดิษฐานพระพุทธรูป หอจตุเวทปริตพัจน์ เป็นสถานที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ทรงสดับพระธรรมเทศนาในวันพระธรรมสวนะ
ชาวบ้านเรียกว่า หอกระโจมแก้ว หรือ หอส่องกล้อง หอนี้ตั้งอยู่ด้านหน้าของพระที่นั่งราชธรรมสภา สร้างเป็นรูปทรงกลมสูงประมาณ 10 วา หลังคาเป็นรูปโดมมุงด้วยกระจกโค้ง เรียก กระโจมแก้ว มีบันไดเวียน ภายในสามารถเดินขึ้นไปข้างบนได้ รอบๆ โดมเป็นระเบียงมีลูกกรงโดยรอบ ภายในโดมมีโคมไฟไว้มองเห็นได้แต่ไกลจากทะเล แต่ก่อนนี้นักเดินเรือพลอยได้อาศัยแสงไฟจากหอนี้ในการเดินเรือด้วย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าให้สร้างหอชัชวาลเวียงชัยนี้ไว้สำหรับเป็นทีทอดพระเนตรดวงดาว ด้วยทรงสนพระทัยในทางดาราศาสตร์
นอกจากนี้ ยังมีสิ่งก่อสร้าง อาคาร สถานที่ต่างๆอีกมาก ที่เป็นสถานที่ในราชการพระราชวังในขณะนั้น เช่น โรงรถม้า โรงรถราชวัลภาคาร ศาลาลูกขุน ศาลาหน้าด่านฯลฯ
เราเดินลงมาจากหมู่พระราชฐานที่มีโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมแบบยุโรปเป็นส่วนใหญ่ .. หากแต่ชั้นถัดลงมาเราได้พบกับการจัดตกแต่งแบบสถาปัตยกรรมแบบจีน ด้วยการประดับประดาด้วยกระถางลายครามที่ปลูกต้นบอนไซเรียงเป็นแถวลดหลั่นกันไปตามขั้นบันไดจนสุดทางเดินลง
เส้นสายสุดสวยปลายบันได เสน่ห์คลาสสิกอย่างหนึ่งของสถาปัตยกรรมไทยผสมฝรั่งและจีนของสิ่งก่อสร้างที่เขาวัง
พระนครคีรี จัดเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างสูง ฉันมาถึงที่นี่ในวันที่ฝนโปรยปรายพอได้เปียก จึงทำให้ช่วงที่เดินชมหมู่ราชมณเฑียรต้องอยู่ในอาการรีบร้อน จึงมีรูปมาประกอบบทความไม่ครบถ้วน .. อาจจะเป็นเหตุผลที่ดี ที่คุณๆที่เข้ามาอ่านจะได้เดินทางไปเห็นด้วยตาตนเอง และปล่อยให้ความทรงจำแสนสวยไหลผ่านเลนซ์กล้อง
หากไปเยือนเขาวังในช่วงฤดูหนาว ยามเมื่อลั่นทมสลัดใบทิ้งสู้สายลมเย็น และชูช่อ อวดดอกที่บานอยู่ปลายก้านเปลือย สวยงามแปลกตา รับรองว่าคุณจะหลงรักลั่นทมที่โอบกอดยอดเขาวัง โดยไม่เหนียมอายเลยล่ะค่ะ แล้วอย่าลืมนำภาพสวยๆมาฝากกันบ้างนะคะ ขอบคุณ ข้อมูลบางส่วนจาก Wikipedia .. ผู้จัดการออนไลน์ และ http://www.thenatureline.com/kaowang.html |